จุลพันธ์ ยังไม่รู้ส.ก.นวรัตน์ ปราศรัยโจมตีคู่แข่ง ย้ำลูกพรรคหาเสียงสร้างสรรค์ ไม่หวั่นเจอเปิดแผล มั่นใจแจงได้

8.01.26 | 11:55 น.

จุลพันธ์ ไม่รู้ ส.ก.ผู้ช่วยหาเสียงปราศรัยโจมตีพรรคคู่แข่ง มองเป็นเรื่องปกติช่วงเลือกตั้งเถียงกันไปมา ย้ำ พท.ชูแนวคิดแคนดิเดตฯ เป็นหลัก ไม่หวั่นถูกขุดแผลเก่ามาเชือด ย้ำยังไม่คิดจับมือกับใคร

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ตลาดเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีผู้สมัคร ส.ส.พรรคคู่แข่งในพื้นที่ กทม.จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้ติดตาม แต่กระบวนการเลือกตั้ง การเถียงกันไปมาก็เป็นเรื่องปกติ แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเน้นในเรื่องการเอานโยบายและแนวคิดของแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในการแก้ไขปัญหาประเทศ นี่เป็นจุดยืนของเราอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะต้องย้ำกับผู้ช่วยหาเสียงคนอื่นๆ ด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้ไปกล่าวโจมตีคู่แข่งหรือเพื่อให้เป็นการเมืองสร้างสรรค์ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้สื่อสารไปอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าช่วงนี้ถือว่าเข้าสู่การหาเสียงที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น บางพรรคการเมืองเริ่มสร้างวาทกรรมและขุดเอาบาดแผลในอดีตของพรรคคู่แข่งมาโจมตีกัน ในฐานะหัวหน้าพรรครู้สึกกังวลหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า อย่างที่ตนเคยบอก ถ้าเพื่อไทยมีข้อบกพร่องอะไร มีบาดแผลอะไร ก็บอกมาเลยจะได้ชี้แจงทำความเข้าใจ เราเป็นพรรคการเมือง เราไม่กลัวการตรวจสอบข้อสงสัยและข้อห่วงใยของประชาชน เพราะนักการเมืองต้องเดินเข้าหาประชาชนและรับฟัง มองว่าเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำที่จะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกัน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายจุลพันธ์ได้ไปร่วมเวทีดีเบตในรายการของสถานีโทรทัศน์ช่วงหนึ่ง ได้เอ่ยแซวชวนพรรคประชาธิปัตย์ถึงการจับมือร่วมรัฐบาลกันนั้น ตอนนี้มีในใจแล้วหรือยังว่าพรรคเพื่อไทยจะร่วมจับมือกับใคร ไม่ร่วมกับใครบ้าง นายจุลพันธ์กล่าวว่า ตนบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่คิดเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือเวลานี้ประชาชนจะเป็นผู้เลือกและตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจของประชาชนนั้นไม่ควรเริ่มด้วยความหวาดกลัวหรือความหวาดระแวง แต่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของนโยบาย ความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกันว่าใครที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน ใครที่มีแนวคิดและอุดมการณ์ตรงกับเรา สามารถไปด้วยกันได้ค่อยมาคุยกัน ก็เป็นเพียงแค่บนเวที ที่พูดคุยกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชวนหรือตัดสินใจอะไร เพราะสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนตัดสิน

Advertisement