ทูตพิศาล โยน กต.ยกร่างให้ จ.ม.หนุนรัฐบาล คสช. รับผิดเรื่องส่วนตัว 20 ปีก่อน  

7.01.26 | 12:06 น.
ทูตพิศาล

ทูตพิศาล โยน กต.ยกร่างให้ จ.ม.หนุนรัฐบาล คสช. รับผิดเรื่องส่วนตัว 20 ปีก่อน

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศ ชี้แจงผ่านเพจ “พรรคประชาชน – People’s Party” ระบุว่า

ตามที่มีการตั้งประเด็นการทำหน้าที่ของผมในระหว่างการเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกา ในทำนองแก้ต่างให้รัฐบาล คสช. หลังการรัฐประหารนั้น

อ่านข่าวปวิน จี้ พรรคส้ม สอบประวัติทูตพิศาล ชี้เคยรับใช้ระบอบประยุทธ์ อ้างไทยไม่มีนักโทษการเมือง

ผมเข้าใจว่า คงมาจากสาระในหนังสือชี้แจงจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ต่อบรรณาธิการ นสพ.วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งไม่ใช่ข้อความส่วนตัวของผม แต่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ยกร่างและสั่งการมาให้สถานเอกอัครราชทูตส่งต่อให้กองบรรณาธิการ นสพ. อันเป็นเรื่องปกติเมื่อมีการพาดพิงถึงการเมืองในประเทศไทยในสื่อมวลชนฉบับใด ของประเทศใด กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสารนิเทศ ก็จะยกร่างหนังสือชี้แจงและสั่งการให้สถานทูตส่งต่อถึงบรรณาธิการของสื่อมวลชนเสมอ และบรรณาธิการก็มักจะนำไปตีพิมพ์เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณ

Advertisement

อนึ่ง ในวันที่มีการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ขณะนั้น ผมดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำแคนาดา และได้รับเชิญด่วนจากสถานีโทรทัศน์ของแคนาดา 2 ช่อง ให้ไปสัมภาษณ์สดในวันเดียวกัน ผมตัดสินใจไป เพราะคงไม่สามารถรอการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศที่ถูก shut down จากผู้ชุมนุมประท้วง และตระหนักดีว่าเป็นเรื่องหน้าตาความน่าเชื่อถือของประเทศ

เพื่อไม่ให้ชาวตะวันตกเห็นว่าไทยเป็นรัฐล้มเหลวและเพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ในการสัมภาษณ์ดังกล่าว ผมจำได้ว่าไม่เคยกล่าวอะไรที่เป็นการสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร พิธีกรตั้งคำถามสุดท้ายกับผมว่า ที่มาให้ความเห็นทั้งหมดนี้ มาในนามรัฐบาลที่พ้นจากอำนาจไปหรือรัฐบาลทหาร ผมตอบว่า ผมมาในฐานะตัวแทนประเทศไทย

หากจะตรวจสอบท่าทีและความคิดของผมเรื่องสิทธิมนุษยชน โปรดหาอ่านได้จากคำอภิปรายในช่วงการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผมได้รวบรวมความเห็นไว้ทั้งหมดในหนังสือรายงาน “สว. รายงานประชาชน ภารกิจยากมากที่ยังรอการปฏิบัติ” (https://online.fliphtml5.com/tkdsy/npdl/#p=1)

ส่วนประเด็นเรื่องส่วนตัวผมที่เกิดขึ้นประมาณกว่า 20 ปีมาแล้ว ผมยอมรับผิด และผมได้ผ่านกระบวนการรับผิดต่อหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งครอบครัวได้ให้อภัยและสนับสนุนการเข้าสู่การทำงานการเมืองเพื่อช่วยให้การต่างประเทศเดินหน้าอย่างสง่างามอีกครั้งด้วยประสบการณ์จริงที่ผ่านมาของผม