เพื่อไทย-รักชาติโต้เดือด ปมทุนเทาต้องแก้ที่ใคร? นายทุนหรือจนท.รัฐ มีย้อนถาม-เหน็บแรง

14.01.26 | 16:37 น.

ดีเบตเดือด ‘เพื่อไทย’ ประชันโจทย์ ‘รักชาติ’ ทุนเทาต้องแก้ที่นายทุนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ เจอย้อนถามตอนเป็นนายกฯ เงินเทาเข้ามาทางไหน เหน็บถ้าเคยเป็นรัฐบาลแล้วแก้ไม่ได้ก็ให้พรรคอื่นเข้ามา บอก อ่านหนังสือเล่มเดิม ตอนจบก็เหมือนเดิม ด้าน ‘บุณยกร’ ยกโมเดลผู้ว่าฯกทม. ช่วยป้องกันเรียกรับส่วย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มกราคม 2569 ที่อาคารข่าวสด เครือมติชนจัดเวทีดีเบตครั้งที่ 2 “The next wave : ​ฟังเสียง New Gen” โดยมีผู้ร่วมดีเบต 10 พรรคการเมือง ประกอบด้วย น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคกล้าธรรม, นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ, น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 พรรคเพื่อไทย, นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 22 พรรคภูมิใจไทย

นายภูมิ สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 21 พรรครักชาติ, นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์, นายนพณัฐ มีรักษา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 3 พรรคโอกาสใหม่, นายสามารถ คุ้มทรงธรรม ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต​ 27 พรรคไทยก้าวใหม่ และ นายภูวพัฒน์ ชนะสกล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 23 พรรคไทยสร้างไทย

ทั้งนี้ เมื่อถึงรอบ The Head-to-Head Debate : รอบจับคู่ประชันวิสัยทัศน์ โดย น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 พรรคเพื่อไทย จับคู่ได้ดีเบตกับ นายภูมิ สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 21 พรรครักชาติ ในหัวข้อ ปัญหาทุนเทาต้องแก้ที่นายทุนหรือต้องแก้ที่เจ้าหน้าที่รัฐ 

Advertisement

โดย น.ส.บุณยกรกล่าวว่า ตนขอตอบแบบเรียงลำดับดังนี้ คือ อย่างแรกต้องแก้ที่นายทุน และรองมาจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งที่ตนคิดว่า ต้องแก้ที่นายทุนเป็นหลักคือเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนส่วนใหญ่มีความพยายามที่ต้องการจะให้การทำงานและปฏิบัติหน้าที่ของตนเองดีที่สุดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานต่างๆ แต่นายทุนเป็นตัวที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ หรือลักลอบใช้กลไกหรือวิธีต่างๆ ในการเข้าถึง หรือใช้ทุนเทาเข้ามาถึงประเทศไทย

ส่วนเรื่องตัวทุนเทา ขอแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.เป็นทุนเทาจากต่างชาติ ซึ่งในส่วนนี้เราต้องมีการตรวจสอบกลไกการเข้ามาของกลุ่มคนต่างๆ และ 2.เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐปิดตาข้างหนึ่งหรือเอื้อให้เกิด

ฉะนั้น จึงต้องมีระบบที่จะเข้ามาแก้ไขเรื่องดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น Digital Transparency หรือ Digital Government คือการใช้กลไกเทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบการทำงานของภาครัฐให้โปร่งใสมากขึ้น เช่น กรุงเทพมหานคร ที่ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ นำระบบอินเตอร์เน็ตและระบบเอไอเข้ามาลิงก์กับกล้องซีซีทีวีกับระบบจราจร ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยตรวจสอบในเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ในการทำผิดทางกฎจราจรต่างๆ ซึ่งตนคิดว่า สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับทุกระบบในประเทศ ผ่านระบบภาครัฐให้กลายเป็น Digital Government เพื่อจะได้ตรวจสอบและลดโอกาสของนายทุนที่จะมาใช้ช่องโหว่เหล่านี้ในการเข้ามาทำทุนเทาในประเทศไทย

