ปิยบุตร ช่วยหาเสียงสกลนคร เลือกปชน.ให้ถล่มทลาย ได้ ‘เท้ง’ เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน

8.01.26 | 20:44 น.

ปิยบุตร ช่วยหาเสียงสกลนคร เลือกปชน.ให้ถล่มทลาย ได้ ‘เท้ง’ เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปรณรงค์หาเสียงที่ จ.สกลนคร

โดยช่วงเช้า นายปิยบุตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยวัดบ้านดงหลวง ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย เขต 2 ตามด้วยการปราศรัยย่อยที่ศาลารวมใจ บ้านม่วงไข่ ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน เขต 6 และปิดท้ายที่ลานกีฬาเทศบาลตำบลกุดเรือคำ เขต 7

นายปิยบุตรกล่าวว่ามาเยือนสกลนครหลายครั้ง มารณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ก็ได้รับเสียงสนับสนุนทั้งประเทศกว่า 6.3 ล้านเสียง สส. 81 คน พรรคเกิดใหม่ขยับเป็นพรรคอันดับ 3 หลังจากนั้น พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนและธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกตัดสิทธิไป 10 ปีจนเข้าสู่การตั้งพรรคก้าวไกลได้รับเสียงสนับสนุนกว่า 14 ล้านเสียง ได้ สส. 151 คน ขึ้นเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ และพรรคก้าวไกลก็ถูกยุบอีกครั้ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกตัดสิทธิไปอีก 10 ปี แต่ก็ยังทำหน้าที่รณรงค์ทางการเมืองระดับนานาชาติในหลากหลายประเทศ และเข้าสู่พรรคที่สามคือพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่ามาถึงสกลนคร ไม่พูดถึงเรื่องการเมืองหรือประชาธิปไตย ก็เหมือนมาไม่ถึง เพราะที่แห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งการต่อสู้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ปกครองในบ้านเมืองนี้ใช้อำนาจกดขี่ ข่มเหง พี่น้องชาวสกลนครจะลุกขึ้นต่อสู้ทุกครั้งไป

Advertisement

การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้สำคัญมาก ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ดังนี้ เรื่องที่ 1 ไม่มีเสียงจาก สว. มาเกี่ยวข้องในการเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว จากปี 2562 ถึงปี 2566 ต่อให้ประชาชนลงคะแนนสนับสนุนมากเท่าไหร่ก็มีเสียงจาก ส.ว. มาสกัดเสมอ ครั้งนี้ ปี 2569 ส.ว. ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว

เรื่องที่ 2 นับตั้งแต่หลังปี 2535 เมื่อเลือกตั้ง ส.ส. พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกอันดับ 1 จะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้ง แต่หลังจากรัฐประหาร ปี 2557 การจัดตั้งรัฐบาลในปี 2562, ปี 2566 เริ่มผิดปกติ ทำให้พรรคอันดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ตามจริงแล้วพรรคการเมืองอันดับใดก็ตามที่รวม สส. ได้มากที่สุด ต้องสามารถตั้งรัฐบาล และหัวหน้าพรรคที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

นายปิยบุตรกล่าวว่าขณะเดินทางมาภาคอีสานนั้น พบว่ามีการปล่อยข่าวเสียหาย บอกว่าเลือกพรรคส้ม เดี๋ยวคนของพรรคอื่นจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เมื่อพรรคประชาชนมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตั้ง 3 คน เพราะฉะนั้นถ้าได้รับเลือกจำนวนมากพอจนจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคประชาชนจะไปให้คนอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ถ้าใครปล่อยข่าวเช่นนี้ ยืนยันได้เลยว่าโกหก ไม่จริง

ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์ เลือกพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 เลือก ส.ส. เขตจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ก็จะได้ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน

เรื่องที่ 3 นี่คือการเลือกตั้งแห่งการเปลี่ยนแปลง ชี้ชะตาอนาคตประเทศ ถ้าไม่อยากให้ประเทศเป็นเหมือนเดิม ถ้าไม่อยากให้การเมืองไทยตกอยู่กับวังวนของการใช้เงินซื้อเสียงใช้อิทธิพลกลไกรัฐ ใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ เมื่อได้อำนาจ ก็ถอนทุนคืน ถ้าอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องสนับสนุนพรรคประชาชนให้ได้เป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

ในอดีตที่ผ่านมา เวลาเขาคัดเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรี ก็มักใช้ระบบโควตา แบ่งตามกลุ่มทุน แบ่งตามมุ้ง ส.ส. แบ่งตามพรรษาการเมือง พรรคประชาชนขอเสนอวิธีการคัดเลือกรัฐมนตรีแบบใหม่ เลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ วางคนให้ตรงกับงาน ไม่ต้องมาตามโควตากลุ่มทุน ไม่ต้องคัดจากหัวหน้ามุ้งที่มี ส.ส.ในมุ้งมาต่อรอง ถ้าพี่น้องอยากเห็นแบบใหม่นี้ ต้องช่วยกันเลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลาย แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงให้ดู

การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากมีความสำคัญหลายเรื่อง ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีบัตร 3 ใบ มี 2 คูหา โดยคูหาแรกให้เลือก ส.ส. กาใบสีเขียวคือเบอร์ ส.ส. เขต กาใบสีชมพูคือเบอร์พรรค เบอร์ 46 จากนั้นก็มีคูหาข้างๆ อีกคูหาหนึ่ง มีบัตรสีเหลือง เป็นคำถามประชามติ ถามว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้พี่น้องช่วยกันกาเห็นชอบเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กาเห็นชอบให้ถล่มทลาย เพื่อแสดงพลังของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดออกไป ต่อไปวุฒิสภาหรือองค์กรไหนจะได้หมดข้ออ้างในการขัดขวางการทำรัฐธรรมนูญใหม่