อนุทิน ประชุมขับเคลื่อน ภารกิจสําคัญของ มหาดไทย ขอบคุณจนท.ทำหน้าที่เสริม หวังไม่มีปะทะรอบ 3 ย้ำ ข้าราชการวางตัวเป็นกลางเลือกตั้ง 69 ไม่ช่วย - บี้ใคร เหตุจะได้ไม่มีข้อยกอ้างจากฝ่ายการเมือง แต่คงห้ามไม่ได้รักชอบพรรคใคร ขอมั่นใจกกต.มีแผนรองรับหากเกิดเหตุสะดุด ลั่น ทำงาน 3 ปีแยกชัดไม่เคยไปขอให้ช่วย
เมื่อวันที่ 5 มกราคม เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อน ภารกิจสําคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูง ร่วมประชุมเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยนายอนุทินกล่าวมอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ว่า ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่าน ขอให้ทุกท่านได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคล เป็นกำลังใจในการทำงาน รับใช้ประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อบันดาลความมั่งมีศรีสุข ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข และขอบคุณข้าราชการมหาดไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีและอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ปฏิบัติงานดูแลประชาชนมาโดยตลอดในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทุกคนดำเนินงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร กลับภูมิลำเนาของประชาชน ได้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคน

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง นำคำขอบคุณไปยังข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น พี่น้องชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ดูแลประชาชนจากความทุกข์ยากและลำบาก โดยระหว่างที่เกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายปกครองและเครือข่ายได้ทำหน้าที่ร่วมกันรักษาอธิปไตยของชาติไทย ทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เฝ้าระวังสถานการณ์ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพมายังศูนย์พักพิง จะเห็นการบริหารจัดการที่ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจ ในสภาวการณ์อย่างนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของการดูแล ให้ข้าวของ อาหารการกิน เครื่องนุ่งห่ม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาใจใส่ อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ในช่วงที่ต้องการกำลังใจจำนวนมาก
“วันนี้ผมขอยืนยันว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ผมได้ใช้โอกาสในช่วงวันหยุด เทศกาลปีใหม่ลงพื้นที่ตามแนวชายแดน ไม่ใช่พบแต่ฝ่ายทหารที่ทำหน้าที่ แต่ยังได้พบกับฝ่ายปกครอง และได้เห็นความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชย จึงขอชมผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลบริหารสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและไม่ดี ทางสถานการณ์ภัยพิบัติ วาตภัย ที่เกิดขึ้น ก็ขอให้ถอดบทเรียนเตรียมการ กรณีที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งเกิดขึ้นแน่ๆ และความรุนแรงจะเป็นเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่สภาพของพื้นที่และธรรมชาติ” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวอีกว่า การดำเนินการให้การดูแลประชาชนและรองรับสถานการณ์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายทำเป็นแผนเผชิญเหตุ ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที สิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก แต่คนที่ลงไปอยู่ในพื้นที่จะเห็นว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เป็นสถานการณ์ที่เกินความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถบอกได้ว่าความเต็มที่ของเราไม่ต้องไปยกระดับ หรือปรับปรุงอะไรอีกแล้ว ตรงกันข้าม ขอให้ถอดบทเรียนสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าถ้าเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะทำอย่างไร ตนเชื่อว่าอาจจะเกิดมากขึ้น แต่ขอให้เตรียมตัวให้ทุกอย่างเข้าที่ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมทั้งบูรณาการ ความร่วมมือเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความพร้อมในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ว่า ได้รับทราบว่ากระทรวงมหาดไทยได้เยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยและภัยต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดทางภาคเหนือจนถึงภาคใต้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ต้องขอขอบคุณทุกท่านในความร่วมมือ และประสิทธิภาพของงานที่ได้ทำอย่างเต็มที่ และฝากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการแจ้งเตือนภัยประชาชนโดยเฉพาะ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการเตือนภัย เราได้ลงทุนไปแล้ว เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งการสื่อสารคือความสำคัญที่ต้องส่งไปยังประชาชน เพราะหากประชาชนเดือดร้อน ความรับผิดชอบก็จะตกมาที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครองจึงขอให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
