การเมืองเริ่มระอุ อดีต ส.ส.น้ำเงินจี้ให้เท่าพิภพ ขอโทษเนวินและคนบุรีรัมย์ ที่พาดพิงเรื่องเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ท้าพิสูจน์ที่ กกต.บุรีรัมย์ไม่เคยเปลี่ยนผู้สมัคร ขณะทนายอั๋น บุรีรัมย์โพสต์เย้ยหากภูมิใจไทยได้ ส.ส. 70 คนขึ้นไปจะแก้ผ้าวิ่งจากบุรีรัมย์ ยันกรุงเทพฯ ส.ส.สีน้ำเงินรับคำท้าและขอให้ทำจริง ติงทนายอั๋นเคลื่อนไหวหลายครั้งเหมือนไม่ใช่คนบุรีรัมย์
เมื่อวันที่ 6 มกราคม กรณี นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ที่มีคนไปท้วงติง และเตรียมจะมีการยื่นตรวจสอบ ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ส.ส. 2561 มาตรา 51 ควรยื่นขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยว่ากรณีการสมัคร ส.ส.ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่มาแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ นั้น ชอบหรือไม่
ซึ่งในบทสัมภาษณ์ ได้มีการพาดพิงถึงการเปลี่ยนตัว ส.ส.ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และให้ไปถามนายเนวิน ชิดชอบ ทำให้บรรดา ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ
ล่าสุด นายสนอง เทพอักษรณรงค์ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย บุรีรัมย์ เขต 1 ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากดูคลิปแล้ว ตนได้เดินทางไปตรวจสอบที่ กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าเคยมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครเหมือนนายเท่าพิภพหรือไม่ ปรากฏว่าได้รับการยืนยันจาก กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าไม่เคยมีมาก่อน
การออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อของนายเท่าพิภพ กับคำที่ว่า ให้ไปถามนายเนวิน อันนี้ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อสังคม นายเท่าพิภพต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองด้วย ถือว่าการให้ข่าวแบบนี้เป็นการให้ร้ายป้ายสีต่อพรรคภูมิใจไทยและนายเนวิน ชิดชอบ ด้วย
เมื่อสอบถามถึงกรณีที่มีทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเพจของตัวเองว่า ถ้าพรรคน้ำเงิน ได้ถึง 70 เก้าอี้ขึ้นไป ทนายอั๋นบุรีรัมย์จะวิ่งแก้ผ้าจากบุรีรัมย์ไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วกล่าวอะไรสักอย่าง ก่อนจะอำลาวงการหาลูกเมีย ทำนาตามประสาคนจนต่อไป นายสนองกล่าวว่า ข้อความคำว่าสีน้ำเงิน คงจะหมายถึงพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน อันนี้พรรคภูมิใจไทยขอประกาศรับคำท้า ขอให้จำคำพูดตัวเองให้ได้ และขอให้ปฏิบัติตามคำพูดของตัวเองด้วยถ้าพรรคภูมิใจไทยทำได้ คงจะเป็นภาพที่อุจาดตาน่าดู
“ส่วนตัวมองอีกมุมหนึ่งว่าจริงแล้วทนายอั๋นเป็นคนบุรีรัมย์ อยากถามว่าทนายอั๋น ได้สร้างอะไรให้กับคนบุรีรัมย์บ้าง เห็นมีแต่เรื่องโจมตีให้ร้ายป้ายสีคนบุรีรัมย์ แม้แต่ศูนย์อพยพที่สนามช้างฯจัดรับชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้ามา ทนายอั๋นยังตั้งข้อสังเกตอีกว่ามีการสมคบกันหรือไม่ ทำไมถึงจัดเตรียมได้อย่างรวดเร็ว แทนที่จะมองว่านี่คือความพร้อมของคนบุรีรัมย์ ที่รองรับความเดือดร้อนชาวบ้าน ถือว่าไม่ได้รักคนบุรีรัมย์จริง ไม่ควรจะเป็นคนบุรีรัมย์ด้วยซ้ำ” นายสนองกล่าว

