วิชชั่นใหม่ ชูธงนโยบาย “การเงินไร้ดอกเบี้ย” ลุยหนักหาเสียงโค้งสุดท้าย หวังคะแนนช่วยผลักดันเข้าสภา
เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ เปิดเผยว่าการหาเสียงของพรรคเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารแนวคิดและนโยบายของพรรคได้ครบถ้วนทุกมิติ อย่างไรก็ตามพรรคไม่เคยปิดบังสถานะของตนเอง และตระหนักดีว่าเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็กที่อาจไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
“เรารู้ตัวดีว่าเราไม่ได้มีทรัพยากรเท่าพรรคใหญ่ และไม่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่การเมืองไม่ควรมีไว้เฉพาะคนที่มีเงิน พรรควิชชั่นใหม่จึงเลือกทำในสิ่งที่คิดว่าจำเป็นต่อประเทศ หากมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะในสถานะใด เราจะสนับสนุนและผลักดันนโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ยอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือเรื่องโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง” นายพิเชษฐ์กล่าว
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME เป็นระเบิดเวลาที่สะสมมานาน ระบบดอกเบี้ยทบต้นทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ แม้มีความสามารถและความตั้งใจทำมาหากิน พรรคจึงเสนอให้ปฏิรูประบบการเงิน โดยเปิดทางให้มีสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ยตามหลัก “เศรษฐกิจมนุษย์” ซึ่งให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและความสามารถของคนมากกว่าการขูดรีดผลตอบแทนจากความทุกข์
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า นโยบายการเงินไร้ดอกเบี้ยไม่ใช่การแจกเงิน และไม่ใช่การล้มระบบธนาคารเดิม แต่เป็นการเพิ่ม “ทางเลือกทางการเงิน” ให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกระบบดอกเบี้ยผลักออกจากโอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบการเงินไร้ดอกเบี้ยทำงานบนหลักการร่วมลงทุน ไม่ใช่เจ้าหนี้–ลูกหนี้ คนที่ไม่มีเงินแต่มีความรู้ มีแรงงาน และมีความสามารถ สามารถเข้ามาเป็นหุ้นส่วนได้ โดยผลกำไรจะแบ่งปันตามสัดส่วน หากขาดทุนก็ร่วมกันรับความเสี่ยง ซึ่งแตกต่างจากระบบเดิมที่ความเสี่ยงตกอยู่กับลูกหนี้ฝ่ายเดียว

“นี่คือพื้นฐานทางการเงินที่เป็นธรรมในระบอบประชาธิปไตย เพราะให้คุณค่าแก่มนุษย์อย่างเท่าเทียม ความสามารถของคนสามารถตีมูลค่าได้ ไม่ใช่วัดกันที่หลักทรัพย์หรือเครดิตเพียงอย่างเดียว เราเชื่อว่านี่คือทางออกระยะยาวของปัญหาความเหลื่อมล้ำ” นายพิเชษฐ์กล่าว
นายพิเชษฐ์ยังเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนี้ SME โดยให้แขวนหนี้เก่าไว้ก่อน โดยไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มเติม จากนั้นนำเงินทุนใหม่ในรูปแบบการร่วมลงทุนเข้าไปฟื้นฟูกิจการ เมื่อธุรกิจกลับมามีกำไรแล้วจึงค่อยนำผลกำไรไปชำระหนี้เดิม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการและรัฐ มากกว่าการปล่อยให้กิจการล้มและกลายเป็นหนี้สูญ

