พีระพันธุ์ นำทีม ‘รทสช.’ เข้าพบองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ก่อนลงนามสัตยาบันให้คำมั่นต่อต้านการทุจริต ขณะที่ ‘ปธ.องค์กร’ ชื่นชม-ศรัทธาในความมุ่งมั่นต่อสู้เรื่องพลังงาน ด้าน ‘เจ้าตัว’ ลั่น โดนคุกคามแต่อดทน ย้ำจุดยืนทุจริตต้องเป็นโทษถึงประหารชีวิต ลั่นต้องปรับปรุง กม.ลงโทษคนทุจริต ให้พิจารณาเสร็จภายใน 1 ปี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 16 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. พร้อมด้วยนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นำผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต เข้าพบนายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต
โดยนายมานะกล่าวว่า เป็นบรรยากาศที่อบอุ่น และเป็นโอกาสที่ดีที่ใกล้การเลือกตั้ง พวกเราทุกคนมาพูดคุยกัน เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ดีใจที่ได้รับการประสานงานจากนายอรรถวิชช์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้สื่อสารไปในสังคมว่าในช่วงการเลือกตั้งมีพรรคที่ดีๆ มีนักการเมืองรุ่นใหม่มาให้ประชาชนได้เลือก ได้คัดสรรว่าจะมาช่วยกันสร้างชาติสร้างบ้านเมืองให้ประเทศไทยได้ก้าวทันโลก

นายมานะกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เชื่อว่าสังคมไทยได้เห็นบทบาทการทำงานของนายพีระพันธ์ุชัดเจน รวมถึงการทำงานของคณะทำงาน แม้ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ท่านมีนโยบายชัดเจน คือเรื่องพลังงานที่มีความเป็นธรรมมากขึ้นในสังคมไทย ต้องขอเรียนว่าท่านมีความกล้าหาญมากยากที่จะเอาชนะ ซึ่งคนที่จะทำเรื่องนี้แล้วไม่ถูกคุกคาม ไม่ถูกเขม่นหรือถูกกีดกันจากกลุ่มทุนหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจก็ถือเป็นเรื่องยาก ฉะนั้น จึงขอชื่นชมนายพีระพันธ์ุในเรื่องนี้เป็นพิเศษ พวกเราติดตามการทำงานของรัฐบาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงมีความชื่นชมและศรัทธาในความมุ่งมั่นของนายพีระพันธ์ุ
ขณะที่นายพีระพันธ์ุกล่าวว่า ต้องขอบคุณนายมานะที่วันนี้ให้โอกาสเข้าพบในครั้งนี้ ก่อนมาทำงานการเมืองก็ทำงานเป็นผู้พิพากษา ต่อต้านการคอร์รัปชันมาตลอดชีวิต และตอนเข้ามาทำหน้าที่เป็นนักการเมืองก็พยายามทำหน้าที่ต่อเนื่องคือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในกรอบอำนาจหน้าที่มาตลอด ตระหนักเสมอว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นมะเร็งร้ายของสังคมและบ้านเมือง และงบประมาณที่มาจากหยาดเหงื่อของประชาชนก็ต้องหมดไปกับการทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้นทุกปี ขนาดพวกเราไม่ได้นิ่งเฉย มีมาตรการที่เรียกว่าเป็นยาแรง การทุจริตคอรัปชั่นก็จะเติบโตมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีอะไรที่พวกเขาต้องกลัว แต่จากการที่ทำงานมามองว่าการทุจริตต้องเป็นโทษถึงขั้นประหารชีวิต จึงเป็นนโยบายของพรรค รทสช.
นายพีระพันธ์ุกล่าวต่อว่า ซึ่งนโยบายเรื่องของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นนโยบายหลักอย่างหนึ่งของพรรค รทสช. และเนื่องจากคนรุ่นใหม่ที่มาสมัครเป็นผู้สมัคร วันนี้อยากให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตการเมืองด้วยกันให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่ทำอะไรที่เป็นลักษณะของการทุจริตคอร์รัปชัน และไม่สนับสนุนการกระทำดังกล่าวเพื่อให้เป็นการเริ่มต้นชีวิตการเมืองที่ต้องเป็นแนวทางที่ดี ฉะนั้น จึงถือโอกาสให้นายอรรถวิชช์มาประสานงาน เพื่อเข้ามาพบและให้สัตยาบันว่าพวกเขาจะเป็นนักการเมืองที่ดีของประเทศชาติ

