‘พิพัฒน์’ รับกังวลเล็กน้อย หลังโพลชี้ ‘ปชป.-อภิสิทธิ์’ คะแนนพุ่งในสงขลา มั่นใจผลงาน ‘อนุทิน’ ชัดเจนกว่ารัฐบาลทุกยุค ชี้ ‘คนละครึ่งพลัส’ ครองใจประชาชน ภท.ยังตั้งเป้ากวาด ส.ส.ใต้อย่างน้อย 31 ที่นั่ง เผย ‘อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี’ เตรียมยกทัพใหญ่ปราศรัย 4 เวทีใหญ่ภาคใต้
เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.สงขลาตีตื้น โดยผลนิด้าโพลระบุว่าประชาชนใน จ.สงขลา กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี และสนับสนุนผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ความกังวลต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่มีเรตติ้งดีขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ภาคใต้ก็ต้องเดินหน้าและพยายามต่อไปในการพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำมาตลอดตั้งแต่ปี 2562 จนถึงขณะนี้
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะเวลาเปลี่ยนไป ยุคสมัยเปลี่ยนไป นอกจากนี้ ตนมีความมั่นใจในตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือนที่นายอนุทินเข้ามาบริหารประเทศ และทำให้เกิดความชัดเจนต่างๆ ในหลายด้าน มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า ในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ พรรคภูมิใจไทยจะยังสามารถซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราไม่ได้ซื้อใจประชาชน แต่เราพยายามนำเสนอผลงานที่ผ่านมาให้กับประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้รับทราบว่าพรรคภูมิใจไทยทำอะไรบ้าง และพวกเราจะทำอะไรในอนาคตหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ซึ่งตนคิดว่าประชาชนในภาคใต้จะเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร และเมื่อพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอแล้ว ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่โครงการที่สวยหรูแต่อยู่ในอากาศ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เราจะนำเสนอเฉพาะส่วนที่ทำได้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 31 ที่นั่ง และจะพยายามทำให้ได้มากกว่านั้น เพราะแม้การช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส.ในภาคใต้มี 2-3 พรรคการเมือง แต่เรายังมั่นใจว่าน่าจะได้ ส.ส.ระบบเขตมากที่สุด
ต่อข้อถามว่า หนักใจหรือไม่ต่อการดูแลพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนและเพื่อนๆ อีกหลายคนดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ย่อมมีความเหนื่อยและหนักใจ แต่การทำงานทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราต้องตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ในทุกมิติ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเราพูดกับประชาชนแล้ว จะทำอย่างไรให้เขาเชื่อมั่นว่าเราพูดแล้วทำได้
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีไม้เด็ดอะไรในช่วงระยะเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์กล่าวว่า คงไม่มีไม้เด็ด เพราะพรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอในสิ่งที่เราทำได้ เราไม่นำเสนอโครงการเพ้อฝัน และอะไรที่เป็นนโยบายของพรรคเรา อาทิ นโยบายคนละครึ่งพลัส เราก็จะดำเนินการต่อ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากการที่ตนไปลงพื้นที่พบกับแม่ค้าพ่อค้าและประชาชนพบว่าโครงการคนละครึ่งพลัสได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก
เมื่อถามถึงกำหนดการการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราจะเริ่มเปิดปราศรัยใหญ่ในภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-6 ก.พ. ซึ่งเวทีแรกจัดขึ้นที่ จ.ระนอง ในวันที่ 28 ม.ค. และปิดท้ายที่ จ.พัทลุง ในวันที่ 6 ก.พ. ซึ่งตรงกับเวทีใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะเว้น 2 วัน คือวันที่ 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. เนื่องจากตนและรัฐมนตรีของพรรคที่ดูแลภาคใต้ต้องเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ที่ต้องจับตา ซึ่งนายอนุทิน พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะร่วมกันยกทัพใหญ่ของพรรคไปขึ้นเวทีปราศรัย ประกอบด้วย 1.เวทีที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 30 ม.ค. 2.วันที่ 3 ก.พ. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี 3.วันที่ 4 ก.พ. ที่ จ.สงขลา และ 4.วันที่ 5 ก.พ. ที่ จ.นครศรีธรรมราช

