อนุทิน เดินหาเสียงสายไหม แวะรร.ทักเด็ก Gen Z ฮอตสนั่นชาวบ้านเชียร์ ‘สู้ๆ’ คึกคักเดินซื้อข้าวจี่-กินส้ม คนขอถ่ายรูปแน่น ชม ‘เอกภพ’ ทำงานเก่ง รับ ใจเสีย ชวด สส.กทม. เลือกตั้งปี 66 ครั้งนี้ขอตื้อต่อ หวังคนกรุงให้โอกาส ย้ำไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะไม่มี ‘อังเคิล’
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มกราคม ที่เขตสายไหม กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้ช่วยหาเสียงใน กทม. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) เบอร์ 13 โดยนายอนุทิน มายังจุดแรกที่ศูนย์ประสานงานพรรค ภท.เขตสายไหม เพื่อพบปะรับฟังความคิดเห็นผู้นำชุมชนกลุ่มต่างๆ
จากนั้น นายอนุทิน และคณะ เดินทางไปยังโรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา เขตสายไหม ทันทีที่เดินลงจากรถเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่มามารอต้อนรับ ได้ตะโกน ให้กำลังใจนายอนุทินสู้ๆ จากนั้นนายอนุทิน เดินทักทายเด็กนักเรียนมัธยมปลาย โดยครูอาจารย์ที่โรงเรียนเรียกร้องขอคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ซึ่งนายอนุทิน กล่าวว่า 100% รวมถึงได้มีเด็กนักเรียนได้เรียกร้องคนละครึ่งพลัสด้วย โดยนายอนุทิน ถามกับเด็กว่า อายุถึงแล้วหรอ ซึ่งเด็กนักเรียนตอบว่า รอบหน้า
จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถแห่มายังชุมชนหมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3 เขตสายไหม โดยระหว่างอยู่บนรถแห่ได้โบกมือทักทายประชาชนตลอดสองข้างทาง ซึ่งประชาชน โบกมือทักทายและส่งเสียงเชียร์ตลอดทาง ก่อนที่นายอนุทิน จะลงเดินหาเสียงที่ตลาดนัดวัดเกาะ เขตสายไหม พบปะพ่อค้าแม่ค้า โดยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของได้มาขอถ่ายภาพเซลฟี่ และต่างตะโกนหมายเลขพรรคเบอร์ 37 และหมายเลขผู้สมัครสส.เบอร์ 13 ซึ่งในจังหวะหนึ่งมีชาวบ้านเข้ามาจับมือนายอนุทิน แล้วบอก ”ขอบคุณ“ พร้อมขออย่าเปิดด่าน ก่อนที่นายอนุทินจะบอกว่า “ไม่เปิดด่าน” ส่วนชาวบ้านที่อยู่โดยรอบต่างประสานเสียงไม่เปิดด่านๆ


ขณะที่ บรรยากาศระหว่างเดินในชุมชนหมู่บ้านจิตภาวรรณ นายอนุทิน แวะซื้อข้าวจี่ ก่อนชิมและส่งให้นายวราวุธ ชิมด้วย ก่อนที่นายวราวุธจะบอกว่าร้อน และเดินต่อ ผ่านร้านขายส้ม ซึ่งแม่ค้าร้านขายส้มทั้งสองร้าน ได้เรียกนายอนุทิน ให้เข้ามาชิมส้ม
โดยสื่อมวลชนถามว่าส้มหวานหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า อร่อยกำลังพอดี ขณะเดียวกันช่วงหนึ่งนายอนุทิน ได้ถ่ายภาพร่วมกับประชาชน ก่อนที่มองและชี้ไปที่เลขที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งตรงกับเบอร์เลขพรรค 37
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทินเดินหาเสียงได้มีรถของผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย เขตสายไหมผ่านมาพอดี โดยผู้สมัครสส.เพื่อไทยคนดังกล่าวได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถแห่ว่า “ของเรา ขอให้งดใช้เสียงก่อน”
จากนั้น นายอนุทินเดินทักทายประชาชน ในหมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3 ได้มีเด็กขอให้นายอนุทินเขียน ข้อความเป็นที่ระลึก โดยนายอนุทิน ได้เขียนข้อความว่าขอมอบลายเซ็นนี้ให้ น้องสแตมป์ ด.ช.สิรวิชญ์ นามลี ด้วยความรักครับ พร้อมเขียนลายเซนและชื่อ-นามสกุล


ต่อมา เวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ชุมชนหมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3 บนเวทีปราศรัยย่อย นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสมาพบปะทุกคนที่นี่ วันนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่มีความเข้าใจการบริหารราชการแผ่นดินมาด้วยกันในครั้งนี้ ส่วนนายเอกภพเป็นคนที่ทุ่มเททำงานให้ชาวสายไหม และชาวกทม. ตนรู้จักนายเอกภพตั้งแต่สมัย โควิด-19 ซึ่งนายเอกภพโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิตนทุกวัน เราต้องเข้าใจว่าสมัยโควิด-19 มีความยุ่งยากมากผู้ป่วยเยอะโรงพยาบาลเต็ม นายเอกภพได้ประสานความช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวสายไหม ตนชอบคนที่รักชาวบ้าน ไม่ต้องมารักตนก็ได้ แต่หากได้คนอย่างเอกสายไหมเข้ามาก็จะช่วยผู้ที่เดือดร้อนได้มากมาย
