อนุทิน ลั่น ไม่ใช่นายกฯฝึกงาน ขายฝัน แย้มไม่ปิดกั้นร่วม ปชน. ยันรัฐบาลภูมิใจไทย ไม่มีทุนเทา

12.01.26 | 16:50 น.

อนุทิน ลั่น ไม่ใช่นายกฯฝึกงานขายฝัน ชี้ นโยบายไม่หวือหวาแต่ทำจริง หวังผลงาน 3 เดือนผ่านโปรกลับนั่งนายกฯอีก ยันรัฐบาล ภท. ไม่มีทุนเทา ฮึ่ม! ทุนดำต้องถูกกำจัด บอกถ้าได้ไปต่ออีก 4 ปี ไทยจะมีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด เป็นไทยแลนด์พลัส บอกเลือก “อนุทิน” เขมรแพ้ราบคาบ อย่าทำให้เขาสมใจ หลังรมต.เขมรปลุกต้านเลือกอนุทินนั่งนายกฯต่อ แย้มไม่ปิดกั้นร่วมสังฆกรรม “ปชน.” บอกคุยแค่ใครได้ที่ 1 ยังไม่คุยก๊อกสอง ยึดตัวเลข สส.ในมือ เชื่อไปถูกทางแน่นอน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ม.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ร่วมงาน “ทิศทางโลก ทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand ‘s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035 โดยนายอนุทินเริ่มการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย 3 เรื่อง คือ นโยบาย ทีมบริหาร และผู้นำ ว่าทราบดีว่าประชาชนอาจจะรู้สึกว่าเอาอีกแล้ว ตอนหาเสียงก็สร้างภาพสวยหรู นโยบายเลิศเลอ แต่พอเริ่มทำงานจริงก็ติดแข้งติดขาตัวเอง คงจะอยู่ไม่ครบเทอม นโยบายพรรคการเมืองถูกมองว่าเป็นปราสาททรายก่อขึ้นมาก่อนเลือกตั้งเท่านั้น นั่นเป็นเพราะเรามักจะมีปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง แต่รัฐบาลของตน แม้จะอยู่เพียง 3 เดือนก็ทำให้ท่านสามารถเห็นได้ว่าสามารถทำหลายอย่างสำเร็จ

นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้มายืนตรงนี้เพื่อขายฝัน หรือสัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่ได้มีนโยบายที่หวือหวาน่าตื่นเต้น แต่เป็นเรื่องที่เราพูดแล้วทำได้จริงเท่านั้น ดังนั้น การที่ประเทศจะมั่นคงได้จะต้องกำจัดภัย 4 ด้าน ให้หายไปจากชีวิตคนไทย คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยพิบัติ และภัยทางสังคม การแก้ไขปัญหาแบบพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่การถมเงินลงไปกับโครงการประชานิยม ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่สิ่งที่เราขาด คือระบบการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง และคิดล่วงหน้า ดังนั้น จึงไม่ควรถามว่าเราจะแจกอะไรเพิ่ม แต่โจทย์คือเราจะทำอย่างไรให้คนไทยยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคง เป็นที่มาของนโยบาย 10 พลัส เราไม่เน้นแจกปลา เราเน้นให้เบ็ดตกปลา เราจะพาคนไทยเข้าสู่ด้านน้ำใหม่ในโลก

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ด้านความมั่นคง ไม่ได้เกิดจากความเข้มแข็งทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างชาญฉลาด ควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจ นั่นคือเหตุผลที่เราทำสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้มี 3 ขา คือ กลาโหม การต่างประเทศ และกระทรวงเศรษฐกิจ เราให้ความสำคัญกับรั้วของชาติ คือการสร้างกำแพงความมั่นคงแห่งชาติ กั้นเขตแดนในจุดที่เหมาะสมป้องกันการรุกราน การลักลอบนำเข้ายาเสพติด แรงงานเถื่อน สินค้าเถื่อน รวมถึงรั้วของชาติ คือ ทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี ที่จะทำให้เราพร้อมรับมือกับภัยคุกคามตามแนวชายแดน รวมถึงนโยบายทหารอาสาใน 100,000 อัตรา เงินเดือน 12,000 บาท มีวาระ 4 ปี

