‘ยศชนัน’ ยัน ‘เพื่อไทย‘ ประเมินกระแสตัวเองตลอด พบคะแนนพุ่งขึ้น หลังลงพื้นที่ต่อเนื่องไม่สนกระแสโจมตี-ถูกจ้องจับผิด เชื่อ สุดท้ายคนพูดแพ้ภัยตัวเอง บอกชาวบ้านเชียร์มาถูกทางแล้ว เปิดทีเซอร์ปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ พรุ่งนี้ ! เปิดนโยบายเชิงสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 มกราคม ที่มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประเมินกระแสหรือทำโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลังลงพื้นที่ต่อเนื่องว่า มีตลอด เพราะพรรคมีข้อมูลของคนในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีการลงพื้นที่มาโดยตลอด ซึ่งพบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้มีกำลังใจในการลงพื้นที่และจะสังเกตได้ว่าตนจะเดินไปแต่พื้นที่ที่สะท้อนถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่มาเขตทุ่งครุ เพื่อมารับฟังความเห็นจากพี่น้อง เพื่อนำไปสะท้อนนโยบายของเราเอง
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินไปถึงเรื่องตัวบุคคล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร นโยบายหรือไม่ว่า คะแนนนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มาจากปัจจัยใด นายยศชนันกล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองต้องการไปข้างหน้า ดังนั้น การที่เราไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ไม่ไปพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดี แต่เราพยายามพูดถึงนโยบายที่นำไปสู่พี่น้องประชาชนแบบลงรายละเอียด ซึ่งทำให้ทุกคนเริ่มกลับมามองเรา เข้าใจในแนวทางของเรา เพราะเรามีคนที่พร้อมจะทำ และมีประชาชนที่พร้อมจะสอดรับนโยบายเรา ทำให้ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และเราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าจะเลือกตั้งแล้วเราลงพื้นที่
ฉะนั้น ความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ของผู้สมัครของเรามีค่อนข้างสูง ซึ่งการไปลงพื้นที่ของเราก็เพื่อไปสอบถาม เช่น มาที่ทุ่งครุ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมก็ต้องมารับฟังปัญหา และกลับไปแก้ไขให้เท่าเทียม เช่น การเดินทางไปพิธีฮัจย์ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เรารับประเด็นมาเพื่อนำไปแก้ไขและปรับปรุงปัญหาต่างๆ รวมถึงต้องแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดและการคมนาคม

เมื่อถามว่า นโยบายใดที่จะนำมาพิชิตใจคนกรุงเทพฯ นายยศชนันกล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีปัญหาที่หลากหลาย ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด พยายามทำให้ทุกนโยบายมีความเป็นรูปธรรม ซึ่งปัญหาที่เราจะทำได้หรือไม่ได้กับที่ประชาชนต้องการ อยากให้แยกประเด็น ซึ่งวันนี้ค่าครองชีพสูง ประชาชนเดินทางไม่ได้ ต้องใช้รถทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน้าที่รัฐบาลก็ต้องไปทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก เชื่อว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกคนเห็นด้วย และวันนี้ได้ออกเครือข่ายแผนที่ขึ้นมา รวมไปถึงทำการสื่อสาร
นายยศชนันกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟฟ้าที่เรากำลังมองหาพลังงานทดแทน เพื่อทำให้ค่าไฟฟ้าลดลง ซึ่งเราเคยทำมาแล้ว จาก 4 บาท เหลือ 3 บาทกว่า รวมไปถึงการเพิ่มโอกาส เช่น การท่องเที่ยว เพราะถ้าการท่องเที่ยวดี นักท่องเที่ยวก็เข้ามา ซึ่งก็มาจากหลากหลายวัฒนธรรม ดังนั้น การที่เรามองว่าการลดรายจ่าย การปลดหนี้และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน และคิดว่าจำนวนนโยบายไม่ได้สำคัญเท่ารูปธรรมที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง
เมื่อถามว่า การปราศรัยใหญ่วันที่ 8 มกราคม ที่ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร จะมีอะไรเด็ดบ้าง นายยศชนันกล่าวว่า ขอพูดทีเซอร์ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม ความเหลื่อมล้ำ จะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก โดยในวันที่ 8 มกราคม จะเป็นการเปิดนโยบายเกี่ยวกับเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำ
เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยถูกจ้องจับผิดและโจมตี มองว่าเป็นการดิสเครดิต จะทำให้เสียสมาธิในช่วงหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า “เรื่องนี้ถ้าเรานั่งอยู่กับที่ แน่นอนว่าถ้าฟังก็ไม่สบายใจ แต่กลายเป็นว่าเราลงพื้นที่ ประชาชนให้กำลังใจบอกว่าทำอย่างนี้ดีแล้ว เดี๋ยวเขาก็หยุดไปเอง เดี๋ยวเขาก็แพ้ภัยตัวเอง ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะทำให้เราอยากลงพื้นที่มากขึ้น และการลงพื้นที่ของเราเป็นการลงไปเพื่อสื่อสารนโยบาย ไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ให้คนเห็นหน้า เพราะการเห็นหน้า ส.ส.เขตลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่การลงไปแล้วสื่อสารตรงๆ แล้วดูว่าสิ่งที่สื่อสาร เราแตะกับประชาชนหรือไม่ สามารถจำนโยบายเราได้หรือไม่”

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สามารถทำได้ทันทีได้จริงหรือ เพราะตอนเป็นรัฐบาลไม่ทำว่า เรื่องนี้ทำงานร่วมกับเอกชน การคุยเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้าและมีการบริหารที่ไม่ได้กระทบกระเทือน การเงินภาครัฐบาล จึงมั่นใจว่าเราทำได้ จริงๆ แล้วเราต้องทำสำเร็จตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เกิดประเด็นทางการเมืองไม่ได้ทำต่อ แต่ตอนนี้เตรียมพร้อมที่จะทำต่อแล้วภายใน 3-6 เดือน สามารถเห็นตรงนี้ได้แน่
นายยศชนันกล่าวต่อว่า เรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เราเดินหน้าไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะทำ ส่วนเรื่องงบประมาณถ้าเป็นเรื่องของเงินของภาครัฐแน่นอนว่าน่าจะลำบาก แต่ตรงนี้ได้มีการเจรจาพูดคุยกันไว้แล้ว รถไฟฟ้า 20 บาทไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นเรื่องที่ทำให้คนเข้าถึงระบบคมนาคม-ขนส่ง วันนี้ชาวทุ่งครุก็มีข้อเสนอเพิ่มเติมขึ้นมาว่า เรามีการท่องเที่ยวทั้งทางน้ำ ซึ่งตรงนี้เปรียบเหมือนเวนิสของกรุงเทพฯ เราน่าจะสนับสนุนเรื่องคมนาคม ขนส่ง ทั้งการสัญจรและการท่องเที่ยวทางน้ำขึ้นมาบนบก เชื่อมต่อด้วยรถไฟ ที่จะทำให้รายได้พื้นที่ ตั้งแต่ทุ่งครุ บางขุนเทียนขึ้นไปเป็นที่ที่น่าท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ประชาชน
เมื่อถามว่า รัฐจะไม่ต้องใช้งบประมาณเลยใช่หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า กรณีเฟสแรกที่มีการพูดคุยกัน สามารถทำได้ จะเหลือกรณีที่หากต้องมีจุดเชื่อมต่อเพื่อให้คล่องก็มีประเด็นตรงนี้


