ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ

9.01.26 | 20:19 น.

ปิยบุตร ลุยอุดรฯ ชี้ คนรุ่นใหม่ยังหนุนปชน.เชื่อชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตร วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ

เมื่อวันที่ 9 มกราคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล  อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ อดีตเลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ ในนามผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน(ปชน.) ได้ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.อุดรธานี โดยลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน จุดแรก วิทยาลัยอิสานเหนือ อ.กุมภวาปี จุดที่สอง วัดจอมศรี ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จุดที่สาม วิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง จุดที่สี่ วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว และปิดท้ายด้วยการขึ้นรถแห่ในเขต ทน.อุดรธานี และปราศรัยย่อยที่บริเวณสะพานปลา สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม

จุดแรกคือเวทีวิทยาลัยอิสานเหนือ ต.กุดสระ อ.เมือง บรรยากาศเป็นไปด้วยคึกคัก มีคณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษา ประมาณ 500 คน มาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.จากเขต 2 และเขต 3 ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย เรียกเสียงเฮและเสียงตบมือเป็นระยะ จากนั้นปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร  และถามตอบปัญหากับนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง

Advertisement

นายปิยบุตร กล่าวว่า ระบบรัฐสภา มีรัฐบาล มีสภา และศาล เราเลือกผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เพื่อเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร เข้าไปทำหน้าที่ตรากฎหมาย เพื่อนำไปใช้กับคนทั้งประเทศ เพราะกฎหมายมาจากประชาชน โยผู้แทนราษฎร ที่พี่ประชาชน เลือกเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด เพราะการเลือกตั้งนี้สำคัญ เลือกส.ส. 500 คน เพื่อไปเลือกนายกรัฐมนตรี ไปตั้งรัฐบาล ไม่มีส.ว. เข้ามาร่วมอีกแล้ว ส่วนเรื่องการศึกษาไม่กี่พรรค ที่พูดในเรื่องนี้เกี่ยวกับอาชีวะศึกษา แต่หลักคิดของพรรค ต้องการศึกษาของอาชีวะศึกษา ให้เป็นหลักของประเทศให้ได้ ที่ผ่านมาอะไรก็ไปสนับสนุนสายสามัญหมด ส่วนอาชีวะศึกษาเอาไว้ที่หลัง

สำหรับที่ผ่านมาอาชีวะศึกษา ผลิตคนสำคัญออกไป แรงงานสำคัญออกไป ผลิตช่างมากฝีมือออกไป สิ่งที่น้องๆเรียนอยู่นั้นเป็นวิชาติดตัว สามารถนำไปใช้ได้ตลอดเวลา โดยพรรคมีนบาย ในการปฏิรูป อาชีวะศึกษายกระดับให้เป็นเรื่องหลัก อย่างเช่น ในการ ทวิภาคี ระบบการศึกษาที่สถานศึกษาและสถานประกอบการร่วมมือกัน เพื่อต่อยอดเข้าไปทำงานได้เลย หากต่างคนต่างทำงาน สถานผู้ประกอบการจะเลือกเอาหัวกะทิจากสถานบันศึกษาไป แต่หากเราทำได้ทั่วประเทศทุกสถานศึกษากับสถานประกอบการ จะเป็นเรื่องดี จึงต้องมีงบประมาณในการสนับสนุนทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าสนับสนุนฝั่งผู้ประกอบการหากทำทวิภาคีกับสถานศึกษา รัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องลดหย่อนภาษี ส่วนสถานการศึกษา ก็ได้สนับสนุน เรื่องเงินทุน

หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ตั้งถาม เช่น สื่อโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลกับนักการเมืองอย่างไร นายปิยบุตร ตอบว่า ที่ผ่านมานักการเมืองเข้าประชาชนอยากมาทุกหลังคาเรือน ต้องเดินทางไปให้ถึงที่ แนะนำตัวเองและนโยบาย ต้องอาศัยหัวคะแนนด้วย แต้ปัจจุบันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้หัวคะแนนมาก นักการเมืองจะเขียนหรือนโยบาย ก็โพสต์ลงไป ในโลกออนไลน์ ก็ยิ่งตรงลงไปในพื้นที่อยู่ ทุกวันนี้นักการเมืองอยู่ในโลกติ๊กต๊อก แต่ในทางกลับกันข้อควรระวัง เรื่อง ‘เฟกนิวส์’ หรือข่าว ที่นำไปใช้โจมฝั่งตรงข้าม

นักศึกษาได้ตั้งคำถามเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีผลอย่างไรกับชีวิตนักศึกษา นายปิยบุตร ยกตัวอย่างว่า ต้องมีกติกา ใครจะเข้ามาบริหาร ใครจะออกกฎหมาย ใครจะมาตัดสินคดี ใครจะมาตรวจสอบในการใช้อำนาจ ในเมื่อกติกา เขียนในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการยึดอำนาจ นำมาใช้ 9 ปี รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งหรือนายกรัฐมนตรี อายุสั้นหมดเลย อยู่แค่ปีเดียวไปหมดเลย หากเราเลือกเขามาในการเลือกตั้ง ควรให้ไปแบบเลือกตั้ง หรือถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องเลือกครั้งหน้า ปัญญาเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็เรื่องรัฐธรรมนูญ

จากนั้นนายปิยบุตร ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องคะแนนคนรุ่นใหม่ ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล แล้วมาเป็นพรรคประชาชน ตนคิดว่าไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้คะแนน 14.4 ล้านเสียง ครอบคลุมคนทุกพื้นที่และทุกรุ่น เชื่อว่าคะแนนจะกระจายไปทุกรุ่น ส่วนประเด็นที่นายชูวิทย์ ออกมาวิจารณ์เรื่องแกนนำมีอุดมการณ์เปลี่ยนไป ตนเชื่อว่านายชูวิทย์ ไม่ได้ตำหนิตน คิดว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา คิดว่านายชูวิทย์ เป็นกัลยาณมิตรมาตลอด

ด้านนักศึกษาเปิดเผยแนวคิดในปัจจุบันกับผู้สื่อข่าว อย่างเช่น นายมนัส ขัดแข็งแรง อายุ 20 ปี นักศึกษา บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ใช้สิทธิไปเลือกตั้ง รู้สึกดีใจ เป็นส่วนหนึ่งในการเลือกพรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศชาติ ก็อยากได้นักเมืองที่ไม่คอรัปชั่น เข้ามาพัฒนาประเทศ รวมทั้งการศึกษาด้วย และ น.ส.วริศรา โคตรวิทย์ อายุ 20 ปี บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ตนจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รู้สึกตื่นเต้น อยากได้นักการเมืองเป็นคนดี และเป็นผู้นำที่ดีด้วย ประชาชนจะได้ทำตาม เช่น หากพูดอะไรหรือนโยบายที่หาเสียง ต้องทำให้ได้ด้วย

ส่วนจุดที่สอง ที่วัดสว่างอารมณ์ ต.คอนสาย อ.กู่แก้ว คณะของผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคประชาชน ได้ปราศรัยกับชาวบ้าน บ้านคอนสาย ต.คอนสายและใกล้เคียง ประมาณ 200 คน จากนั้นผู้ช่วยหาเสียงได้ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยตามลำดับ จนกระทั่งปิดท้ายด้วยการปราศรัยของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ในเวทีนี้ส่วนใหญ่พูดคุยและย้ำในประเด็นการลงประชามติ สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวบ้าน และผลักดันให้ชาวบ้านเห็นชอบในการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่