เวทีรัฐสภา จัดดีเบต ‘หมอวรงค์-อ.เจษฎ์’ ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้รธน.

15.01.26 | 14:57 น.

เวทีรัฐสภา จัดประชันนโยบาย “หมอวรงค์-อ.เจษฎ์” ประสานเสียงคว่ำประชามติแก้รธน. หวั่นยัดไส้ล้มล้าง ขณะที่“พรรคประชาชาติ” ดันฟื้นกองทุนหมู่บ้านละล้าน ลง3จว.ใต้-4อ.ในสงขลา

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่รัฐสภา สถานีโทรทัศน์รัฐสภา (TPTV) จัดรายการพิเศษเลือกตั้ง 69 ร่วมเปลี่ยนประเทศไทย ไฮไลต์ นโยบายพรรคการเมือง โดยได้เชิญตัวแทนของพรรคการเมืองร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายสำคัญ โดยการจัดเวทีวันแรก ในวันที่ 14 มกราคม มีพรรคการเมืองที่ตอบรับเข้าร่วมเวที 15 พรรคการเมือง โดยเป็นการจัดต่อเนื่องวันนี้เป็นวันที่ 2 ซึ่งมีตัวแทนจาก 16 พรรค

ทั้งนี้พบการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองที่น่าสนใจ อาทิ
นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พรรคปวงชนไทยถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่ได้นักการเมืองและผู้บริหารที่ตอบโจทย์ประชาชน และปัญหาของประชาชนไม่ได้แก้ไข

Advertisement

โดยช่วงหนึ่งที่ตนรับตำแหน่งเลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เจอปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ตนเป็นเลขานุการคนแรกที่บินไปกัมพูชา ตั้งทีมเฉพาะกิจร่วมกับตำรวจ PCT จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3-4 ครั้ง ซึ่งตนมองว่าจะเป็นปัญหาอนาคตกับประชาชน ปัจจุบันตนทำพรรคปวงชนไทย เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงปัญหาความมั่นคง นโยบายคือสร้างคนที่มีคุณภาพ ด้วยการศึกษาให้มีทักษะตรงกับสายงาน และเป็นคนดี สร้างงาน ผ่านการดึงศักยภาพของนักลงทุนเข้ามาในประเทศ เช่น การสร้างแหล่งท่องเที่ยว โดยที่ไม่มีกาสิโน มีศูนย์สุขภาพเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงการสร้างอาชีพ

ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาเหตุที่ประเทศไทยจนเพราะมีการโกง พรรคไทยภักดีอาสาเข้ามาปราบโกง ทั้ง ส่วย เงินใต้โต๊ะ พนันออนไลน์ สแกมเมอร์ โดยเพิ่มโทษประหารชีวิต หากทุจริตเกิน 100 ล้านบาท และต้องจบภายใน 15 วันหลังศาลพิพากษาและไม่ให้ขออภัยโทษ นอกจากนั้นคือการยกเลิกธนบัตรใบละ 1,000 บาท เพราะถูกใช้ฟอกเงิน ทั้งนี้การอาสาปราบโกงไม่รับปากว่าจะหมดไป แต่ปัญหาจะดีขึ้น

ส่วนด้านการเมืองจะลดบำนาญนักการเมือง ลดจำนวนผู้ช่วยนักการเมือง เหลือ3 คน ยกเลิกอาหารกลางวัน สส. มื้อละ 5 แสนบาท

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าจุดยืนของพรรคคือการยกเลิกเอ็มโอยู 43 และ 44 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ส่วนการทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนมองว่าเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งนี้รัฐธรรมนูญควรแก้ไขรายประเด็น หรือ รายมาตรา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชน เพราะการยกร่างใหม่ อันตรายต่อกระบวนการตรวจสอบ จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ที่เคยเอานายกฯ 2 คนออกจากตำแหน่งและรองประธานสภาฯ ออกจากตำแหน่ง และที่อันตรายที่สุด คือยัดไส้นำไปสู่การล้มล้าง ทำลายกองทัพ เมื่อกฎหมายสูงสุดเป็นเรื่องของคนไทย ทำไมปล่อยให้เอ็นจีโอที่รับเงินต่างชาติ รณรงค์ทำรัฐธรรมนูญใหม่ เท่ากับให้ต่างชาติมีอำนาจ และให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างไม่ถูกต้อง พรรคไทยภักดีโหวตโนเรื่องรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวย้ำ ถึงนโยบายของพรรครักชาติ ต่อประเด็นการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ ว่า ต้องปราบตำรวจก่อนเป็นโจร เพราะทุกการกระทำผิดมีตำรวจเกี่ยวข้อง ทั้ง บ่อน ทุนเทา สิ่งผิดกฎหมาย สแกมเมอร์ ขณะที่เรื่องรัฐธรรมนูญ ต้องให้ประชาชนคนไทยร่วมยกร่าง โดยไม่ได้ฝากไว้ที่ใคร การยกร่างใหม่แพงมากและบ้านเมืองอาจแตกแยก ดังนั้นพรรครักชาติไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนุญฉบับใหม่ ที่จะฉีกสังคมออกจากกันและทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะไม่บอกสาระสำคัญ ว่ายกร่างเรื่องอะไร แก้ไขอย่างไร เราจึงไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่วนนายรุ่งเรือง พิทยาศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชาติ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า สังคมเทา สังคมดำ สิ่งไม่ดีต้องเหลือศูนย์ โดยเฉพาะยาเสพติดต้องถูกปราบปรามอย่างเข้มข้น ผู้ค้ายาต้องถูกจัดการเด็ดขาดและจริงจัง ธุรกิจสแกมเมอร์ เว็บพนันต้องถูกปราบปรามผ่านกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ให้พัวพันกับพรรคการเมือง และมีตัวแทนในสภาและคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจในเขต3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยจะฟื้นโครงการกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เป็น กองทุนหมู่บ้านสันติภาพ ให้ทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาล ให้ส่งออกไปยังประเทศมุสลิม ขณะเดียวกันต้องลดภาระของคนมุสลิมที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์

นายรุ่งเรือง กล่าวว่า เศรษฐกิจใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซบเซามานาน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ดูแลเต็มที่ โดยงบที่ลงไปต่ำกว่า 1% ดังนั้นเราจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนโดยเชื่อกับประเทศมาเลเซีย ผ่านอุตสาหกรรมไฮเทคและซุปเปอร์ชิพ ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะสมัยก่อนเคยมีผู้บริหารประเทศชักชวนบริษัทชั้นนำของฝั่งตะวันตกมาทำเดต้าเซ็นเตอร์ ดังนั้นต้องผลักดันให้ทำต่อในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้