ชวน สวนกลับ พิพัฒน์ เป็นนักธุรกิจการเมือง แน่จริงให้เอ่ยชื่อ ถามคนใต้พรรคเลือกปฏิบัติจะเอาหรือ?

7.01.26 | 15:44 น.

‘ชวน’​ ตั้งโต๊ะ​ ซัด​ ‘พิพัฒน์’ ​คิดแบบธุรกิจการเมือง​ หวังผลกำไร​ ปมพาดพิงเป็นนายกฯ 2 ครั้งไม่พัฒนาตรัง ท้าแน่จริงเอ่ยชื่อมาเลย ชี้มีปัญหาแน่​ใช้ทำเนียบรัฐบาลโจมตี​​คนอื่น ยกบทเรียน​ สมัย ‘ทักษิณ’ เลือกปฏิบัติ​ ไม่ได้ ส.ส.ใต้แม้แต่คนเดียว ปลุกคนใต้​สั่งสอน ‘ภูมิใจไทย’ ชวด ส.ส.ใต้ ร่ายยาวผลงานตลอดเป็นนายกฯ โวสนามบินตรัง​ ทำ ‘โกเกี้ยะ’ ได้นั่งไปดูดมาได้ 2 ส.ส.​

เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน​ หลีกภัย​ อดีต​หัวหน้า​พรรคประชาธิปัตย์​ และอดีตนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้​ นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม​ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจ​ไทย​ ที่ให้สัมภาษ​ณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล วานนี้​ (6 ม.ค.) โดยมีการพาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี​ 2 สมัย แต่ไม่ได้รับการพัฒนา​ว่า​ ตนคือหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้ง ​ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ​ หมายเลข​ 27 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมได้ เนื่องจากข้อความบางตอนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน​

นายชวนกล่าวต่อว่า การที่นายพิพัฒน์​ใช้ทำเนียบรัฐบาล​เป็นที่กล่าวโจมตีให้ร้าย​ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ไม่ควรมาโจมตีให้ร้ายใคร​ แต่ควรจะเป็นการแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่า ตนจึงอยากเตือนด้วยความเคารพ เพราะกระทบในทางกฎหมาย​ ในหลักแล้วไม่ถูกต้อง​ พูดให้ร้ายไม่ตรงกับความเป็นจริง​ ไปเปรียบเทียบกับสุพรรณบุรี​แต่ก็ไม่มีสนามบิน​ การเป็นนักการเมือง จะต้องให้ความสำคัญกับประชาชนทุกจังหวัด​ ประชาธิปไตย​จะไปได้​ เมื่อมีความยุติธรรม​ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เลือกคนนั้น​ แล้วบ้านเมืองเราจะล้าหลัง​ ถ้าไม่เลือกคนนี้แล้วจะไม่ได้รับการพัฒนา​ แต่ต้องมองว่าใครเป็นรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่พัฒนาทุกจังหวัดทั่วประเทศ​ ตนภูมิใจที่เป็นนายกฯ 2 สมัยได้ทำหน้าที่และกระจายความเจริญ​ ซึ่งกฎหมายกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค​เกิดในสมัยตน

นายชวน​กล่าวอีกว่า​ ที่มีการกล่าวว่าหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย​ เราจะเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณ​ เพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน​ พร้อมกับยกเป็นการเปรียบเทียบการบริหารจังหวัดสุพรรณบุรี​ ในสมัย นายบรรหาร​ ศิลปอาชา​ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี​เพียงปีเดียว​ แต่พัฒนาจังหวัดไปได้มาก และผู้เปรียบเทียบได้ให้สัมภาษ​ณ์ในตอนท้าย​ว่าพื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้มีนายกรัฐมนตรี​ 2 ครั้งติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่า​ วันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้างในพื้นที่จังหวัดอื่นในภาคใต้ นายกฯที่เป็น​ 2 สมัยติดต่อกัน ถึงแม้ไปดูแล้วไม่มีการเอ่ยชื่อ​ ก็รู้ว่าเป็นตนและจังหวัดตรัง แต่ก็ไม่แน่จริง ควรเอ่ยชื่อให้หมดเรื่องหมดราว​ ไม่ต้องมานั่งตีความกัน​ ซึ่งท่านก็คงหมายถึงตน ที่เป็นนายกฯ 2 ครั้ง

