พิพัฒน์ ทวงคืน 30 ปี ดันรถไฟรางคู่ลงใต้ ปลุกศก.หาดใหญ่ ศาสตรา ชงเยียวยาน้ำท่วมครัวเรือนละแสน

19.01.26 | 11:39 น.

‘พิพัฒน์’ ช่วย ‘ศาสตรา’ หาเสียงหาดใหญ่ ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันวงแหวน-รางคู่-แก้น้ำท่วม ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำแม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง
โดยนายพิพัฒน์กล่าวปราศรัยว่า เกิดและเติบโตที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางการค้าการท่องเที่ยวของภาคใต้ ผู้คนจากทุกพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาจับจ่ายใช้สอย แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จนถึงวันนี้ถือว่าพอแล้วกับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ถอยหลัง

นายพิพัฒน์ระบุว่า หาดใหญ่มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคม และโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กม. แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กม.เท่านั้น คำถามคือส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาภาคใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯมาหยุดเพียง จ.ชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจและลดต้นทุนการเดินทาง

นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วย ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้คอขวดจราจร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

Advertisement

ด้านนายศาสตรากล่าวเสริมถึงการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าการเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งละ 100,000 บาท ลดภาระความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤต

นายศาสตรากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่ กล้าตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้จริง พร้อมยืนยันว่าจะปักหลักทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมปักธงหาดใหญ่ และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างแท้จริง