ขณะที่ นายภูมิกล่าวว่า “พี่จะทุบแล้วนะ” สำหรับทุนเทา ตนมองว่า สิ่งที่ต้องแก้เป็นอย่างแรกคือ เจ้าหน้าที่รัฐ หากเจ้าหน้าที่รัฐแข็งแรงจะกรีดทุนเทาก็ไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐตนมองว่ารวมถึงเรื่องระบบของประเทศด้วยที่จะต้องมีการวางระบบให้การรับหรือการรับทุนเทาเป็นไปได้ยากขึ้น เช่น นโยบายหนึ่งของพรรครักชาติที่เราอยากต้านเรื่องของทุนเทา ที่เห็นได้ง่ายคือ ทุกวันนี้เราอาจจะมีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงมีการตั้งด่านลอย มาเก็บเงินเราแบบนี้ สามารถเก็บได้หรือไม่

โดย พรรครักชาติ เรามีนโยบายที่จะแยกอำนาจการตรวจจับกับอำนาจการปรับเงินออกจากกัน เพื่อที่จะทำให้คนที่ตรวจจับไม่สามารถที่จะปรับเงินได้ นี่เป็นตัวอย่างเบื้องต้น แต่สิ่งที่จะช่วยให้การคอร์รัปชั่นหรือทุนเทามาได้ยากขึ้น

สิ่งสำคัญคือ หากระบบเราแข็งแรงและมีการนำไปบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทุนเทาก็จะเข้ามาได้ยากขึ้น ซึ่งหากเข้ามาได้ยากขึ้น เราก็จะสามารถปราบได้ ฉะนั้นจึงมีคำถามว่า ระยะเวลาที่พรรคเพื่อไทยดำรงตำแหน่งของการเป็นนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวเรื่องทุนเทาเข้ามาพอดี

“จึงอยากสอบถามพรรคเพื่อไทยว่า การเงินของทุนเทาเข้ามาทางใด และผมมองว่า รัฐจะต้องมีนโยบายหลักในการลงโทษผู้ที่ทำผิดในเรื่องของการรับส่วย หรือรับสินบนค่อนข้างที่จะรุนแรงเพื่อที่จะทำให้ไม่เกิดการทำซ้ำหรือเกิดขึ้น สุดท้ายนี้อยากฝากเอาไว้ว่ารัฐบาลใดที่เคยเป็นมาแล้ว และแก้ไขไม่ได้ ก็ควรมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาทดแทน เพราะสุดท้ายแล้วหากเราอ่านหนังสือเล่มเดิม ตอนจบก็เหมือนเดิม เอ็กแซ็กต์ลี่” นายภูมิกล่าว

ทำให้ น.ส.บุณยกรใช้สิทธิโต้แย้งว่า ตนขอพูดถึงประเด็นที่พรรครักชาติบอกว่า ต้องการจะแยกการจับและปรับออกจากกัน ซึ่งจริงๆ ตัวนี้เป็นปัญหามากในกรุงเทพมหานคร เช่น การบริหารการจราจร คนจับเป็นคนหนึ่ง แต่คนปรับเป็นอีกคน ทำให้การบริหารในกรุงเทพฯ เป็นไปได้ยาก ฉะนั้น จึงคิดว่าการที่จะไปแยกกฎหมายใหญ่อีก การให้แค่อำนาจเขาในการจับกุม จะให้การทำงานเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ส่วนเรื่องที่สองคือการที่รัฐธรรมนูญของเรามีการควบคุมทุกอย่างไว้ค่อนข้างมาก สิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check and Balance) คือการทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานตรงตามหน้าที่

ด้าน นายภูมิใช้สิทธิโต้แย้งว่า ขอถามกลับไปว่าที่ น.ส.บุณยกรว่าที่บอกว่าทำได้ยากนั้น อยากให้ช่วยลงรายละเอียดให้ ก่อนจะกล่าวหยอกล้อกับ น.ส.บุณยกร ว่า “เรารู้ว่าทุกพรรครักชาติทั้งหมด เพื่อไทยรักชาติหรือไม่ หนึ่ง สอง ซั่ม” ทำให้ น.ส.บุณยกรกล่าวตอบว่า “ส่วนตัวคิดว่า ไม่มีใครที่เป็นคนไทยแล้วไม่รักชาติ ไม่น่าเป็นเรื่องที่ต้องเอามาพูดแล้วด้วยซ้ำ”

จากนั้น นายภูมิยังได้ถาม น.ส.บุณยกรว่า “แสดงว่า น.ส.บุณยกร รักชาติใช่หรือไม่” ด้าน น.ส.บุณยกร ตอบกลับว่า “รักแน่นอนค่ะ” ทำให้นายภูมิติดตลกว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนครับ เรายินดีที่ทุกคนรักชาติ และหวังว่าเราจะรักชาติไปด้วยกันวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เข้าคูหากาเบอร์ 35 ถ้ารักชาติ”