ชวน ยังมั่นใจปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.ได้เพิ่มแน่ แต่ ส.ส.เขต ยังยาก เหตุเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ยอมรับ“นิพิฏฐ์” บอกมีซื้อโหวตนายกฯล่วงหน้าจริง แต่ยังไม่รู้เป็นใคร ไม่น่าห่วงเท่าก่อนเลือกตั้งที่ใช้เงินซื้อเสียง
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่รัชดา ซอย 7 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ในชุมชนถึงกระแสคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีทิศทางดีขึ้นว่า พึ่งมาลงพื้นที่ กทม.เป็นวันแรก ก่อนหน้านี้ไปทางใต้ เมื่อวาน (4 ม.ค.) ไปนครปฐมและสุพรรณบุรี หากพูดถึงระบบบัญชีรายชื่ออย่างที่ตนเคยพูดไว้เหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ มองว่าบัญชีรายชื่อคงดีขึ้น แต่สำหรับเขตยังยากและไม่แน่นอน เพราะผู้สมัครก็ใหม่ ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ได้แค่ 25 คน เป็นบัญชีรายชื่อ 3 คน เขตอีก 22 คน ตอนนี้เหลือแค่ 8 คน เพราะฉะนั้นถือว่าฐานเดิมมีน้อย ดังนั้นการได้มาใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คิดว่าพอจะมีโอกาส
ส่วนการหาเสียงผ่านมา 10 วันแล้ว แต่บรรยากาศอาจไม่ได้คึกคักเท่าที่ควรนั้น นายชวนกล่าวว่า ต้องรอให้การเลือกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผ่านพ้นไปก่อน คือ 11 ม.ค. เมื่อพ้นไปแล้วความสับสนก็จะไม่มี การจดจำเบอร์ก็จะไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าบางพรรคไม่ได้สนใจการหาเสียง เพราะจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการใช้เงินยังคงรุนแรง ตนก็พยายามปลุกระดมให้ชาวบ้านต่อต้านเรื่องนี้ พยายามบอกให้ตัดวงจรอุบาทว์ หากพูดง่ายๆ ก็คือหาเสียงด้วยการซื้อเสียง ชนะเป็นรัฐบาล โกงเอาเงินมาซื้อเสียง เวียนอยู่อย่างนี้ ถ้าสามารถตัดวงจรนี้ได้ก็จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ว่า มีการซื้อ ส.ส.โหวตให้ อ. เป็นนายกรัฐมนตรีล่วงหน้าแล้ว นายชวนกล่าวว่า ได้ยินนายนิพิฏฐ์เล่าให้ฟังว่ามีคนเสนอทำนองนี้ แต่เริ่มต้นจากใครเราก็ไม่ทราบ ก็คงไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับก่อนเลือกตั้ง เพราะก่อนเลือกตั้งก็ต้องพยายามช่วย ดีใจที่สื่อมวลชนได้มาร่วมกันต่อต้านพฤติกรรมการซื้อเสียง เพราะอะไรหลายอย่างก็จะมาสะดุดกับเรื่องแบบนี้ เช่น กรณีตำรวจเรียกรับส่วย หรือการโยกย้ายฝ่ายปกครอง ซึ่งเวลานี้ก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการอยู่ อย่างเช่น ที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยนักการเมือง ตรงนี้ก็ต้องเตือน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องระวัง ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดไปด้วย ดังนั้นถ้าเราดำเนินการสกัดกั้นวงจรอุบาทว์ก็จะทำให้การเมืองดีขึ้น

นายชวนกล่าวต่อว่า ถ้าการเมืองดี ข้าราชการก็จะดี แต่ถ้านักการเมืองทุจริตก็จะตั้งข้าราชการทุจริตมาเป็นผู้บริหาร จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าคุณภาพของข้าราชการลดต่ำลงหรือไม่ แต่คนขึ้นมามีตำแหน่งมาจากที่นักการเมืองตั้ง ถ้าข้าราชการไม่รับใช้นักการเมืองเขาก็ไม่ตั้ง
เลยทำให้คนที่มีคุณภาพไม่มีโอกาสขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพราะฝ่ายการเมืองเป็นคนคุมนโยบาย แต่คนปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ ถ้าเราได้คนคุณภาพมาแก้ปัญหาบ้านเมืองก็จะทำให้ปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถ้าได้คนที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่ไปหาผลประโยชน์ให้ฝ่ายการเมือง ก็จะไม่ใช่ผู้แก้ปัญหา แต่เป็นผู้สร้างปัญหาให้ประชาชน
“ถ้าเราได้นักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตมาบริหารบ้านเมือง งบประมาณจะไม่ตกหล่น แต่ถ้าได้นักการเมืองที่มีผลประโยชน์ มีธุรกิจส่วนตัว เราจะมีปัญหาภาษี ที่พี่น้องเสียไป ก็จะตกมาไม่ถึงชาวบ้านเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดังนั้นต้องพยายามหาทางสกัดกั้น เราต้องการรัฐบาลในอนาคตที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกปฏิบัติกับประชาชน นี่คือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 90 กว่าปี มีความก้าวหน้าไปหลายด้าน แต่ด้านการเมืองในระบบที่ยึดหลักนิติธรรมยังเป็นปัญหา” นายชวนกล่าว

