‘รัชดา’ ยัน โสดไม่ใช่ปัญหา หนุนสร้างระบบนิเวศเข้มแข็ง ‘ตรัยฉัตร’ เผย โสดด้วย แต่มองต่าง ชี้ อัตราเกิดต่ำ เรื่องใหญ่
เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ห้องประชุม สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือมติชน จัดงานเสวนา Ladies in Politics : พลังสู่การเปลี่ยนแปลง โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วม ได้แก่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, ร.ต.อ.หญิงอัยรดา บำรุงรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 23 พรรครวมไทยสร้างชาติ, น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคประชาธิปัตย์, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, น.ส.ตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ กรรมการบริหารพรรคและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย และ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 11 พรรคประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. บุคคลต่างๆ ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยมีผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายสุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองประธานและบรรณาธิการ กองบรรณาธิการข่าวสด, นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายดิจิทัลมีเดีย บมจ.มติชน เป็นต้น
โดยในเวลาประมาณ 14.05 น. เข้าสู่ช่วง The Head-to-Head Debate : รอบจับคู่ประชันวิสัยทัศน์ ซึ่ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ กรรมการบริหารพรรคและรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย จับลูกบอลได้ดีเบตคู่กันในประเด็น ‘รุ่นใหม่เลือกอยู่เป็นโสด แต่อีกส่วนก็ท้องไม่พร้อม ท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร’
น.ส.รัชดา พรรคภูมิใจไทย ตอบว่า คนที่เลือกอยู่เป็นโสด ไม่ได้เป็นปัญหา แต่เป็นสิทธิของเขาในการเลือกเส้นทางชีวิต เพราะถ้าไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา ไม่ต้องมีนโยบายไปรณรงค์ให้แต่งงาน ซึ่งต้องสร้างระบบนิเวศที่คนโสดสามารถอยู่ได้ อยู่อย่างเข้มแข็ง ดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นนโยบายต่างๆ ต้องสร้างขึ้นมาตั้งแต่ระบบการศึกษา ให้เด็กโตมาอย่างมั่นใจ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น การศึกษาจะต้องเป็นการต่อยอดให้เขา ติดอาวุธให้ทันสมัยกับโลกของตลาดแรงงาน สามารถพัฒนาได้อยู่ตลอดเวลา และนโยบายครึ่งละครึ่งพลัส เป็นการติดอาวุธให้กับคนโสด แม่ค้ามีเงินเดือนเพิ่ม กินดี อยู่ดี การอยู่เป็นโสดจึงไม่ใช่ปัญหา ซึ่งสำหรับคนทำงาน มีนโยบายแพลตฟอร์ม ครอบคลุมวิชาการศึกษาที่ทันต่อโลก ทันต่อความต้องการของตลาดแรงงาน เพราะฉะนั้น ถ้าอยู่เป็นโสด มีหน้าที่การงานที่ดี แล้วจะต้องไปมองหาคนอื่นทำไม เป็นโสดก็มีความสุขดี
“ส่วนในเรื่องของท้องไม่พร้อม อันนี้เป็นปัญหาแน่นอน แต่ที่ผ่านมาเป็นแนวทางนโยบายที่ทุกรัฐบาลร่วมมือกันแก้ไข ทำให้อัตราการท้องไม่พร้อมของเด็กไทยลดน้อยลง อย่างเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ ปัจจุบันตัวเลขท้องไม่พร้อมลดลงแล้ว แต่ปัญหาเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น อันนี้เป็นปัญหา ถ้าจะแก้ไขปัญหา ต้องเริ่มต้นที่การศึกษา นอกจากการศึกษาที่ทันสมัย จะใช้ AI ภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ มาพัฒนาหลักสูตร ติดอาวุธทางความคิดให้มีความรอบรู้ ซึ่งหลักสูตรในกระทรวงการศึกษาตั้งแต่เด็กเล็ก ต้องมีการเรียนรู้เรื่องเพศวิถีอย่างครอบคลุม สิทธิมนุษยชน การแตะเนื้อต้องตัว เมื่อเด็กเริ่มมีความรัก จะรู้ว่าขอบเขตของความสัมพันธ์ไปได้แค่ไหน นำไปสู่การแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ผู้หญิงมักจะเป็นเหยื่อของความรุนแรง เพราะเราอยู่ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ ทำให้เห็นว่าระบบการศึกษาไม่ได้สอน เรื่องการเข้าเคารพความเป็นมนุษย์ ดังนั้น เรื่องท้องไม่พร้อมต้องแก้ปัญหาเรื่องความคิด ส่วนคนโสด โสดดีแล้ว ถ้าไม่โสดก็ดีเหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือ เศรษฐกิจดีมีเงินเข้ากระเป๋า สุขภาพแข็งแรง และนี่คือหนึ่งในนโยบายของภูมิใจไทย 1 ใน 10 พลัส เบอร์ 37” น.ส.รัชดากล่าว

