เทวัญ ปลุกกระแสโคราช นัดปราศรัยใหญ่ 26 ม.ค.เคลื่อน ขุนพลเพื่อไทยครบทีม

17.01.26 | 11:19 น.

เทวัญ ปลุกกระแสโคราช นัดปราศรัยใหญ่ 26 ม.ค.เคลื่อน ขุนพลเพื่อไทยครบทีม

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 หมายเลข 11 พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยพบปะประชาชนในเขตเมืองนครราชสีมา ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการตอบรับอย่างอบอุ่น ณ สวนภูมิรักษ์ 2 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

นายเทวัญกล่าวว่า ประชาชนยังคงให้ความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย ทั้งนโยบายที่เคยดำเนินการมาแล้วและนโยบายใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เชื่อว่านโยบายต่างๆ จะสามารถผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และช่วยพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาได้อย่างเป็นเอกภาพ พร้อมระบุว่า การตอบรับจากประชาชนในครั้งนี้ช่วยสร้างกำลังใจในการทำงานทางการเมืองอย่างมาก

นายเทวัญยังกล่าวถึงกระแสตอบรับของพรรคที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์และบทบาทของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งมีความเป็นนักวิชาการ มีความรู้ และมีความเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้การดีเบตและการให้สัมภาษณ์ได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากประชาชน

นายเทวัญยังเน้นย้ำนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน การแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบ การพัฒนาระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ทันสมัย การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว

Advertisement

“สำหรับวันที่ 26 มกราคมนี้ พรรคเพื่อไทยจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา โดยจะมีผู้บริหารพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน รวมถึง ส.ส.ทั้ง 16 เขตในจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วม คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 20,000 คน โดยเชิญชวนประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมรับฟังนโยบายและพบปะผู้นำพรรค ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป” นายเทวัญกล่าว

ด้านนายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ “ทำได้ ทำมาแล้ว และทำให้เห็น” โดยจังหวัดนครราชสีมามีทั้งหมด 16 เขตเลือกตั้ง ปัจจุบันพรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแล้ว 12 เขต หากได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายต่างๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศและจังหวัดในอนาคต