บิ๊กแจ๊ส เปิดใจหนุนกล้าธรรม ยก ‘ธรรมนัส’ ทำงานถึงลูกถึงคน ขอคนปทุมเลือกจากผลงาน

19.01.26 | 10:47 น.

บิ๊กแจ๊ส เปิดใจ หนุนพรรคกล้าธรรม ประทับใจ ‘ธรรมนัส’ ทำงานถึงลูกถึงคน ส่งคนสนิทลุยสนาม ส.ส. หวังแก้รถติด น้ำท่วมถาวร ลั่น ‘สีเทา’ เป็นวาทกรรมใช้ดิสเครดิตทางการเมือง แจงชัดปมส่งแข่ง ‘ภูมิใจไทย’ ยันยังรัก ‘อนุทิน’ แต่หน้าที่ดูแลประชาชนต้องมาก่อน

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) เปิดมูลนิธิให้สัมภาษณ์พิเศษถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง กรณีส่งทีมงานในนาม “กลุ่มคนรักปทุม” ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในนามพรรคกล้าธรรม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์เปิดเผยสาเหตุสำคัญที่สนับสนุนการเมืองระดับชาติว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่บริหารงานในตำแหน่งนายก อบจ. พบว่าข้อจำกัดเรื่องงบประมาณเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาจังหวัดที่เจริญแบบก้าวกระโดด อบจ.ปทุมธานี มีงบประมาณจำกัดเพียงปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท เมื่อเจอกับวิกฤตการณ์ใหญ่ๆ อย่างโรคโควิด-19 หรือปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก งบเท่านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งหลายโครงการเกินขอบเขตอำนาจและกำลังเงินของท้องถิ่น

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ปทุมธานีต้องการการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะ 2 โครงการหลักที่ตนตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริง คือโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตจราจรที่เรื้อรังมานาน การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมถาวร เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากภัยธรรมชาติในระยะยาว โครงการเหล่านี้ อบจ.ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ เราจำเป็นต้องมี “ตัวแทน” ในสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าใจหัวอกคนปทุมจริงๆ เข้าไปช่วยยกมือสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลลงมาที่จังหวัดของเรา

ส่วนประเด็นการเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ชี้แจงว่า ไม่ได้ต้องการเล่นการเมืองเพื่ออำนาจ แต่เป็นการเลือกทำตามกฎหมายเพื่อให้สามารถสนับสนุนทีมงานได้อย่างเต็มที่ ยืนยันว่าจุดยืนหลักคือการเลือก “ตัวบุคคลและผลงาน” มากกว่าชื่อพรรค สมัครเข้าสมาชิกพรรคเพราะต้องการขึ้นรูปคู่กับทีมงานที่ไว้ใจ คือ 1.นายนพพร ขาวขำ อดีตรองนายก อบจ.ปทุมธานี ลงเขต 1 เบอร์ 2 2.น.ส.พชรชิสา พัชธิระธารีรัตน์ อดีตรองนายก อบจ.ปทุมธานี ลงเขต 6 เบอร์ 4 3.นายชยุต สินพูนภักดิ์ อดีตรองนายกเทศบาลนครรังสิต ส่งลงเขต 4 เบอร์ 7 และ 4.น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ อดีตรองโฆษกรัฐบาล ลงเขต 5 เบอร์ 8

Advertisement

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าผมจะรับทั้งหมด ผมคัดกรองเฉพาะคนทำงานจริง ประวัติขาวสะอาด และพร้อมจะเสียสละ เหนื่อยเพื่อชาวปทุมธานีเท่านั้น ทีมคนรักปทุมคือกลุ่มคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เราคุยกันรู้เรื่องและมีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาบ้านเกิด เชื่อมั่นว่าหากการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติทำงานสอดประสานกันจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมจังหวัดให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ฝากถึงพี่น้องประชาชนให้พิจารณาผู้สมัครจากความตั้งใจและผลงานที่ผ่านมาเป็นที่ตั้ง ที่ผมสนับสนุนพรรคกล้าธรรมเพราะ 1.เป็นพรรคการเมืองใหม่ ในสมัยที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลาช่วง 5 ปี มีพรรคการเมืองพรรคไหนบ้างที่เป็นพรรคที่มี ส.ส.ในปทุมธานี แต่ไม่ได้ลงมาช่วย ทำงานกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน กล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และเราได้ส่งทั้ง 2 รองนายก อบจ.ปทุมธานี และรองนายก ทน.รังสิต ลงไปเพื่อเราต้องการคนทำงาน เพื่อทำงานร่วมกับท้องถิ่น อันนี้เป็นเหตุผลที่เราเป็นสมาชิกเพราะเราต้องการ ช่วยท่านรองนายกทั้ง 3 คนลงไปช่วยหาเสียง แต่เรายังทำภายใต้กรอบของกฎหมาย เราขึ้นรูปคู่ หาเสียงเฉพาะวันหยุด ไม่เอาอำนาจหน้าที่ไปช่วย อันนี้เราทำของเราตลอด” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ระบุอีกว่า อีกประเด็นหนึ่ง ผมเองกับพรรคภูมิใจไทยมีสายสัมพันธ์ ผมเคารพนับถือท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เราก็สนิทกัน รักกัน ท่านเนวิน ชิดชอบ มีอะไรเราก็พูดคุยกัน เคารพรักกัน แต่ขณะเดียวกัน เราสังกัดพรรคพวกจริงๆ