ด้าน น.ส.ตรัยฉัตร พรรคไทยสร้างไทย ตอบว่า คนรุ่นใหม่อยู่เป็นโสด ตนก็โสด จึงเข้าใจดี แต่ปัญหาเรื่องการโสดเป็นปัญหา เพราะการเกิดต่ำลงไปทุกปี ทุกวันนี้การเกิด 460,000 ต่อปี ซึ่งน้อยมาก เพราะการมีลูก 1 คน มีภาระค่าใช้จ่ายที่แฝงอยู่ ไม่ใช่แค่การทำให้เด็กคนหนึ่งโตมามีคุณภาพ ต้องส่งเขาถึงฝั่งฝัน วันนี้พรรคไทยสร้างไทยเข้าใจหัวอกของผู้หญิงเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องการท้องไม่พร้อม ทุกวันนี้มีคนที่พร้อมและไม่พร้อม วันนี้พรรคไทยสร้างไทย จะเติมความพร้อมให้ ทุกมิติในการคิดนโยบายเป็นการคิดแบบยั่งยืนและมั่นคง เพราะฉะนั้นไม่ใช่การประชานิยม ที่ให้เงินแล้วจบ มันแก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ ไม่เคยมองว่าปัญหาของสังคมเกิดจากคนท้อง พรรคไทยสร้างไทยออกนโยบายที่เป็นการกระตุ้นการเกิด เพราะอัตราการเกิดที่ต่ำ เป็นการสร้างปัญหาขนาดใหญ่
“นอกจากการเกิดแล้ว หากมองถึงการศึกษา พรรคไทยสร้างไทยของลงทุนกับการสร้างเด็กไทยให้ฉลาดและแข็งแรงขึ้น สามารถคิด วิเคราะห์ และแยกแยะได้ ว่าเขาควรจะท้องในช่วงเวลาไหน ทำให้เขากลับมาเป็นบุคลากรที่สำคัญกับประเทศ ซึ่งเป็นการตอกย้ำนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ อย่างน้อย 2,000 บาท มันอาจจะไม่ได้ช่วยมาก หลายคนเถียงว่า 2,000 บาท มันไม่พอ ซึ่งไม่พออยู่แล้ว แต่อย่างน้อยมีพรรคที่เข้าใจ และอยากมอบคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นการแบ่งเบาภาระ ซึ่งการพัฒนาการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการพัฒนาเด็ก และถ้าลูกของเขากำลังจะทำงาน เขาจะไม่ห่วง เพราะมีกองทุนตั้งตัว แม้กระทั่งวัยชรา เขามีเงิน 3,000 บาท” น.ส.ตรัยฉัตรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหัวข้อนี้ น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคประชาธิปัตย์ ขอชาเลนจ์ โดยกล่าวว่า ประเด็นแรก เรื่อง โสด ไม่ใช่ปัญหา นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์คิดมาดี เพราะวันหนึ่งเราอาจจะแก่และโสดตลอดไป ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายสำหรับสัตว์เลี้ยง ถ้าโสดและเหงา สามารถเลี้ยงหมาและแมวได้ เพราะมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สัตว์เลี้ยงทุกตัวจะได้รับสิทธิในการทำหมัน แบบสมัครใจ ไม่บังคับ อยู่ที่เจ้าของ ขณะเดียวกันเรื่องของวัคซีน จะมีหมาแมวต้องมีเงิน แต่ถ้าใจรัก แต่ไม่มีเงิน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมช่วย
“ถ้าวันหนึ่งเราแก่ อยู่คนเดียว ไม่มีเงิน ก็เป็นที่มาของเบี้ยผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์คือพรรคแรกที่เริ่มนโยบายนี้ ให้ 1,000 บาทกับผู้สูงอายุ ส่วนเรื่องท้องไม่พร้อม อย่าไปมองเป็นปัญหา เพราะเกิดไปแล้ว เราจัดเต็มสำหรับเด็กแรกเกิด มีบุฟเฟต์สำหรับการศึกษา และคุณแม่หลังคลอด อยากเรียนอะไรก็ได้เรียน นี่คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27” น.ส.วิเวียนกล่าว

ต่อมา น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมชาเลนจ์ในหัวข้อเดียวกันว่า เทรนด์โลกในปัจจุบัน การท่องเที่ยวคนเดียว เป็น 1 ใน 10 เทรนด์โลกในปี 2026 แน่นอนว่าคนในยุคปัจจุบันเน้นความปัจเจกบุคคลมากขึ้น เพราะต้นทุนชีวิตสูง ความกดดันมาก รายได้น้อย การมีลูกจึงเหมือนสภาวะล้มละลายและภาระที่ต้องแบกรับ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเดียว เกิดขึ้นทั่วโลก ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วมีปัญหาประชากรลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง รัฐมีหน้าที่ต้องทำให้เห็นว่าการมีลูกไม่ใช่ภาระ แต่กำลังเพิ่มต้นทุนในการพัฒนาประเทศ และส่งต่ออนาคตให้คนรุ่นถัดไป
“นโยบายพรรคเพื่อไทย จึงดูแลตั้งแต่ในครรภ์ ไปจนถึงการเลี้ยงดู ให้สิทธิประกันสังคมเทียบเท่าบัตรทองกับบัตรข้าราชการ และฝากครรภ์ฟรี ไม่จำกัดที่และไม่จำกัดสิทธิ นอกจากนี้เมื่อคลอดบุตร มีการเพิ่มศูนย์ส่งเสริมการเลี้ยงเด็กอายุ 0-6 ขวบ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และให้มีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นสะท้อนถึงแรงจูงใจให้คนที่ไม่อยากท้อง พร้อมที่จะท้อง ไม่อยากให้เกิดการบังคับ สิ่งเหล่านี้พรรคเพื่อไทยมองเห็น” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว


