วิโรจน์ มั่นใจ ปชน.เพชรบูรณ์ พร้อมชนแชมป์เก่า ชี้ พรรคถูกโจมตีเหมือนถูกรุมกินโต๊ะ สะท้อนกระแสแรง

3.01.26 | 21:28 น.

วิโรจน์ มั่นใจ ปชน.เพชรบูรณ์ พร้อมชนแชมป์เก่า ชี้ พรรคถูกโจมตีเหมือนถูกรุมกินโต๊ะ สะท้อนกระแสแรงขึ้นอันดับต้นๆ

วันที่ 3 มกราคม เวลา 18.40 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ “เติร์ด-รัฐภูมิ เลิศไพจิตร” ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 พรรคประชาชน (ปชน.) หมายเลข 5 โดยทั้งสองได้เดินพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดพัฒนา โดยขอแรงสนับสนุนและขอโอกาสเลือก “เติร์ด รัฐภูมิ” และพรรคประชาชน ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับมารอให้การต้อนรับและส่งกำลังใจอย่างล้นหลาม

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังมีสีสันจาก นายศรันยู ยาโต หรือ “มอส” อายุ 29 ปี แฟนคลับตัวยงที่แต่งกายด้วยชุดสีส้มทั้งร่างกาย มาร่วมสร้างบรรยากาศและช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับการเดินหาเสียง ขณะที่นายวิโรจน์ได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนร่วมกันปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ ทุนเทา และการฟอกเงิน พร้อมเล่าประสบการณ์ว่าวันนี้ตนเองยังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์เข้ามาหวังหลอกลวงเช่นกัน

นอกจากนี้ บรรดาแฟนคลับและผู้สนับสนุนจำนวนมาก ได้ขอถ่ายภาพร่วมกับนายวิโรจน์และนายรัฐภูมิเป็นที่ระลึก ขณะเดียวกันยังมีแฟนคลับบางส่วนเรียกร้องให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างกระแสและความคึกคักให้กับการเลือกตั้งในพื้นที่อีกด้ว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่จ.เพชรบูรณ์ว่า ภาพรวมกระแสตอบรับของพรรคประชาชนในระดับประเทศยังอยู่ในทิศทางที่ดี ประชาชนมองพรรคเป็นพรรคการเมืองที่จริงใจ พร้อมเรียนรู้ ยอมรับข้อบกพร่อง และกล้าแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา แม้พรรคจะไม่ใช่พรรคที่สมบูรณ์แบบ แต่ยืนยันว่าหากพบสิ่งใดไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง จะไม่ลังเลในการตัดสินใจจัดการทันที

Advertisement

นายวิโรจน์กล่าวว่า พรรคประชาชนได้รับกำลังใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการเดินหน้าทำงานทางการเมือง พร้อมขอบคุณประชาชนที่เปิดโอกาสให้พรรคได้นำเสนอนโยบายและแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศ โดยย้ำว่าพรรคพร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์แสดงความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนมีโอกาสได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้น และตั้งเป้าหมายให้ได้ ส.ส. มากที่สุด เพื่อก้าวขึ้นเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยจะอาศัยการนำเสนอนโยบายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเป็นหลัก

นายวิโรจน์ยังระบุว่า บริบทการเมืองในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการที่วุฒิสภาไม่สามารถร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีก ทำให้เสียงของประชาชนมีความหมายมากขึ้น พรรคประชาชนจึงหวังได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในฐานะรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครของพรรคประชาชนต้องลงแข่งขันกับคู่แข่งที่เป็นอดีตแชมป์หลายสมัย แต่พรรคมีความพร้อมและไม่กังวล พร้อมย้ำว่าหากพรรคไม่คิดจะเอาชนะอดีตแชมป์ ก็ไม่อาจก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งได้

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเคยพิสูจน์มาแล้วในการเลือกตั้งครั้งก่อนว่าสามารถล้มอดีตแชมป์ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศได้ จึงเชื่อมั่นว่าการลงสนามในเพชรบูรณ์ครั้งนี้ก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน โดยพรรคจะอาศัยความจริงใจ การขายนโยบาย และการทำงานภายใต้กติกาประชาธิปไตยเป็นหลัก ไม่ใช่การใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การมีผู้แทนหน้าเดิมต่อเนื่องไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากพื้นที่ใดไม่สามารถพัฒนาได้ตามความคาดหวังของประชาชน ประชาชนย่อมมีสิทธิ์เลือกผู้แทนคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน พร้อมย้ำว่าผู้สมัครของพรรคในเพชรบูรณ์ทุกเขตลงสนามด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานเพื่อดูแลปากท้องและอนาคตของชาวเพชรบูรณ์อย่างแท้จริง

นายวิโรจน์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง โดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่องว่า ลักษณะการโจมตีดังกล่าวเปรียบเสมือน “ถูกรุมกินโต๊ะ” ซึ่งสะท้อนว่าพรรคประชาชนกำลังเป็นพรรคที่มีคะแนนนิยมและกระแสความสนใจอยู่ในระดับต้น ๆ ของการเมืองไทย

นายวิโรจน์ระบุว่า พรรคการเมืองที่ไม่ได้มีกระแสหรืออยู่ในลำดับท้าย มักไม่ตกเป็นเป้าโจมตีในลักษณะนี้ พร้อมย้ำว่าพรรคประชาชนไม่มองการโจมตีเป็นเรื่องลบทั้งหมด หากข้อวิพากษ์วิจารณ์ใดเป็นความจริง พรรคพร้อมนำไปปรับปรุงและแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา เพื่อยกระดับการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์กล่าวว่า การถูกโจมตีอย่างหนักยังเป็นสัญญาณเตือนให้พรรคต้องทำงานหนักกว่าเดิม เพื่อรักษาความไว้วางใจจากประชาชน พร้อมยืนยันว่าพรรคจะไม่ตอบโต้ด้วยความขัดแย้ง แต่จะใช้ผลงาน นโยบาย และความจริงใจเป็นคำตอบ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนทางการเมือง

นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า เสียงวิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเมือง และพรรคประชาชนพร้อมรับฟังทั้งคำชื่นชมและคำตำหนิ เพราะสุดท้ายแล้ว ประชาชนทุกคนคือเจ้าของประเทศ และเป็นผู้ตัดสินทิศทางการเมืองอย่างแท้จริง