Advertisement

นายชวน​กล่าวว่า​ การที่บอกว่าหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณเพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน หากสื่อมวลชนนึกออกการเลือกปฏิบัติ​ โดยพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนฯของเขา เคยเกิดขึ้นในสมัยที่นายทักษิณ​ ชินวัตร​ เป็นนายกฯใช้คำว่าพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อน​ จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า​เป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ จึงมีผลทำให้พรรครักไทยไม่ได้รับเลือก ส.ส.จากภาคใต้แม้แต่คนเดียว เพราะเชื่อว่าการเลือกปฏิบัติไม่ยุติธรรม​ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายพิพัฒน์​ ​พูดก็เป็นแนวคล้ายคลึงกัน หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณ นั่นหมายความว่า​ ถ้าไม่เลือกเขา เขาก็อาจจะไม่เอาสิ่งต่างๆ เข้าไปเพื่อพัฒนา ปัญหาคือเมื่อพรรคภูมิใจไทย “เขาพูดแล้วทำ” เมื่อพูดอย่างนี้ก็คือพูดแล้ว​ เขาก็ควรจะทำ คือถ้าไม่เลือก​ เขาก็จะไม่จัดงบประมาณ​ไปให้​ เป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรง ซึ่งโดยหลักแล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ที่ระบุว่าจะเลือกปฏิบัติ​ เพราะความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน​ ถือว่าเป็นการเห็นทางการเมือง

“ถ้านักการเมืองใช้วิธีการนี้​ ความขัดแย้ง แตกแยกในบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้น อย่างในสมัยนายทักษิณ ก็เกิดความไม่เป็นธรรมต่อระบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ก็จะผิดเพี้ยนไป กลายเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก​ พื้นที่ที่ไม่เลือกก็ไม่มีการพัฒนา​ แต่เก็บภาษี​เขา​ ตนจำได้ว่าเคยเรียกร้องเรื่องนี้​ เมื่อประชาชนเขาเสียภาษีเช่นเดียวกันก็ต้องพัฒนาเหมือนกัน” นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวต่อว่า การนำไปเปรียบเทียบจังหวัดตรัง ในส่วนของตนนั้น​ เมื่อเป็นนายกฯ 2 สมัย ตนโชคดีเป็น 6 ปีกว่า​ เป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งนานที่สุด จึงได้ทำโครงการพัฒนาประเทศ​ ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะจังหวัดตรัง โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ตัดถนนเข้าเฉพาะจังหวัดตรัง​ แต่ทำทั่วประเทศ ตัวอย่างโครงการพัฒนาถนน 4 เลน​ ภาคเหนือสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย ภาคใต้สิ้นสุดที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย นี่คือการบริหารงานในสมัยที่ตนเป็นนายกฯไม่เลือกปฏิบัติ​ว่าจะเลือกตนหรือไม่

นายชวนกล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีโครงการเบี้ยผู้สูงอายุ ได้ริเริ่มในสมัยตน จนมาถึงในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต​ ยงใจยุทธ และนายทักษิณ​ กลับไม่มีการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ แต่กลับมาเพิ่มในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จาก 200 บาทเป็น 500 บาท และเป็นต้นแบบจนถึงปัจจุบันนี้ ที่ได้เดือนละ 600-800 บาท​ และนายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ ประกาศว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท​ ซึ่งต้องพูดในสิ่งที่เป็นไปได้​ ไม่พูดอะไรที่ทำให้ผลคะแนนเสียงแล้วทำไม่ได้​ ขณะเดียวกันตนยังเป็นผู้ผลักดันจังหวัดตรังให้มีมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ และล่าสุดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ นักกีฬาวิ่ง 4 คูณ 100 ก็มาจากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ รวมถึงริเริ่มให้เด็กดื่มนม จนเด็กสูงได้มาตรฐานโลก​

