ดีเบตมันส์ ประชันโจทย์แม่และเด็ก ‘ปชป.’ จัดเต็ม คลอดปั๊บรับ 5 พัน ‘รทสช.’ งัดรายงานยูเอ็นโชว์วิชั่น

8.01.26 | 17:52 น.

ดีเบตมันส์ ประชันโจทย์แม่และเด็ก ‘ปชป.’ จัดเต็ม คลอดปั๊บรับ 5 พัน ‘รทสช.’ งัดรายงานยูเอ็นโชว์วิชั่น

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ห้องประชุม สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือมติชน จัดงานเสวนา Ladies in Politics : พลังสู่การเปลี่ยนแปลง โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วม ได้แก่ นางสาว รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, ร.ต.อ.หญิงอัยรดา บำรุงรักษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 พรรครวมไทยสร้างชาติ, นางสาววิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์, นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นางสาวตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ กรรมการบริหารพรรคและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย และนางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 พรรคประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. บุคคลต่างๆ ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยมีผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองประธาน และบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ ข่าวสด, นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บมจ. มติชน เป็นต้น

โดยในเวลาประมาณ 14.05 น. เข้าสู่ช่วง The Head-to-Head Debate : รอบจับคู่ประชันวิสัยทัศน์ ซึ่ง ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 พรรครวมไทยสร้างชาติ และนางสาววิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ จับลูกบอลได้ดีเบตกันในคำถามที่ 1 ว่า ‘ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการจ้างงานผู้หญิง เพราะมองว่าเป็นภาระทางการเงิน เช่น การลาคลอด ท่านคิดว่า รัฐควรมีส่วนช่วยในการออกมาตรการสำหรับกระตุ้นการจ้างงานโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงหรือไม่ เพราะอะไร ?’

ร.ต.อ.หญิง อัยรดา พรรครวมไทยสร้างชาติ ตอบว่า ในเรื่องของการจ้างงาน เราต้องมองว่ามีทั้งผู้ว่าจ้าง คือนายจ้าง กับลูกจ้าง คำถามคือ เราจะบาลานซ์ทั้ง 2 สิ่งนี้โดยผลักดันให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างไร โดยการอุดช่องว่างของการขัดแย้งเชิงความคิด ทั้งนี้ ประเทศไทยประกอบด้วยเอสเอ็มอี คือ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม ประมาณ 85% การออกนโยบายเกี่ยวกับการจ้างงานนั้น แน่นอนว่า เราส่งเสริมทุกอย่างที่เป็นประโยชน์กับสตรี แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักว่านโยบายใดๆ ที่เราเสนอออกไปในนามสตรีนั้น ขณะเดียวกันกำลังทำร้ายสตรีหรือไม่

Advertisement

“เราได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบธุรกิจซักผ้าซึ่งมีลูกจ้างเพศหญิงประมาณ 60 คน คือตกประมาณ 90% ประเด็นคือ หากเราอนุญาตให้ผู้หญิงลาคลอด รวมถึงการลางานขณะมีประจำเดือน โดยนายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้าง เรื่องนี้ดีไหม ดี เราสนับสนุนการเกิดของเด็กไหม แน่นอนว่าสนับสนุน แต่สิ่งที่ชวนคิดคือ ขณะที่เรากำลังส่งเสริมสตรีนั้น เรากำลังเบียดบังโอกาสจากสตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่พรรค รทสช. ชวนขบคิดคือ ต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจก่อน ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยไม่เปลี่ยนแปลงมาตรการที่เป็นการย้อนหลังให้ผู้หญิงต้องตกงานไปอีกหลายสิบปี

คุณรู้หรือไม่ว่าจาก Global Gender Gap Report ปี 2024 องค์การสหประชาชาติบอกว่า ต้องอาศัยเวลาถึง 134 ปีในการส่งเสริมโอกาสให้ผู้หญิงมีอำนาจในทางเศรษฐกิจการเมือง หรือเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจในการพัฒนาประเทศให้เท่าเทียม เราอยู่ไม่ถึงที่จะเห็นสิ่งนั้นหรอก

ทุกปัญหาที่ประสบอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สตรี เด็ก แรงงาน เกิดจากความขัดแย้งที่เราไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะพูดถึงนโยบายไหน ก่อนเข้าคูหา 8 กุมภา ให้นึกว่าพรรคไหน มีนโยบายใดบ้างที่เน้นการสร้างความสมานฉันท์ เราเห็นเลยว่าศึกสงครามอยู่ใกล้ อยู่รอบตัวเราแค่นี้ ภาวะเศรษฐกิจโลก ภาวะศึกสงครามไม่ว่าจะนอกประเทศ หรือในประเทศ สิ่งที่เราต้องเน้นย้ำ คือ วันนี้เราสามารถพูดคุยได้อย่างเท่าเทียมกันแล้วหรือยัง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศ” ร.ต.อ.หญิง อัยรดา กล่าว