นายอนุทิน กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสายไหมรอด แต่เอกไม่รอด เพราะตอนนั้นพ่อแม่พี่น้องคงยังไม่คุ้นเคยกับพรรคภูมิใจไทย แต่ครั้งนี้คิดว่าทุกคนเห็นผลงานของพรรคภูมิใจไทย เมื่อเราได้มาเป็นรัฐบาล เราได้ทำในสิ่งที่สัญญาให้กับทุกคนมาตลอด และแม้ว่าเรายังแจ้งเกิดในพื้นที่กทม.ไม่ได้ แต่เราไม่ได้ท้อถอย ยังมีความมุ่งมั่นทำงานให้คนกทม. ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องได้เห็นหน้าตนมากขึ้น เพราะเป็นธรรมดาที่เป็นนายกฯจะได้ออกทีวีทุกวัน และมีเรื่องอธิปไตยของชาติ ซึ่งโชคดีที่ตนไม่มีลุง ไม่มีอังเคิลก็เลยไม่ต้องเกรงใจใคร
ตนเกรงใจคนไทย ใครมารุกรานแผ่นดินไทย ใครทำร้ายประเทศของเรา ตนไม่เกรงใจอยู่แล้ว จึงเข้ากับจังหวะที่เราต้องดำเนินการปกป้องแผ่นดินอย่างเต็มที่ เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องทุกคนรับรู้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการทำให้รัฐบาลของตนตัดสินใจดำเนินนโยบายอย่างแข็งกร้าว แบบนี้พ่อแม่พี่น้องทุกคนคิดว่าโอเคหรือไม่ ทำให้เราไม่ต้องเสียดินแดน ไม่ต้องถูกเอาเปรียบ ตนเลยเชื่อว่าครั้งนี้ทุกคนคงเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยก็ทำงาน ตอบสนองความรู้สึกความต้องการของคนกทม.ได้
“สิ่งที่ทำมีทั้งประสบความสำเร็จมาก ประสบความสำเร็จปานกลาง ที่ล้มเหลวก็มี แต่ว่าเราแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที ไม่ใช่ให้ความล้มเหลวเกิดขึ้นเรื่อยๆ จริงๆไม่กล้าลงพื้นที่กทม.แล้ว แต่พอเดินไปไหนมีแต่คนบอกว่าอย่าเปิดด่านแบบนี้ดีอยู่แล้ว รักษาบ้านเมืองรักษาสถาบันไว้ ทำให้คิดว่าคนกทม.รู้จักพวกเรามากขึ้น ก็เลยขอตื๊ออีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเราจะใจเสียไปบ้างเมื่อปี 2566 ที่ไม่สามารถปั่นให้เกิด สส.กทม. ได้ก็ใจเสีย แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งจริงๆถึงอย่างไรก็ต้องส่งคนลง เพื่อให้ประชาชนได้มีตัวแทนที่เราเชื่อว่ามีคุณภาพทำงานให้กับทุกคนได้ และมีความกล้าหาญ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นโยบายปราบสแกมเมอร์ไม่เอาทุนเทาไม่เอากาสิโน เชื่อว่าถูกใจพ่อแม่พี่น้องทุกคน เราไม่ได้หยุดที่จะทำ และพยายามลดภัยคุกคามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่ตลอด ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของตนดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทลายทุนเทาก็เห็น ไม่เอากาสิโนก็มีความชัดเจน เราไม่ยื่นกฏหมายกาสิโนเข้าสู่สภา
นายอนุทิน ยังถามชาวบ้านที่ร่วมฟังปราศรัยว่าชอบโครงการคนละครึ่งหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านตอบว่าชอบ โดยเรื่องนี้ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ดีๆรัฐเอาเงินมาโยนให้ แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทุกคนมีความพึงพอใจทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย เป็นนโยบายที่เรากำลังจะทำเฟส 2 แต่ยุบสภาก่อน หากเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาลเราจะทำเรื่องนี้ต่อ ส่วนการสร้างกำแพงป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่เพื่อให้ทราบว่าเราจะไม่ไปขวาง ตรงไหนทำได้เราจะทำิตรงไหนทำไม่ได้เมื่อมีสถานการณ์เราจะใช้รั้วลวดหนาม เพื่อกันพืชผลทางการเกษตรเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย
นอกจากนี้ นายอนุทินยังพูดถึงนโยบายทหารอาสา อยากให้ทุกคนมาสมัคร เพราะเชื่อว่าคนอยากเป็นทหารมีเยอะ ถึงกรณีที่ลูกชายจับได้ใบแดง ตนภูมิใจมากถึงขั้นซื้อสติกเกอร์ รักชาติยิ่งชีพ ส่งไปให้เขา ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าพ่อมันใหญ่ แต่ผมบอกให้ไปจับเลย