“นายพิพัฒน์​นั่งเครื่องบินไปจังหวัดตรัง เพื่อไปหา ส.ส.ได้มา 2 คน​ แต่การที่นายพิพัฒน์พูดแบบนี้ ถือว่าไม่เกรงใจ​ ไม่ให้เกียรติชาวตรัง​ ผมก็ไม่เคยวิจารณ์​ แต่การพาดพิงอย่างนี้ส่งผลกระทบต่อการหาเสียง คนจะเข้าใจผิดว่าผมไม่เคยทำอะไรให้จังหวัดตรัง​ ซึ่งผมก็พัฒนาจังหวัดตรังเหมือนจังหวัดอื่น ไม่อยากให้คนไปเที่ยวตรังแล้วด่าว่าเอาประมาณไปพัฒนาบ้านมันคนเดียว” นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวอีกว่า​ จังหวัดตรังยังมีรถไฟมีสนามบินที่สวยที่สุด ซึ่งตนของบประมาณจาก พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา สมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภา และตรังเป็นจังหวัดเดียวที่มีจตุรัสเมือง​ ซึ่งเป็นความพยายามมากว่า​ 20 ปี​ และในการทำงานในฐานะนายกฯ ตนถือหลักว่าเราเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ ดังนั้นการจะทำนโยบายอะไรก็ตาม ต้องไม่เจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น ต้องทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด นี่เป็นแนวที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยึดปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้นใครมาเป็นรัฐบาลในเที่ยวหน้า​ ไม่ว่าใครก็ตาม​ อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด​ พี่น้องภาคใต้ขอให้รับรู้ว่าถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรัง ขอให้รับทราบว่าสิ่งที่นายพิพัฒน์พูด ปมได้พัฒนาจังหวัดตรัง เหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาไปเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ใครมาจังหวัดตรังแล้วด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น​ ที่จริงไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากระบบยึดอำนาจ​ หรือเลือกตั้ง​ มีแค่รัฐบาลนายทักษิณ​ เป็นรัฐบาลแรก​ที่ประกาศชัดเจนว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกเพื่อไทยก่อน​ จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง​ ซึ่งผมเพิ่งเห็นนายพิพัฒน์พูด นอกนั้นก็ได้บทเรียนแล้วส่วนใหญ่จะพูดในทำนองว่า​ ยินดีอย่างยิ่ง ที่จะพัฒนา​ ไม่ได้เจาะจงจังหวัดใด” นายชวน​กล่าว

เมื่อถามว่า​ถ้านายพิพัฒน์​มาขอพูดคุยทำความเข้าใจ​จะว่าอย่างไร​ นายชวน​กล่าวว่า​ ส่วนตัวรู้จักกัน​นายพิพัฒน์​ ก็ลงไปหา ส.ส.เจอในเครื่องบิน การที่นายพิพัฒน์​มาพูดเช่นนี้ ตนคิดว่านายพิพัฒน์เป็นนักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ทัศนคติอาจจะมองไปแบบนักธุรกิจการเมืองที่เราเคยเห็น มองเรื่องจะต้องมีกำไรขาดทุน​ เมื่อลงทุนแล้ว​ ต้องได้ ถ้าเลือกถึงจะให้​ ซึ่งความจริงนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย​ จริงๆ ทำเช่นนั้นไม่ได้​ แต่นักธุรกิจที่มาทำงานการเมือง จะมีความสำนึก​ ความเข้าใจธุรกิจ​ และก็ต้องเอากำไร ซึ่งความจริงเป็นงบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว​ การเลือกปฏิบัติ ไม่ควรจะมีเพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมา90 ปี สิ่งเหล่านี้พรรคเพื่อไทยได้บทเรียนแล้ว พรรคไทยรักไทยไม่มี ส.ส.ใต้แม้แต่คนเดียว​ ซึ่งเป็นผลมาจากที่เรารณรงค์​ไม่เลือกพรรคที่แกล้งเรา หวังว่าบทเรียนนี้จะทำให้พรรคการเมืองเรียนรู้และเลือกปฏิบัติ
เมื่อถามว่าการที่นายพิพัฒน์ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนกับนายทักษิณ​ แสดงว่าพรรคภูมิใจ​ไทย​จะไม่ได้ที่นั่งใช่หรือไม่​ นายชวนกล่าวว่า​ ถ้าข้อมูลนี้ไปถึงชาวบ้านตนว่าเขาจะคิด​ เพราะเขาบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ตนว่าเรื่องนี้ จะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ความจริงตนก็ไม่มีอะไร ฉะนั้นท่านจะมาพาดพิงเรื่องอะไร ถ้าท่านไปหาต้นตอที่ตรังตนยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ว่าท่านทำเหมือนกับไม่ให้เกียรติคนตรัง​ แต่ท่านก็ไปพูดอย่างนี้ ซึ่งก็ไม่ไปว่าอะไร เจอก็ทักทายกัน

เมื่อถามย้ำว่า​ เป็นเพราะพรรคประชาธิ​ปัตย์​ได้รับการตอบรับที่ดีในภาคใต้ใช่หรือไม่​ นายชวนกล่าวว่า ​ไม่ทราบว่าดีหรือไม่ดี แต่แนวปฏิบัติเรามีมามากแล้ว​ ท่านอาจจะไม่สามารถปรับเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ 100% ท่านอาจมองเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องได้ประโยชน์ และต้องได้กำไรการเมืองจะคิดอย่างนั้นไม่ได้