ไชยา ลุยหาเสียงเขต 2 หนองบัวลำภู ชูนโยบายฟื้นเกษตรฯ ลั่น กธ. ตั้งเป้าคว้าส.ส.อีสาน 20 ที่นั่ง
เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายไชยา พรหมา ผู้สมัครส.ส.เขต 2 หนองบัวลำภู หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม(กธ.) กล่าวว่า ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนมากไม่มีปัญหา มีบ้างที่รับทราบแล้วสอบถาม ซึ่งได้อธิบายให้ฟัง ซึ่งมวลชนก็เข้าใจ แต่ยังมีสื่อโซเชียลของบางพรรค ที่เสนออะไรไป ก็ไปทำให้เป็นเชิงลบหรือเนกาทีฟ ยังได้พบปะแกนนำ บรรดาที่เป็นหัวกะทิในพื้นที่ ส่วนการหาเสียง หากเป็นตำบลใหญ่จะจัดปราศรัยใหญ่ โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ถ้าพื้นที่ไม่ใหญ่ ก็รวมปราศรัย พูดจากันไป เน้นพบปะ ติดอาวุธทางปัญญาให้ประชาชน ทำความเข้าใจว่า การเมืองเป็นยังไง บางพื้นที่ จัดเวทีปราศรัย 3 เวทีในวันเดียว คือ เช้า กลางวัน เย็น ระยะนี้ อากาศช่วงค่ำจะหนาวเย็นมาก จัดได้เฉพาะเข้า กลางวันและเย็น

เมื่อถามถึงคู่ต่อสู้ในพื้นที่ นายไชยา กล่าวว่า เคยแข่งขันกันมา เป้าหมายเรา อยากได้ยกจังหวัด 3 เขต 3 คน เหมือนที่ผ่านมา หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดเดียวในอีสานที่ชนะเลือกตั้งยกจังหวัด การได้ส.ส.ทั้งจังหวัด เพราะต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องอาศัยพลังของ ส.ส.ทั้งจังหวัด ปลายเดือนมกราคมนี้ จะจัดปราศรัยใหญ่ ชี้แจงนโยบาย โดยโฟกัส เน้นหนักปัญหาเกษตร ซึ่งเกี่ยวพันกับการเมือง เพราะ ที่ผ่านมาเราเลือกพรรคที่คิดว่าดีที่สุด แต่ก็ยังจนกันอยู่ เพราะนโยบายไม่ตอบโจทย์ ยังละเลยภาคการเกษตร

ผู้สมัครส.ส.หนองบัวลำภู กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเน้นเรื่องเกษตร และนโยบาย 3 เรื่องที่จะดำเนินการ ถ้าได้รับเลือกตั้งเข้าไป คือ 1. สิทธิทำกิน กรรมสิทธิ์ที่ดิน 2. การแก้ปัญหาหนี้สิน และ 3 ระบบชลประทาน การบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ในความเห็นตนเองเห็นว่า ที่ผ่านมารัฐไทยยังไม่มีการลงทุนอย่างจริงจัง เพื่อใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย และลงทุนกันอย่างที่เห็นได้อย่างเด่นชัด ที่อยากให้เกิดขึ้น ก็คือ โครงการผันน้ำ โขง เลย ชีมูล ซึ่งได้มีการศึกษาความเป็นไปได้มาแล้ว การดำเนินการมีหลายเฟส จะช่วยเหลือภาคอีสาน รวมถึงหนองบัวลำภู โดยจะมีการผันน้ำจากเลย มาทางหนองบัวลำภู ผ่านทางท่อ ใช้หลักแรงโน้มถ่วงผลักดันน้ำมาในพื้นที่ ในกรุงเทพ รัฐบาลทำเมกะโปรเจ็คต์หลายโครงการ เป็นผลดีกับประชาชนคนกรุงเทพ ในต่างจังหวัด ก็เริ่มทำกันบ้างแล้ว แต่ไม่มาก ทีละนิดละหน่อย ถ้าโฟกัสในภาคอีสาน ทำให้คนมีน้ำในการทำเกษตร การทำมาหากินจะสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องอพยพไปที่อื่น

นายไชยากล่าวว่า อีกเรื่อง คือ ธนาคารประชาชน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งเรื่องทุนและหนี้สิน รัฐต้องจัดซอฟต์โลน หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ ต้องเอาหนี้จากแหล่งต่างๆ ทั้ง ธกส. สหกรณ์ มาบริหารจัดการ ปรับโครงสร้างใหม่ เหมือนอย่าวเวลาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เราช่วยเอสเอ็มอี ตอนนี้ต้องช่วยเภาคเกษตรให้เหมือนกับสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม และหาทางพัฒนา ทำให้เกิดอุตสาหกรรมการเกษตร ไม่อย่างนั้นคนในอีสานจะอพยพกัน
เมื่อถามว่าแนวโน้มการเลือกตั้งในภาคอีสาน เป็นอย่างไร นายไชยา กล่าวว่า หลักๆ เป็นการแข่งขัน ระหว่างภูมิใจไทย กับเพื่อไทย โดยมีพรรคกล้าธรรมสอดแทรก พรรคประชาชนก็จะเป็นส่วนหนึ่ง พรรคอื่นๆ อาจจะแซมเข้ามาได้ การแข่งขันครั้งนี้ ไม่ได้สู้กันด้วยนโยบายเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมา การผลักดันนโยบายทำไม่ได้เต็มที่ ส่วน ปัญหาสู้รบไทย – กัมพูชาจะมีผลชัดเจนอยู่พื้นที่อีสานใต้ ที่เป็นพื้นที่ชายแดน ส่วนอีสานเหนือ อีสานกลาง ไม่กระทบเท่าไหร่ พรรคกล้าธรรม มีความหวังได้ ส.ส.เขตในภาคอีสานไว้ประมาณ 20 บวก

