‘กัลยพัชร’ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลาออกสมาชิกประชาชน เหตุพรรคเปลี่ยนไป บอกหมดศรัทธาเพราะพรรคกำลังจะกลายเป็นพวกเขา สูญเสียตัวตน-อุดมการณ์เดิม หวังเข้าสู่อำนาจจอมปลอม เผยรู้มานานแล้วพรรคเอาคนนอกมาสู้กับ ‘ศุภจี-สีหศักดิ์-เอกนิติ’ ซัดจะขนเทคโนแครต-อีลีทมากี่ร้อยคน ก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่งที่ต้องออกไป
เมื่อวันที่ 6 มกราคม น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ หรือ นิว อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุทาง X อย่างละเอียด กรณี ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ ว่า นิวตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการแล้วนะคะ สำหรับความรู้สึกที่ขอบันทึกไว้ตรงนี้ ดิฉันพิมพ์ไว้ก่อน ก่อนจะประกาศผลปาร์ตี้ลิสต์ วันจันทร์ อังคารที่จะถึงนั้น เพื่อป้องกันคำครหาว่าไม่ผ่านแล้วพาล หรือถ้าผ่าน ก็ต้องโดนบอกให้นั่งทับมือเช่นเดิม อยากจะปราศจาก conflict of interest หรือ bias ใด เพราะเราคิดเรื่องนี้สะสมมาหลายเดือน ยาวนานประมาณ 6 เดือน ก่อนจะยกมือให้นายกน้ำเงิน จนมาถึงวันนี้
น.ส.กัลยพัชรระบุว่า เรารู้ว่าข้อความนี้อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ แต่เราเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้ แบบที่เข้าใจว่า ทั้งโหวตเตอร์ สมาชิกพรรค แกนนำ และเพื่อน ส.ส. รวมทั้งผู้สมัคร ทีมงานพรรค ทีมเครือข่ายจากอนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนถึงประชาชน น่าจะพอรับฟังได้ เราไม่เคยพูดเรื่องทั้งหมดนี้กับใคร ถ้าเราเป็นคนไม่ต่อต้านระบบ สยบยอม เราคงเรียนต่อแพทย์สี่ ใช้ทุนครบ เป็นอาจารย์ หูคอจมูก ไปแล้ว ไม่ถ่อไปเรียน MSc dermatology อังกฤษ เพื่อให้คนมาดูถูก ว่าเป็นหมอความงาม หมอชั้นสอง โง่บ้างไรบ้าง ตั้งแต่เราเกิดมา เราไม่เคยเจอคนฉลาดที่ไหนว่าคนอื่นโง่เลย จริงๆ ทางเดินชีวิตนิวมันง่ายมากนะ เรียนผิวหนังในไทย ใช้เส้นสูงเสียดฟ้าที่มีแต่คนหาว่าโง่ ที่มีเส้นแล้วไม่ใช้ โทรกริ๊งเดียวก็ได้เรียน นิวเลือกที่จะไม่เรียนผิวหนังในไทย เพราะไม่ต้องการเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหนี้บุญคุณใคร แค่จุดนั้นมันก็ทำให้นิวรู้สึกแล้วว่าแล้วเราจะตั้งใจเรียนที่ผ่านมาเพื่ออะไร เมื่อในที่สุดแล้วมันไม่อาจชนะเส้นสายที่แน่นหนาในทุกมิติของสังคมนี้ไปได้

