เลขาฯกกต.ย้ำชัด ไม่ทบทวนแล้ว ออกแบบมาดี ต้องแสดงตน 2 รอบ เลือกตั้งส.ส.-ประชามติ

15.01.26 | 15:27 น.

เลขาฯกกต.ชัดเจน ไม่ทบทวนขั้นตอนแสดงตน 2 รอบ เลือกตั้ง-ประชามติ ชี้ออกแบบมาดีแล้ว ถ้าเปลี่ยนจะยุ่งยาก ส่วนนโยบายพรรคการเมือง อยู่ระหว่างตรวจสอบ ไม่มีขัด กม.แน่ เตรียมเผยแพร่ข้อสังเกตให้ ปชช.ศึกษา 5 วันก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ภาคประชาชนบางส่วนเสนอให้ทบทวนรูปแบบการแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ จากปกติต้องแสดงตน 2 รอบให้เหลือเพียงรอบเดียว แล้วรับบัตร 3 ใบว่า ไม่ทบทวนแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ได้พิจารณามาแล้วทุกรูปแบบ และได้มีการออกแบบมาแล้วว่าแบบนี้คือแบบที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงยังได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับวิทยากร เป็นผู้ไปอบรมให้แก่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแล้ว หากเปลี่ยนแปลงอีกจะสร้างความสับสนและยุ่งยากมากกว่าเดิม

นายแสวงยังกล่าวถึงการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นนโยบายต้องที่ใช้จ่ายเงิน เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ว่า คณะกรรมการชุดนี้เพิ่งตั้งขึ้นครั้งแรก และมีมาตรฐานค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เหมือนต้องทำข้อสอบให้ทำให้ส่วนตัวรู้สึกเห็นใจพรรคการเมือง เพราะเหมือนต้องทำข้อสอบให้ผ่าน ซึ่งทางคณะกรรมการได้มีการขอข้อมูลเพิ่มจากบางพรรค ทำให้พรรคการเมืองต้องเจียดเวลาการหาเสียงมาชี้แจง แต่ก็ต้องรอดูว่าพรรคการเมืองจะสามารถส่งข้อมูลกลับมาให้คณะกรรมการได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งคณะกรรมการฯจะพิจารณาตามกรอบ คือ 1.ความครบถ้วนตามกฎหมาย 2.ตั้งข้อสังเกตได้ว่าที่มาของเงินมาจากแหล่งไหน 3.ประโยชน์และความเสี่ยง

นายแสวงกล่าวว่า ทั้งนี้ เชื่อว่าการมีคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ช่วยให้ประชาชนบางส่วนได้ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองจากข้อสังเกตของคณะกรรมการได้ ฉะนั้น จึงต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบและเป็นกลาง ปฏิบัติกับทุกพรรคเหมือนกัน เพราะหากพิจารณาไม่รอบคอบ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งพรรคการเมือง ประชาชน และตัวเราเองด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการเผยแพร่ข้อสังเกตของคณะกรรมการฯให้กับประชาชนรับทราบและศึกษารายละเอียดก่อนวันเลือกตั้ง 5 วัน

Advertisement

นายแสวงกล่าวอีกว่า ในการพิจารณานโยบายของแต่ละพรรค จะมีตัวแทนพรรคการเมืองวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามา เพื่อตอบคำถามของคณะกรรมการ เช่น พรรคประชาชน มี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค เป็นผู้มาตอบข้อซักถาม ซึ่งเมื่อวานนี้มีพรรคการเมืองส่งนโยบายเข้ามาให้ตรวจสอบเกือบ 20 พรรค แต่มีเพียง 5 พรรคที่ส่งข้อมูลเอกสารมาล่วงหน้าก่อน อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับคณะกรรมการว่าเราไม่ใช่ผู้อนุมัติโครงการ จึงไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดเยอะ แต่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละพรรคการเมืองจะนำนโยบายไปใช้ได้อย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ พร้อมยังกำชับให้ใช้ภาษาในการตั้งข้อสังเกตที่เข้าใจง่าย คาดว่าวันที่ 19 มกราคมนี้ จะส่งเอกสารนโยบายเข้ามาครบทุกพรรค

นายแสวงกล่าวว่า นโยบายแต่ละพรรคที่ส่งเข้ามาไม่มีที่ขัดต่อกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องเข้มงวดเฉพาะนโยบายที่มีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม เพราะบางนโยบายใช้เงินเยอะก็จริง แต่ระยะเวลาในการใช้นั้น ยาวนานตลอดอายุของรัฐบาล ขณะเดียวกัน หากนโยบายนั้นไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่กระทบกับสถานะทางการเงินของประเทศ หรือเป็นนโยบายที่ได้ไม่คุ้มเสีย คณะกรรมการก็จะมีการตั้งข้อสังเกต โดยเน้นถึงผลดีผลเสีย อะไรมากน้อยกว่ากัน เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนได้ใช้ตัดสินใจ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะครั้งนี้พรรคการเมืองอาจจะยังปรับตัว เพื่อรักษาประโยชน์ต่อส่วนรวมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ครั้งหน้าอาจจะมีการออกกฎเกณฑ์ เงื่อนไขคำถาม หรือวิธีการจัดทำรายงานมากขึ้น เชื่อว่าสุดท้ายผลประโยชน์จะไปลงที่ประชาชน