“แต่บางพรรคผู้สมัครเรารับไม่ได้ คนที่ทุจริตแม้กระทั่งถุงยังชีพ ศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษ คุณก็ส่งลูกสาวลงสมัคร หรือไม่คุณก็เอาคนที่ดูถูกคนปทุมว่ากินหญ้ามาลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผมก็รับไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงดูพรรคใหม่ที่เกิดขึ้น และถ้าเกิดเขาไปเป็น ส.ส.ได้จริงๆ ก็ต้องพร้อมจะลงมาช่วยพี่น้องประชาชน และอีกอย่างที่ผมสัมผัสได้ ผมไม่ได้เชียร์ใคร ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ผมรู้ว่าปทุมร่อแร่เต็มที เพราะการบริหารจัดการน้ำท่วมเราต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องประสานงานร่วมกันกับหลายกระทรวง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทาน ซึ่งในช่วงนั้นผมก็ไม่รู้จะหันไปทางไหน เราต้องเอาปทุมให้รอดให้ได้ ผมพยายามวิ่งประสานงานด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เพราะเราไม่มีอำนาจ อย่างตัวผมจะไปสั่งทางกรมชลประทานได้ไหม ผมทำไม่ได้ ได้แต่ไปขอความกรุณาวางแผนร่วมกัน แต่ในช่วงที่กำลังวิกฤต ที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำมา 2,500-2,600 ผมรู้ถ้าเกิน 3,000 ปทุมเราไม่รอดแน่

พอดีวันนั้น ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งก็รู้จักกันมานาน มีพี่น้องประชาชนนำปัญหานี้ไปให้ท่านช่วย ผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ท่านถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะแก้ปัญหายังไงให้เร็วที่สุด ผมจึงนำเรียนท่าน ท่านธรรมนัสจึงแจ้งว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ 9 โมงเช้าประชุมกันแล้วท่านโทรศัพท์เดี๋ยวนั้น ให้ทุกผ่ายทั้ง กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และผมเอง รวมทั้งผู้แทนของประชาชนที่เดือดร้อน ไปประชุมที่ห้องเลย ทันทีทันใดเลย ผมมองว่าเป็นการทำงานถึงลูกถึงคนเท่านั้นเอง และจริงใจที่จะมาแก้ปัญหาให้ปทุมธานี” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้ไปออกคลิปโจมตีผมว่าก็น้ำท่วมอยู่ดี ใช่มันท่วม มีอดีต ส.ส.บางคนไปออกคลิปโจมตีว่าที่จริงน้ำท่วมเขาแก้กันมาทุกปีอยู่แล้ว ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ ไม่ใช่ คุณไม่รู้เรื่อง นอกแนวถนนต้องท่วมทุกปีอยู่แล้ว เพราะอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำคุณก็ไปเอาภาพถือข้าวสาร แจก ประชาชน อันนั้นนอกแนวกั้น ซึ่งท่วมกันประจำอยู่แล้ว เราก็ดูแลกันมาตลอด แต่ที่เราเป็นกังวลคือข้างในแนวเราให้ท่วมเข้ามาไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ

“ผมบอกเสมอว่าทุ่งรังสิตไม่ใช่แก้มลิงอีกต่อไป ไม่ใช่ทุ่งผันน้ำเพื่อไปเก็บ แต่มันเป็นบ้านจัดสรรทั้งหมด ยอมรับประทับใจท่านธรรมนัส รับข้อมูลแล้วแก้ไขทันที ตรงนี้ต่างหากที่ผมชอบเพราะอะไร เพราะทำงานถึงลูกถึงคน และลงมาช่วยผมจริงๆ ตอนนั้น ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมา เอาเครื่องสูบน้ำมาเตรียม จุดไหนวิกฤตเราจึงพร้อมแก้ปัญหา หลังจากนั้น 20 วันเราก็ผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปได้” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

ประเด็นร้อน “ทุนสีเทา” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการเมือง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ตั้งคำถามถึงนิยามของคำว่า “เทา” คืออะไร และมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่นำมากล่าวหาว่าใครเกี่ยวข้องกับเงินสีเทา โดยมองว่านี่เป็นเพียงการโจมตีกันในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น

พล.ต.ท.คำรณวิทย์เน้นย้ำว่า ไม่สนใจเรื่องการสาดโคลนหรือวาทกรรมสวยหรู แต่ให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานจริงเพื่อ จ.ปทุมธานี มากกว่า ทั้งนี้ ปทุมธานีเติบโตเร็วมาก ประชากรแฝงเยอะและมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการคนที่พร้อมจะแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญที่ผ่านมา เช่น โควิด-19 และน้ำท่วมปี 2554 ผมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนตลอด แต่ไม่เห็นนักการเมืองบางคนออกมาช่วยเหลือในช่วงเวลานั้น หรือปัญหาปัจจุบนนี้เรื่องฝุ่น PM2.5 ผมก็กำลังเร่งระดมรถฉีดพ่นละอองน้ำและล้างถนนเพื่อลดปัญหาฝุ่นในจังหวัดและตั้งคำถามว่ามีนักการเมืองหรือ ส.ส.คนไหนลงมาช่วยดูแลประชาชนในเรื่องนี้บ้าง

“จึงอยากฝากถึงชาวปทุมธานีให้พิจารณาเลือก ส.ส.ที่ตัวบุคคลและผลงาน มากกว่าการเลือกตามพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว เน้นให้เลือกคนที่ลงมือทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็น ส.ส.แล้วหายหน้าไป อยากจะเน้นย้ำถึงแนวคิด ‘คนปทุมธานี เพื่อปทุมธานี’ และต้องการเห็นการวางแผนเพื่ออนาคตของจังหวัดโดยคนที่เข้าใจพื้นที่จริงๆ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ระบุ