Advertisement

ระหว่างนั้นเราจะฝึกและส่งเสริมโอกาสทางอาชีพ สไตล์ของพรรคภูมิใจไทยคือการไม่หักหาญน้ำใจกัน ไม่ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่ปรับวิธีการบริหาร แน่นอนว่าความมั่นคงจะมีได้โดยปราศจากสงคราม คือ ความมั่นคงที่ยั่งยืนที่สุด เราให้ความสำคัญกับการต่างประเทศ และเหตุผลที่เราเลือกนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อีกคนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย

ซึ่งนโยบายการต่างประเทศของพรรคภูมิใจไทยจะตั้งอยู่บนคำว่าไทยต้องเป็นไท หมายถึงเป็นอิสระจากข้อจำกัด อิสระจากความกลัว ว่าประเทศของเราจะไม่ใหญ่กว่า ไม่รวยพอ หรือไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อรองหรือมีที่ยืนบนเวทีโลก การต่างประเทศของเราต้องอยู่บนคำว่าศักดิ์ศรีที่เกิดจากการเคารพตัวเอง เคารพกติกาสากล ศักดิ์ศรีที่เกิดจากการไม่รุกรานใคร และไม่ยอมให้ใครมารุกราน และตนคิดว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เราแสดงให้เห็นชัดแล้วว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยนำประเทศไทยไปยืนอย่างมีศักดิ์ศรีบนโลกได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงตัวเลือกของต่างชาติ

แต่เป็นหุ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ แต่ส่วนสำคัญที่อยากจะสื่อสารนอกจากนโยบายของพรรค คือทีมผู้บริหารมืออาชีพ เพราะว่านโยบายจะมีแค่ไหน ถ้าไปอยู่ในมือของคนที่ทำไม่เป็นก็สูญเปล่า

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ช่วงเวลาแค่ 3 เดือน เราได้ทำให้เห็นแล้วว่าภูมิใจไทยพร้อมทำงาน และทำงานได้เร็วขนาดไหน เรามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ทำงานได้โดยไม่ต้องหันซ้ายหันขวามาถามกันตลอดเวลา ทำให้ไปอยู่ในเรดาร์เวทีโลกได้

ช่วงหนึ่งนายอนุทินระบุว่า “อย่าไปพูดถึงเทา เพราะเทาก็สามารถเป็นขาวและดำได้ ต่อไปนี้เงินที่ไม่มีที่มาที่ไปหรือน่าสงสัยถือว่าเป็นเงินดำ จะต้องถูกกำจัดปราบปรามอย่างเต็มที่ เขาบอกว่าเป็นสีเทา ก็อาจจะมีช่องแทรกออกไปได้ ตนยืนยันว่า รัฐบาลภูมิใจไทยไม่มีทุนเทา ไม่มีกาสิโน ไม่เอาสแกมเมอร์

นายอนุทินระบุว่า หนูฟังเสียงพี่น้องประชาชนตลอดเวลา ตนน่าจะมีแต้มบุญอยู่พอสมควร จึงได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอย่างเต็มที่ ท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ส.ส.ของเราในทุกเขตดูแลประชาชนได้ใกล้ชิดขนาดไหน หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะสร้างทีมไทยแลนด์ในเวอร์ชั่นดรีมทีม เชื่อว่าตนได้สร้างความประหลาดใจให้เกิดขึ้นมาแล้วในตอนที่ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่ทำงานมาตลอด 3 เดือน บอกได้เลย นี่แค่เริ่มต้น หากได้ทำงานต่ออีก 4 ปี ท่านจะได้เห็นประเทศไทยมีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดที่เราเรียกว่าไทยแลนด์พลัส

