กรณ์ ชี้ไทยยังไม่ใช่รัฐล้มเหลว เหตุสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองส่ง ‘อภิสิทธิ์’ กลับประชาธิปัตย์

17.01.26 | 16:52 น.

กรณ์ ลั่นไทยยังไม่ใช่รัฐล้มเหลว เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองส่ง ‘อภิสิทธิ์’ กลับประชาธิปัตย์ เผย7 แนวทางปฏิรูปขับเคลื่อนประเทศไทย หลังเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน พรรคประชาธิปัตย์จัดงานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ชื่อที่ว่า “รวมพลคนทำเป็น” ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้เป็นการให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์บริจาคด้วยการซื้อบัตรที่นั่ง ราคาตั้งแต่ 30,000-300,000 บาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ แสดงวิสัยทัศน์บนเวที ว่า ประไทยยังไม่ถึงกับมีปัญหา้ป็นประเทศที่ล้มเหลว เพราะความสูญเสียทั้งนิติรัฐ และอำนาจ สิ่งที่ตนเห็นประเทศที่ใกล้เป็นรัฐล้มเหลวมากกว่าเราก็สามารถที่จะฟื้นกลับมาได้ ถ้าเขามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นประเทศอาร์เจนตินาและไนจีเรีย ซึ่งใกล้สู่ภาวะรัฐล้มเหลว จนกระทั่งประชาชนของเขาเลือกผู้นำที่มีแผนชัดเจน สามารถมากอบกู้จากชั่วเป็นเลว เลวเป็นระดับปัจจุบันซึ่งพอไปได้ แต่ยังไม่ถึงกับดี ซึ่งทำได้โดยผู้นำที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ แต่ปัญหาของคนไทย หากมองกลับไปไม่ถึงปี คืออารมณ์ความรู้สึกว่าเรามองไม่เห็นว่าผู้นำของเราจะมีได้

นายกรณ์ กล่าวว่า ตนจำได้ว่ามีคนถามว่าเราจะไปจุดนั้นได้อย่างไร ซึ่งไม่มีใครตอบ แต่สุดท้ายก็เหมือนกับประเทศเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง ที่คอยคุ้มครองดูแล ก็เริ่มมีแสงสว่างอาจจะเริ่มเปลี่ยนแปลงได้ และที่พรรคประชาธิปัตย์มาเปลี่ยนแปลงก็หมายถึงการกลับคืนสู่บ้านเก่าของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการที่หลายคน ที่สำคัญคือคนรุ่นใหม่จำนวนมากตัดสินใจมาร่วมกันด้วยเป้าหมายสำคัญคือนำพาประเทศออกจากสภาพที่ประชาชนไร้ความหวัง อาจจะไม่ได้ไปรัฐล้มเหลว

Advertisement

นายกรณ์ กล่าวว่า ทุกคนเห็นสภาพของประเทศเราเสมือนกระดาษ หมายถึงเรามีทุกอย่างบนแผ่นกระดาษ เพราะทุกอย่างมีกฎหมายเป็น 100,000 ฉบับ มากกว่าเกือบทุกประเทศ แต่มีปัญหาในการบังคับใช้ ซึ่งการบังคับใช้จริงไม่กี่ฉบับ ภาคภาคการศึกษาเรามีงบประมาณไม่แพ้ประเทศไหนแต่ผลล่าสุดมาตรฐานการศึกษาไทยต่ำต้อยที่สุดในรอบ 20 ปี เรามีกฎหมายควบคุมกำกับเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ตอนที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ การจัดระดับความโปร่งใสของประเทศของเราอยู่ที่ 70 กว่าจาก 180 ประเทศ แต่ทรุดลงมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันเราอยู่ที่ประมาณ 107 ระดับที่ต่ำสุด ทั้งที่เรามีอะไรอีกตั้งเยอะ แต่จับปลาสร้อยเก่งมาก พอเป็นปลาวาฬ ผู้มีอิทธิพล เป็นนักการเมือง ดูเหมือนทุกอย่างยากไปหมด

โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำกับการเลือกตั้ง แต่การสมัครผู้แทนต้องใช้ปากกาสีน้ำเงิน ใช้หมึกสีอื่นไม่ได้ เรื่องอย่างนี้เก่งมาก แต่การซื้อเสียงจับไม่ได้ทั้งๆ ที่คนไทยทุกคนรู้หมด นี่คือความเป็นกระดาษ หรือศาลมีคำพิพากษาให้กรุงเทพฯ รื้ออาคารที่ก่อสร้างขัดต่อกฎหมาย แต่จนถึงทุกวันนี้อาคารก็ยังตั้งทำงานเย้ยฟ้าอยู่ ไม่มีใครทำอะไรได้

“นี่คือสภาพความเป็นจริงของการเป็นกระดาษที่ขาดผู้บริหาร ผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยว ที่มีความเป็นมืออาชีพ เพราะฉะนั้นเป้าหมายของพวกเราคือนำพาการบริหารบ้านเมืองด้วยมือมืออาชีพ กลับคืนสภาพประเทศที่พวกเราทุกคนคาดหวังและตามศักยภาพของพวกเราทำได้” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า เกิดมาจาก 7 ข้อที่เราได้กำหนดไว้เพื่อนำพาประเทศกลับไปสู่ประเทศที่มีอัตราการเติบโตตามศักยภาพเท่าที่ควร คือยุทธศาสตร์มี่ 1.การปฏิรูประบบราชการด้วยระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 2. จัดการทรัพย์สินภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 3.ปฏิรูปภาคการเกษตร ยุทธศาสตร์ที่ 4. ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานสีเขียวและดิจิตอล ยุทธศาสตร์ที่ 5.สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่โดยร่วมมือกับเอกชน ยุทธศาสตร์ที่ 6.เร่งรัดการเจรจาการค้าเสรี(FTA) และการเข้าเป็นสมาชิก OECD และ ยุทธศาสตร์ที่ 7. การเมืองสุจริตต่อต้านคอรัปชั่นสกัดทุนเทา นี่คือ7 แนวทางปฏิรูปขับเคลื่อนประเทศไทย คือปรัชญาการทำงานของเราหลังการเลือกตั้ง