นิวเจน พท. ขอนายกฯคนต่อไป ‘มองข้ามความขัดแย้ง’ ปชน.ลั่นสำคัญสุดคือ ‘รักษาสัญญา’

14.01.26 | 18:33 น.

นิวเจน พท. ขอนายกฯ คนต่อไป ‘มองข้ามความขัดแย้ง’ ฟังคนทำงาน ปชน.ลั่น สำคัญสุดคือ ‘รักษาสัญญา’

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ห้องประชุม สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือมติชนจัดเวทีดีเบต “The next wave : ฟังเสียง New Gen” โดยมีตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก 10 พรรคการเมืองเข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลาประมาณ 15.15 น. เข้าสู่ช่วงสุดท้าย Final Call : นายกฯ ในฝัน โดยจับเวลา 2 นาที เรียงลำดับจากหมายเลขการเลือกตั้ง

น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 4 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอมาพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามการเมืองไทยมาเป็นเวลานาน รู้สึกว่าการเมืองไทยเสียประโยชน์กับการแข่งขันทางการเมืองมาค่อนข้างมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่เราไม่เห็นด้วยกับนโยบายบางพรรคที่มีประโยชน์ แล้วไม่สานต่อ หรือว่าการที่พรรคแย่งคะแนนเสียงกันเพื่อที่จะได้เป็นรัฐมนตรีต่างๆ

Advertisement

“วันนี้สิ่งที่อยากฝากถึงนายกฯคนถัดไปของประเทศไทย ดิฉันอยากให้ท่านยึดเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เรามีการแบ่งพรรคกันได้ แต่เราไม่ควรจะแบ่งพวกอะไรที่เป็นคอมม่อนกู๊ดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ เป็นนโยบายของสาธารณะที่จะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก สิ่งนั้นควรสานต่อไป” น.ส.บุณยกรกล่าว

น.ส.บุณยกรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ข้อที่ 2 ที่อยากให้นายกฯคนต่อไปมี นอกจากการมองข้ามปัญหาทางความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว คือการนำข้อมูลเป็นที่ตั้ง รับฟังเสียงเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่ทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือภาคเอกชน ที่ทำข้อมูลต่างๆ มาเนิ่นนาน นำสิ่งนี้มาผลักดันเป็นนโยบายแล้วขับเคลื่อนประเทศของเราไปให้ได้

“ดิฉันเชื่ออย่างยิ่งว่าการที่ประเทศเราจะเจริญก้าวหน้าไม่ได้เกิดจากพรรคการเมืองใดหรือพรรคการเมืองหนึ่ง มันเกิดจากทุกภาคส่วน ประชาชนในพื้นที่เอง แม้เขาจะมีข้อเสนออะไร อย่าไปคิดว่าข้อเสนอนั้นไม่มีความสำคัญ อยากให้ท่านนายกฯคนถัดไปรับฟังสิ่งนั้นและนำมาเป็นนโยบายหรือการแก้ไขปัญหา ที่ตอบโจทย์กับประชาชนจริงๆ” น.ส.บุณยกรกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายนพณัฐ มีรักษา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนายกฯในฝันทุกคนพูดมาเยอะแล้ว และเราก็น่าจะเห็นตรงกันบางอย่าง อยากเห็นนายกฯที่รักษาสัญญา ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองมีนโยบายเต็มไปหมด ต่างคนต่างก็พูดว่าอยากจะทำอย่างนู้น อย่างนี้ เลือกฉันไปเป็นรัฐบาลเถอะ แต่พอไปดูผลประกอบการก็เห็นมาแล้วในอดีต เลือกตั้งมากี่ครั้ง ตอนสัญญาก็สัญญาไว้แบบหนึ่ง แต่พอได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ค่อยจะทำตามสัญญา พรรคประชาชนพวกเราไม่เคยเป็นรัฐบาล แต่สิ่งที่พวกเราเป็นคือ เราเป็นพรรคการเมืองที่รักษาสัญญา ทุกท่านจำได้ไหม มีเราไม่มีลุง

“ผมคิดว่าการรักษาสัญญาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่นายกรัฐมนตรีควรจะมี และพรรคการเมืองควรจะต้องทำให้ได้ พอพูดถึงสัญญา ผมขอย้อนกลับไปเมื่อสัก 2 ปีก่อน เราคงจำได้ เมื่อครั้ง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแม้จะชนะการเลือกตั้ง จำได้ไหม เมื่อครั้งที่พรรคก้าวไกลถูกยุบ พี่น้องประชาชนโกรธมาก และพูดว่าปากกาในมือสั่นแล้ว พร้อมแล้ว เลือกตั้งเลย เมื่อไหร่เลือกตั้ง จะพาพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล จะพาพรรคประชาชนชนะขาด ผมขอถามว่าเรายังจำสัญญานั้นได้หรือเปล่า

พรรคประชาชนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็โดนหลายๆ อย่าง ทุกฝ่ายรุม พากันด้อยค่า พากันบิดเบือน ผมยังยืนยันว่าพรรคประชาชนยังเป็นพรรคการเมืองเดิม ยังเป็นพรรคที่เชื่อมั่นว่าประเทศนี้สามารถดีขึ้นได้ ยังเป็นพรรคที่เชื่อมั่นว่าประเทศไทยของเราจะต้องก้าวไปข้างหน้า และยังเป็นพรรคประชาชนที่พร้อมจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้น โปรดเลือกพรรคประชาชน เบอร์ 46 เลือก คุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี” นายนพณัฐกล่าว