นายพีระพันธ์ุกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากสามารถสนับสนุนช่วยเหลืออะไรองค์กรได้ก็ขอให้บอกมา อะไรที่สามารถช่วยทำได้ก็จะพยายาม ส่วนเรื่องพลังงานถือเป็นการทุจริตใหญ่ของประเทศ ที่ยังทำไม่จบ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากทำจบก็จะดีกว่านี้เยอะ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องของการครอบงำ เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย รวมถึงการปฏิบัติงานด้วย ฉะนั้น ในส่วนนี้หากองค์กรเข้าไปช่วยดูแลได้ก็จะเป็นคุณูปการกับประเทศมาก เพราะเป็นการปล้นประชาชนไม่ใช่แค่ทุจริตอย่างเดียว จึงรับไม่ได้ และไม่ใช่ว่าไม่ถูกคุกคาม ถูกคุกคาม แต่ก็ทน
ด้านนายอรรถวิชช์กล่าวว่า เวลาที่เราทำนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ครั้งแรกก็อยากให้มาที่นี่ และเริ่มชีวิตการเมืองที่ดีจึงได้ปรึกษานายพีระพันธุ์เพราะเรามีนโยบายเรื่องการต่อต้านการคอร์รัปชันจึงคิดว่าเป็นนิมิตหมายและโอกาสที่ดีที่พวกเราทุกคนได้มาพร้อมกันที่นี่ ย้ำว่าพรรค รทสช. ชนหนักมากในเรื่องของพลังงาน ที่ประเทศไม่ก้าวกระโดดไปมีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องของพลังงานที่ย่ำอยู่กับที่เพราะเข้าสู่นวัตกรรมไม่ได้ เพราะจะเปิดไปสู่การทำเสรีโซลาร์ บริษัทคราวด์เซ็นเตอร์อยากเข้ามาทำ อยากมีเซมิคอดักเตอร์เข้ามาทำ ก็ทำไม่ได้เลยเพราะต้องใช้พลังงานสะอาด 100% ครั้งที่แล้วเราก็พยายามที่จะออกกฎหมายเสรีโซลาร์ แต่ปรากฏว่าเมื่อนายพีระพันธ์ุออกจากตำแหน่งปุ๊บกฎหมายก็ตก
นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า ตอนทำนโยบาย ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย แต่ตอนออกจากตำแหน่ง 3.94 บาท/หน่วย ถือว่าลดไปเยอะ ช่วยเซฟเงินประชาชนไปกว่า 2.7 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันในพรรคเคยมี ส.ส.อยู่ 36 คน ก่อนยุบสภาเหลือสามคน ถือว่ามีนัยยะเพราะเวลาที่เราชนกับใครก็คือชนจริง ฉะนั้น จึงอยากให้ดีเอ็นเอนี้อยู่กับพรรคไปนานๆ เวลาที่เราจะคัดคนใหม่เข้ามาในพรรค ต้องเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก เพราะหากไม่สู้ด้วยกันในทางนี้ พรรคก็จะล้มหายตายจากไป
นายพีระพันธ์ุกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนและผู้สมัคร ส.ส.พรรค รทสช. โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ลงนามสัตยาบันไว้กับทางองค์กรว่า พรรค รทสช.เราจะยึดมั่นในแนวทางของความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ในทางการเมือง

ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังเข้าพบประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ว่า การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศเรานั้น มีการขยายตัวมากขึ้น และวงเงินมากขึ้นตาม แต่ที่สำคัญคือการที่การทุจริตคอร์รัปชันขยายตัวมากขึ้นเพราะไม่เกรงกลัวต่อโทษ และกว่าที่จะเสร็จสิ้นการสืบสวนสอบสวน การพิจารณาใช้เวลานานมาก ฉะนั้น สิ่งที่เราต้องแก้ไขคือการปรับโทษให้หนักขึ้น รวมถึงมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ต้องมีการใช้มาตรการที่เป็นยาแรงเพราะหากไม่ใช้มาตรการที่เป็นยาแรงก็จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศ
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ขณะนี้หาเสียงมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว แต่บรรยากาศไม่ค่อยคึกคัก นายพีระพันธ์ุกล่าวว่า การหาเสียงแต่ละครั้งก็มีผลต่างกัน สถานการณ์ตอนนี้ที่ตนได้พบกับประชาชนและได้รับการสะท้อนมาคือคนเบื่อ เบื่อมากที่สุดคือเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเมื่อเบื่อแล้วคนก็ไปทำมาหากิน ฉะนั้น จึงคิดว่านี่เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน อย่างเฉียบขาดและเด็ดขาด เรื่องที่สองที่ประชาชนรู้สึกคือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากหลายคนมีความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดน
นายพีระพันธ์ุกล่าวต่อว่า นี่เป็นเรื่องหลักที่ประชาชนพูดกับตน เวลาที่เดินไปพบปะกับประชาชน นอกจากนี้ เป็นเรื่องของพลังงานที่มีประชาชนมาสะท้อนว่าหลังจากที่ตนพ้นจากตำแหน่งแล้ว วันนี้แก๊สหุงต้มกลับมาขึ้นราคาอีกครั้ง ฉะนั้น เรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงคือเรื่องของค่าครองชีพ และรู้สึกว่าไม่อยากพึ่งนักการเมืองแล้ว ซึ่งเราในฐานะนักการเมืองหากไม่สามารถทำให้ประชาชนมั่นใจในความเป็นนักการเมืองที่ดีของเราได้ ก็จะทำให้คนเริ่มเบื่อระบอบประชาธิปไตย นี่จึงเป็นส่วนที่ทำให้ตนและผู้บริหารพรรค รทสช. อยากสร้างนักการเมืองที่ดี นักการเมืองที่มาทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ได้