นายอนุทินยังกล่าวเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ว่า ขอให้กำชับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของการเผา เพื่อรักษาสถานการณ์และเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาของฝุ่นละออง PM2.5 ที่จะมาแทนปัญหาน้ำท่วม
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ขณะที่การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทำหน้าที่ 1 กำลังแนวหลังเป็นแนวสนับสนุนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าขณะนี้จะยุติการโจมตีซึ่งกันและกันแล้ว แต่ขอฝากให้ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท ในการดูแลประชาชน อย่างการจัดตั้งศูนย์พักพิง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา เราหวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเป็นระลอกที่ 3 หลังจากที่มีการเจรจาและลงนามข้อตกลงร่วม หรือ Joint statement เพราะฝ่ายไทยได้กำหนดข้อกำหนดต่างๆ มามากพอสมควร มั่นใจว่าทุกฝ่ายจะรักษาในข้อผูกมัดซึ่งกันและกันและคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก ส่วนการเจรจาพื้นที่เขตแดนถือว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา JBC. คณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ขณะเดียวกันขอให้เร่งสำรวจความเสียหายของประชาชน โดยเฉพาะเคหสถานที่ถูกโจมตี ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องให้การดูแลและซ่อมแซม ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม และกำชับให้เร่งสำรวจให้ดีเพราะฝ่ายปฏิบัติมีงบประมาณที่จะดูแลช่วยเหลือเรื่องนี้อยู่แล้ว
“ได้ข่าวมาว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าให้ความเชื่อมั่นในประเทศไทย และสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ผมได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนว่ามีความคึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต จึงขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด เอาใจใส่และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงมาก หลายคนจะรู้สึกว่าอัตราไม่ดีขึ้น แต่ตนได้เดินทางไปตรวจตามจุดต่างๆ เห็นว่าดีขึ้นยกเว้นถนนสายในที่มีปัญหาเดิมๆ เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ จึงขอให้จัดหมวดอุบัติเหตุแยกอย่างชัดเจน ไม่ใช่รวมกันไปหมด ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เดี๋ยวช่วงสงกรานต์ค่อยมากำหนดให้ชัดเจนกันอีกที
นายอนุทินยังกล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ขอให้มั่นใจว่าถ้ามีสถานการณ์ความไม่สงบ หรือความไม่ปลอดภัย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีแนวทางในการดำเนินการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ให้เขาสู้กันไป ไม่ใช่ไปเลือกข้าง เพราะพรรคการเมืองทั้งหลายต้องการให้ข้าราชการทุกฝ่ายดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ไม่ช่วยใคร หรือบี้ใคร ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้ ระบบราชการก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คนที่เข้ามาก็จะไม่รู้สึกอึดอัดอะไรที่จะทำงานด้วยกันต่อไป
“หากขอให้ดำรงใจเป็นกลางคงไม่ได้ เพราะท่านก็คงไปเลือกพรรคที่รัก คนที่ชอบ แต่ในภารกิจหน้าที่การงานขอให้ดำรงความเป็นกลางให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่มีการยกอ้างอะไรจากฝ่ายการเมือง เราทำงานกันมา 3 ปีแล้ว ทุกท่านคงเห็นว่าผมไม่เคยไปขอให้ช่วยอะไร เพราะผมแยกเรื่องการเมืองชัดเจน ไม่เคยคุยกับท่าน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเมือง” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวถึงการทำงานอีกว่า ตนประชุมกระทรวงมหาดไทยเดือนละครั้ง แฟ้มถูกย้ายไปอยู่ที่ทำเนียบ จึงไม่ได้เข้ากระทรวง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงาน เพราะตนทำหน้าที่ควบนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยายามทำให้ประสิทธิภาพของงานเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว


