อภิสิทธิ์ ขอคะแนนพระโขนง ปลื้มแฟนคลับเชียร์เป็นนายกฯ ชี้ กระแสจะสู้กระสุนได้หรือไม่ อยู่ที่ปชช.

20.01.26 | 10:00 น.

อภิสิทธิ์ ขอคะแนนพระโขนง ปลื้มแฟนคลับเชียร์เป็นนายกฯ ชี้ กระแสจะสู้กระสุนได้หรือไม่ อยู่ที่ปชช.

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.เวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ในตลาดใกล้กับวัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร ซอยสุขุมวิ 101/1 เพื่อช่วย น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัครสส.เขตที่ 23 พระโขนง บางนา เบอร์ 17 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีพ่อค้า แม่ค้า และผู้ที่จับจ่ายสินค้า เข้ามามอบดอกไม้ทั้งดอกกุหลาบ และดอดาวเรือง พร้อมขอถ่ายรูป บางคนปรบมือเรียกขอถ่ายรูปด้วยพร้อมกล่าวว่าดีใจมากเลยวันนี้

แฟนคลับบางรายถึงกับตะโกนบอกความในใจว่า “แอบรักคุณอภิสิทธิ์มาตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่มๆ” ขณะที่บรรดาแม่ค้าในตลาดต่างพากันเรียก “นายกฯ มาแล้วๆ” พร้อมส่งเสียงเชียร์อยากเห็นนายอภิสิทธิ์กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณในทุกกำลังใจที่มอบให้

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ที่ได้รับการตอบรับ ใครๆก็บอกว่าจะเลือกประชาธิปัตย์ ว่า เป็นกำลังใจกับพวกเราทุกคน เพราะว่าหลายคนก็ได้มีการทำงานต่อเนื่องมาในพื้นที่นี้ ช่วงนี้ก็เป็นโอกาสดี ได้น้องวีร์ เข้ามาเพื่อมาสานต่อหลายสิ่งหลายอย่าง วันนี้ทีมอดีต สส. สก. ก็มาช่วยกัน เห็นได้ชัดว่ามีความผูกพันอยู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ให้การต้อนรับเราดีมาก

เมื่อถามว่าเห็นมีประชาชนเข้ามาพูดคุยเนี่ย เขานำเสนออะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลากหลายเลย เมื่อเมื่อกี้ก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อบัญญัติเรื่องหมาแมว ถึงแม้ว่าจะเลื่อนไป 1 ปี ก็เป็นอุปสรรคแล้วก็เป็นภาระ แล้วก็พยายามเสนอแนวทางว่าที่จริงถ้าอยากจะแก้ปัญหาเรื่องหมาแมวจรจัด ก็น่าจะใช้วิธีอื่น แต่อันนี้ก็ได้อธิบายไปว่าเป็นข้อบัญญัติของสภา กทม. ซึ่งช่วงกลางปีนี้จะมีการเลือกตั้งกันก็คงจะได้มีการพูดถึงประเด็นนี้กันอีก นอกนั้นก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจ และก็ขอบคุณเรื่องเบี้ยยังชีพ เรื่อง อสม.

Advertisement

ต่อข้อถามว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ ตั้งใจทวงเก้าอี้ สส.ของประชาธิปัตย์ในพื้นที่คืน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราอยากขอโอกาสให้กับคนของเราทุกคน แล้วก็รอบนี้ในกรุงเทพฯ เราได้คนรุ่นใหม่ คนหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งเราคิดว่าจะเป็นกำลังสำคัญให้กับประชาชนได้ ในระยะยาวด้วย

เมื่อถามว่า เมื่อสักครู่ประชาชนบอกว่า นายกฯ คนที่ 33 มาหาหน่อยด้วย เป็นอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ พร้อมตอบว่า “จริงๆ ถ้ากลับไปเป็นก็เป็นคนที่ 27 นะครับ เขาไม่นับซ้ำ แต่ว่าก็ขอบคุณเป็นกำลังใจครับ”

ต่อข้อถามว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา(19 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ ไปปราศรัยที่จ.สมุทรสาคร แล้วบอกว่าประชาธิปัตย์กระแสดี แต่กลัวจะแพ้กระสุน ขณะที่มีการระบุว่า เริ่มมีการทุจริตซื้อเสียงถึง 7,500 บาท ตรงนี้ประชาธิปัตย์มีข้อมูลหรือมีคนส่งข้อมูลอะไรมาบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็มีอยู่เป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปหาพยานหลักฐานมา ก็อยากให้ กกต. ทำงานเชิงรุก เพราะในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่พอไปจับหลังเลือกตั้ง แล้วผู้ที่ซื้อเสียงได้เป็น สส.พยานก็จะค่อนข้างกลัว จึงอยากให้สามารถที่จะดำเนินการได้ก่อนการเลือกตั้งจะดีที่สุด และตอนนี้สิ่งที่เราได้ยินมาเยอะมากก็คือว่า ผู้ที่ซื้อเสียง ขอให้ผู้ที่รับเงินเนี่ยไปถ่ายรูปเวลาที่ลงคะแนน ก็อยากให้ กกต.เข้มงวดกวดขันเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่า ตรงนี้จะถ่ายได้อย่างไร เพราะเขาแอบทำกัน แม้แต่ในคูหาเลือกตั้ง นายภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาห้ามถ่าย แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วก็สามารถเอากล้องเข้าไป มันก็คงไม่ได้ยาก พวกเราคงนึกออก สภาพข้อเท็จจริงของคูหา เพราะว่าช่วงที่อยู่ในคูหาก็ไม่ให้ใครเข้าไปยืนดูข้างหลัง อันนี้ก็เป็นปัญหา ส่วนจะให้เจ้าหน้าที่ประจำตรวจสอบก็แล้วแต่ กกต. แต่อยากให้ กกต. พิจารณา เพราะอันนี้คือได้ยินมาเยอะมากว่าขอให้มีการถ่ายรูปเพื่อส่งยืนยันว่าได้เลือกแล้ว

ต่อข้อถามว่า ตอนนี้เหมือนบ้านใหญ่ใช้ยุทธศาสตร์กระสุน เพื่อที่จะสาดเงิน พรรคประชาธิปัตย์กังวลในเรื่องนี้ และจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราบ้านสีฟ้าเราก็อาศัยกระแส ส่วนกระแสจะสู่กระสุนได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ประชาชน เราก็อยากให้สู้ได้ เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกตั้งที่สุจริต ตนว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นในการที่จะทำให้บ้านเมืองสุจริตจริงๆ เพราะเงินเหล่านี้เข้ามาแล้วก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินที่ไม่สะอาด ก็กลายเป็นเรื่องของการซื้ออำนาจเพื่อไปคุ้มครองตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็ทำให้เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้