สุดท้าย นายอนุทินระบุว่า ตนไม่ใช่นายกฯฝึกงาน ตนอยู่ในการเมืองมานานพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะราบรื่น เราคือทีมบริหารมืออาชีพที่มีใจรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมรับภารกิจในการบริหารประเทศเพื่ออนาคตของชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้ความสำคัญจะเลือกเพื่อความสนใจ หรือเลือกเพื่อความมั่นคง จะเลือกเพื่ออนาคตหรือเลือกเพื่อที่จะเสี่ยงกับการวนกลับไปสู่วังวนเดิมของปัญหาทางการเมือง ผมไว้ใจในการเลือกของประชาชน ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.ทุกเขตของพรรคภูมิใจไทย แล้วท่านจะได้เห็นประเทศไทยพลัสพลัสพลัส

ถ้าคิดว่าในช่วง 3 เดือนนี้พึงพอใจ นางศุภจีกำกับด้านค้าขาย พาณิชย์ นายเอกนิติสามารถรักษาวินัยการเงินการคลัง บริหารงบประมาณ กำกับดูแลความมั่นคงทางการคลังของประเทศ นายสีหศักดิ์ดำเนินแนวนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ ทางการทูต ทำให้ประเทศไทยไม่เคยเสียเปรียบใครในการเจรจาระหว่างประเทศ พึงพอใจหรือไม่ที่นายอนุทินทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในประเทศ และความเป็นคนไทย 3 เดือนที่ผ่านมา ท่านหวงแหนแผ่นดินมากขึ้นหรือไม่ ดีใจหรือไม่ที่ประเทศไทยไม่เสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ทำงานรับใช้ต่อไป แต่ถ้าไม่พึงพอใจ มีตัวเลือกอื่น ไม่ใช่เฉพาะสองท่านนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสตนทำหน้าที่ 3 เดือน ครบการทดลองงานพอดี และหวังว่าจะให้ผ่านโปร

จากนั้น นายอนุทินได้ตอบคำถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง เปิดสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ ว่าตนคิดว่าประชาชนสามารถเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของความเป็นรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทย หน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี ในการรักษาอธิปไตย และแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ คงเห็นว่าวันนี้มีข่าวรัฐมนตรีของกัมพูชาบอกอย่าเลือกตน ให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่ แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ มีโอกาสที่เขาจะเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้ และมีโอกาสที่เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ ฉะนั้น เราต้องอย่าทําให้เขาสมใจ

เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาตนทํางานในทําเนียบรัฐบาล ตนคือนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน

เมื่อถามต่อว่า อย่างไร 2 ประเทศนี้แยกกันไม่ได้ ที่สุดก็ต้องติดกันตรงนี้ ในยุคนายอนุทินจะมีการเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าเราจะมีความแน่ใจว่า บูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดน หมายความว่าจะไม่มีศัตรู จะไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย กล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ตนทํามาตลอด
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงในยุคนายอนุทิน อีก 4 ปีจะไม่มีเปิดด่านใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราต้องทําให้ไม่มี

เมื่อถามอีกว่า หมายถึงเรื่องการเปิดด่าน นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่ เรื่องการเปิดด่านมันยังอีกห่างไกล เพราะความสัมพันธ์ทางการทูต เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ถ้าทุกอย่างมันมีความเป็นเสถียรภาพ ก็จะไปหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต

เมื่อถามต่อว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่าจะไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯอีกแล้ว โดยนายอนุทินหันไปทางนายณัฐพงษ์ พร้อมกล่าวว่า ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม

เมื่อถามอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนมาเป็นที่สอง เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น ตนคิดว่าเราทั้งสามคนอายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใดตนคิดว่าเราสามคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน

เมื่อถามว่า ถ้าเขาได้มาอันดับหนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีประโยชน์ รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากันเหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งตนต้องถอดความต้องการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน ส.ส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มา ตนไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง