พรรคการเมือง ใช้แพลตฟอร์ม X สูงสุดหาเสียง บนโลกโซเชียล 50% โชว์นโยบายเศรษฐกิจ

13.01.26 | 11:11 น.

พรรคการเมือง ใช้แพลตฟอร์ม “ X ” สูงสุดในการหาเสียง บนโลกโซเชียล โดย 50% โชว์นโยบายด้านเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม รายงานข่าวจาก เรียลวอทช์ แล๊ป ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology เผยผลสำรวจการใช้แพลตฟอร์มในสื่อสังคมออนไลน์ ของพรรคการเมือง ในการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงเลือกตั้ง วันที่ 1-9 มกราคม 2569 พบว่า พรรคการเมือง นิยมเผยแพร่นโยบายและหาเสียงผ่านทาง “X” สูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 37%

อันดับ 2 เป็นการใช้ website ทั้งของพรรคและผ่านสื่อมวลชน ในการแถลงนโยบายและหาเสียง คิดเป็นสัดส่วน 30% ถัดมา อันดับ 3 เป็นการใช้ Facebook คิดเป็นสัดส่วน 22% ขณะที่ YouTube เป็นอันดับ 4 คิดเป็นสัดส่วน 5% อันดับ 5 คือ Instagram และ TikTok คิดเป็นสัดส่วนเท่ากันคือ อย่างละ 3% ของการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 60 พรรคการเมือง

จากผลการสำรวจพบว่า การใช้ “X” มากสุด จะเน้นที่การสื่อสารแบบเรียลไทม์ และสร้างเป็นไวรัล ด้วยข้อความสั้นๆ ขณะที่ YouTube ถูกใช้ในกรณีที่เป็นการปราศรัยยาวๆ ในส่วนของ Instagram จะนำเสนอในรูปแบบของกราฟิก เรื่อง “เศรษฐกิจ” เป็นประเด็นหลักในการหาเสียง ส่วนประเด็นที่นำมาใช้ในการหาเสียงผ่านสังคมออนไลน์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 50% ของนโยบายที่หาเสียง ผ่าน Social Media ทั้งหมด โดยประเด็นด้านเศรษฐกิจที่มีการพูดถึง มีทั้งนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง นโยบายช่วยภาคเกษตรกรรม การพักหนี้ การแก้หนี้ครัวเรือน ไปจนถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น

ประเด็นถัดมาเป็นนโยบายด้านสังคม คิดเป็นสัดส่วน 20% ได้แก่ประเด็นเรื่อง สวัสดิการผู้สูงอายุ ลดความเหลื่อมล้ำ คิดเป็นสัดส่วน 20% ในขณะที่อันดับ 3 มี 3 ประเด็นที่มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10% ได้แก่ นโยบายด้านสุขภาพ ทั้งด้านสาธารณสุขและการให้บริการทางการแพทย์, นโยบายด้านความมั่นคง ทั้งการปฏิรูปกองทัพ นโยบายด้านชายแดน และนโยบายด้านการเมือง เช่น การปราบคอร์รัปชั่น การต่อต้านทุจริต โดยทั้งด้านสาธารณสุข ความมั่นคง และด้านการเมือง มีสัดส่วนเท่ากันคือ 10%

Advertisement

การนำนโยบายเศรษฐกิจมาเป็นแกนหลักในการหาเสียง สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และการที่ประเทศไทยเผชิญกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 3% เผชิญกับภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ความสามารถในการสร้างรายได้ต่ำ ทำให้นโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นหลัก เพื่อตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นคนในวัยทำงานอายุ 18-34 ปี โดยสะท้อนจากแพลตฟอร์ม ที่พรรคการเมืองเลือกใช้เป็นหลัก 3 อันดับแรก อย่าง แพลตฟอร์ม “X” “Website” และ “Facebook”

จากรายงานของ Hootsuite Thailand 2025 แพลตฟอร์มการจัดการโซเชียลมีเดียชั้นนำระดับโลก สัญชาติแคนาดา ชี้ว่าแต่ละแพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน โดย X เป็นแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งในกลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Gen Z, Millennial) โดยเฉพาะช่วง 18-34 ปี (กลุ่มกำลังซื้อสูง และต้องการความบันเทิง/ข่าวสาร) และ Gen X (45-60 ปี) ที่เป็นกำลังซื้อหลักและมีอำนาจตัดสินใจ โดย X เน้นการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและหลากหลายแพลตฟอร์ม

ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของ Facebook ยังคงเป็นวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง (อายุ 25-34 ปี) มีการเข้าถึงโฆษณาสูงสุด เช่นเดียวกับ YouTube และ TikTok ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มอายุ 25-34 ปี Instagram มีผู้ใช้หลัก 18-34 ปี