น.ส.กัลยพัชรระบุต่ออีกว่า ทำไมเราถึงสนใจพรรคอนาคตใหม่? เพราะพรรคทำให้ ignorant แบบเราหันมาสนใจการเมืองได้ เพราะมันเจอคนที่ไม่สยบยอมกับระบบ ผู้นำแบบธนาธร ความคิดก้าวหน้าแบบ อจ.ป๊อก เป็นสิ่งที่เรารอมานาน และดีใจที่มีพรรคนี้เกิดขึ้น ความคิดที่ว่าคุณมีฝันแบบไหนจงเข้ามาทำให้มันเกิดขึ้น ด้วยตัวเอง ผ่านมาถึงก้าวไกล นิวเห็นพรรคใหญ่ขึ้น มวลชนรักพรรค เราเองก็รักพรรคมากขึ้น จนอยากมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยพรรค ตั้งใจกะจะเข้าไปเป็นอาสาเฉยๆ ปรึกษาวาโย และเดินเข้าไปหาพี่ทิมเลยวันที่พี่วิโรจน์เปิดตัวผู้ว่าฯว่ามีอะไรพอจะช่วยได้ไหม ในฐานะ volunteer จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ไม่เคยเสียดาย 2 ปีกว่าที่ผ่านมากับการทำหน้าที่ในหมวกใหม่ของชีวิต ทุกแววตาที่มีความหวัง ดอกไม้ ขนม รอยยิ้ม มือที่โอบกอดพวกเรา จะอยู่ในใจคนๆ นี้ ตลอดไป
น.ส.กัลยพัชรระบุว่า แต่ตอนนี้พรรคเปลี่ยนไป มันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของนิว ไม่ต้องเชื่อก็ได้ หัวเราะเยาะก็ได้ แต่มันคือความรู้สึกจริงๆ จากใจ นิวเข้าใจทุกอย่างว่าเราต้องการตัวเลขมากพอเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล เราต้องกลืนเลือด ประนีประนอม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ไม่งั้นจะถูกดูถูกไปตลอดว่าไม่เคยบริหาร ถ้ากลัวการดูถูกก็ไม่ควรเป็นพรรคแบบนี้ อย่าลืมว่าเราชนะมวลชนมาด้วยความเป็นตัวเราแบบนี้ การเมืองไทยเขย่า เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน หลังจากมีพรรคส้มเกิดขึ้นมา หากผู้พูดยังจำได้ พี่แกนนำพรรคท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สมาทานรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี คนนอก ทุกคนควรเป็น ส.ส.เท่านั้น เพราะได้รับการเลือกตั้งมาจากประขาชนจริง
“ทราบค่ะว่า ครั้งนี้บริบทเปลี่ยนไป จะบอกว่ากลัวเหตุผลทางการเมือง กลัว 44 ส.ส.โดนตัดสิทธิ กลัวเพื่อนคดี 112 โดนตัดสิน จึงต้องเอาทีมผู้บริหาร the professionals คนนอก ซึ่งเรื่องทีม ครม.คนนอกเนี่ย นิวทราบมาก่อนทราบผลปาตี้ลิสต์ 100 คน มาระยะหนึ่งแล้ว เราเคยกลัวด้วยหรอคะ ที่ผ่านมา? ถ้าโตโต้ลงบางนาต่อ แล้วโดนคดี 112 คนที่ผิดคือโตโต้เหรอคะ ที่ต้องจัดการเรื่องเลือกตั้งซ่อม พรรคถึงต้องย้ายเพื่อนที่มีคดี 112 เข้ามาไว้ในปาร์ตี้ลิสต์ เสมือนพวกเขาจะเป็นภาระ หากมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น
“คุณจะเอาเทคโนแครต ศ. ดร. อีลีทที่เก่งมาอีกกี่ร้อยคน มันก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่งที่ต้องออกไป กี่ร้อยดอกเตอร์ ก็แทนลูกเกด โตโต้ แก้วตา พี่มาร์ท เท่า ไม่ได้ สำหรับนิว ขอชี้แจงตรงนี้ว่าเคารพอาจารย์ผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะมาเป็น ครม.คนนอกนะคะ แต่นิวให้ความสำคัญกับคนที่ใช้เวลามากพอกับพรรค มีดีเอ็นเอพรรค เข้าใจตัวตนของพรรคมากกว่า