ร.ต.อ.หญิง อัยรดา กล่าวต่อไปว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ พรรค รทสช. เห็นว่าย่อมดีเสมอ

“กลับมาที่นโยบายการลาคลอด ดีไหม ดี นอกจากเรื่องของการลาคลอด และลาในวันที่มีประจำเดือนแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องผ้าอนามัยฟรีซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ สิ่งที่สตรีต้องการคือความสามารถในการซื้อผ้าอนามัยได้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการผลักดันหากได้เป็นรัฐบาล

ถ้าเราจะสรุปอะไร ขอสรุปว่า พรรค รทสช. พร้อมรับฟังในทุกปัญหา ในทุกความเห็น ในทุกข้อขัดแย้ง และร่วมส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในสตรี และส่งเสริมผู้ประกอบการให้อยู่ในธุรกิจได้และเติบโตยิ่งขึ้น และผู้หญิงทุกคนต้องมีงานทำ ฝากไว้ว่าอย่าลืมกองทุนแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย” ร.ต.อ.หญิง อัยรดา ทิ้งท้าย

ด้าน นางสาววิเวียน พรรคประชาธิปัตย์ ตอบว่า ตนขอตอบตรงคำถามก่อนเลยว่า พรรค ปชป. มีนโยบายที่ว่า จากเดิมลาคลอดได้ไม่กี่เดือน ลาไปเลย 6 เดือน คุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะซึมเศร้า สามีต้องดูแล เรามีนโยบายให้ฝ่ายชายลาไปด้วยเลยอีก 1 เดือน เพื่อช่วยกัน

“นโยบาย ปชป. เราตั้งชื่อเป็นแคมเปญเลย ชื่อว่า โอบอุ้มคุณแม่ ดูแลลูกน้อย วันเสาร์นี้ คือวันเด็กแห่งชาติ เรามีนโยบายสำคัญ คือตั้งแต่เกิด รับไปเลย 5,000 บาท เหมือนเป็นของขวัญ รับบุญ อุ้มหลาน ไม่ต้องโทรหาเพื่อนที่มีสตางค์ว่ามาเยี่ยมฉันไหม ไม่ต้องรอเพื่อนเอาทองมาให้ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เราให้ของขวัญเลย เพราะเด็กที่เกิดมา จะเป็นอนาคตของชาติ” นางสาววิเวียน กล่าว

นางสาววิเวียน กล่าวต่อไปว่า พรรค ปชป. ให้ความสำคัญกับเด็ก ดังนั้น ยังมีนโยบายถัดมาที่เป็นส่วนย่อย คือ เงินขวัญอีก 5,000 บาท เป็นรายเดือน เพราะเด็กต้องกินนม ต้องมีผ้าอ้อม แม่ต้องไปซื้อน้ำหัวปลีมากิน นอกจากนี้ สิ่งที่ทางพรรคมองเห็นและกำหนดเป็นนโยบาย เพื่ออนาคตทางการศึกษา เติมเต็มความฝัน คือ แนวคิดที่ว่า รัฐจะช่วยออมให้ตั้งแต่แรกเกิด 500 บาทจนโต

“ลองคิดดูว่า ถ้ามีการบริหารกองทุนเงินออมตั้งแต่แรกเกิด เงินก็โตแบบก้าวกระโดด เราเข้าใจหัวใจของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทำงาน เข้าใจเด็ก ที่ต้องมีเงินสนับสนุนทางการศึกษา แค่นี้ยังไม่จบ บอกแล้ว เราจัดเต็มกับนโยบายนี้ เมื่อวานเพิ่งไปศูนย์เด็กเล็ก เราพบว่าศูนย์เด็กเล็กตามชุมชนยังต้องพึ่งพาการบริจาค การสนับสนุนจากภาคเอกชน ให้เอาของเล่น เอาสื่อการสอนมาให้ หรือต้องพึ่งพานักการเมืองท้องถิ่นให้ต้องอุปถัมภ์ เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ จะดีกว่าไหมถ้ารัฐให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบประมาณในการเรียนรู้ ยิ่งเด็กได้เล่น ก็ยิ่งฉลาด เลือกเรียนอะไรก็ได้

เมื่อวานเจอน้องตัวเล็กคนหนึ่ง ถามว่า หนูอยากเป็นอะไร น้องตอบว่า หนูอยากเป็นหมอ ใจฟูเลย เพราะกว่าจะฝ่าฟันไปเรียนหมอได้ ที่นั่งสำหรับการเรียนหมอในไทยมีจำกัด จะดีแค่ไหนถ้าเราเพิ่มจำนวนโรงเรียนแพทย์ได้ และมีงบประมาณเพียงพอให้ทุกคนได้เข้าถึง อยากเรียนอะไร ก็ได้เรียน ซึ่งนโยบายนี้ประชาธิปัตย์เราก็จัดเต็ม” นางสาววิเวียน กล่าว