“พรรคคิดมากเกินไปตอนเจอกระแสคุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ ซึ่งดิฉันก็ชื่นชมทุกคน โดยเฉพาะคุณศุภจี แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้มาช่วยพรรคเราค่ะ ทำไมโรมจะเป็น รมว.ยุติธรรมไม่ได้? ทำไมวาโย หรือพี่มาร์ท พี่สุภัทร จะคุมกระทรวง สธ. ไม่ได้? ทำไมพี่เซีย พี่มด หรือเนม จะเป็น รมว.แรงงานไม่ได้? ทำไมลูกเกด หรือแก้วตา จะดูแล กต.ไม่ได้? อจ.จวง เป็น รมว.ศึกษาได้แน่นอน ไร้ข้อกังขา พี่ชายดูแลพาณิชย์ ทนายแจมดูแล พม.ได้ ก๊อปหรือเท่าทำให้กระทรวงท่องเที่ยวดีขึ้นได้ และพี่วิโรจน์ก็ย่อมดูแลกลาโหมได้ พี่เป๊ก พี่ณิ กระทรวงทรัพย์สบายมาก เพียงแค่เราต้องอดทนเพื่อให้เวลาของเรามาถึง” น.ส.กัลยพัชรระบุ

น.ส.กัลยพัชรระบุต่อว่า สรุปการเมืองที่คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงได้มันมีจริงไหม? นิวรู้สึกว่าพรรคกำลังจะกลายไปเป็นพวกเขา เราก้าวถอยหลังออกมาจากจุดยืน จนอยู่ในจุดที่เราหมดศรัทธาในพรรค แค่เราคนเดียวมันไม่เป็นไรและพวกคุณก็คงไม่แคร์ แต่คุณกำลังทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมืองใหม่ ที่ไม่ใหม่จริง พรรคไม่ต้องปฏิเสธเรื่องคัดบ้านใหญ่ หรือคนมีฐานะเข้ามา ตัดสินคนด้วย credit bureau ดิฉันคงไม่ต้องพูดอีกคนว่ากระบวนการคัดสรรมีปัญหา เพราะก็พูดกันมาแทบทุกครั้งเวลาประชุม ส.ส. และมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราต้องถอยไปถึงจุดไหน? คุณอาจจะพูดว่าเราถอย เพื่อให้ได้เสียงจากฝ่ายอนุรักษ์ หรือ swing vote มากขึ้น เพื่อเข้าสู่อำนาจ การเข้าสู่อำนาจนั้นดีค่ะ ใครสมัคร ส.ส.แล้วไม่อยากเป็นรัฐบาลก็ไม่น่าจะมี
น.ส.กัลยพัชรเผยอีกว่า แต่ถ้าเรา great grand compromise ไปเรื่อยๆ เช่นนี้ Then whats the point of winning in the first place? เพราะเราสูญเสียตัวตน แนวร่วมอุดมการณ์ไปตลอดทาง คนแล้วคนเล่า เพื่อเข้าสู่อำนาจจอมปลอมนี้ที่ทุกคนก็ทราบว่าถ้าหากเราเล่นตามกติกาของอำนาจเก่า คุณจะเอามืออาชีพเก่งมาจากไหนก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เลย เพราะคุณต้องเล่นตามกรอบและกติกาของเขา และมันสายไปแล้ว คุณสูญเสียตัวตนไปมากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว แล้วมันคุ้มไหมกับการสูญเสียตัวตนหรือจุดยืนที่ดีงามเหล่านััน เพื่อให้ได้อำนาจมา คงไม่ต้องถามแล้วว่าเรายังฝันเหมือนกันอยู่ไหม?
“แต่อยากถามพวกคุณว่า คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหมว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน? คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่าคุณเข้ามาการเมืองเพื่ออะไร? ที่สำคัญคุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสินอยู่ที่ประชาชนค่ะ” น.ส.กัลยพัชรกล่าว
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนไม่ได้ส่ง น.ส.กัลยพัชร ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้จะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ก็ตาม


