ชัยวุฒิ-เจษฎ์ แฉ เลือกตั้งเงินสะพัด 2 แสนล้าน ปั่น ราคาซื้อเสียงพุ่ง 7,500. บี้ กกต.ฟันตัวการใหญ่
เวลา 05.00 น. วันที่ 20 มกราคม ที่ตลาดสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ เบอร์ 35 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมพรรครักชาติ นายวรวิช กมลโชติรส ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครสส.กทม. หาเสียง
จากนั้นหาเสียงตรอกหม้อ เขตพระนคร โดยประชาชนส่วนใหญ่สนใจเรื่องการรณรงค์ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะเปลืองงบประมาณเป็นหมื่นล้าน และดีใจที่นายเจษฎ์ มาลงการเมือง รวมถึงปัญหายาเสพติด
นายเจษฎ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากที่เคยเปิดประเด็นเรื่องเม็ดเงินสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ ลอตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้ว อาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท

จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ
โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร: ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว โดยพื้นที่ต่างจังหวัด: เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 – 5,000 บาทต่อหัว ซึ่งเงินสีเทา จากธุรกิจผิดกฎหมายและกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตือนประชาชนว่า หากรับเงินเหล่านี้ เท่ากับสนับสนุนให้พรรคการเมืองเข้าไปถอนทุนคืนผ่านการคอร์รัปชัน เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ที่ผ่านมา มีการเบี้ยว จ่ายเงินไม่ครบ หรือสัญญาว่าจะให้แต่ไม่ให้ ซึ่งพรรครักชาติเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นนักการเมืองแบบสแกมเมอร์ที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน
ส่วนสถานการณ์การเมือง ตอนนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติ เพราะพรรคการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วที่อันตราย กลุ่มพรรคใหญ่ที่ใช้กระสุน(เงิน) จ่ายเงินซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ กลุ่มที่อ้างกระแส แม้บอกไม่ใช้เงิน แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งทางพรรคมองว่าเป็นการทำลายโครงสร้างบ้านเมือง

ขณะที่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า กกต. มีเครื่องมือ กฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เรื่องการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นทุกหน่วยเลือกตั้ง ปัญหานี้เป็นที่รู้กันทั่ว แต่เหมือน กกต. ไม่รู้อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาจับได้แต่คดีเล็กน้อย เช่น การจัดเลี้ยงทำบุญ แล้วแจกใบเหลืองใบแดง แต่ปัญหาใหญ่คือการจ่ายเงินซื้อเสียงโดยตรงกลับเงียบ ท่านต้องทำงานเชิงรุก หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต ต้องกล้าแจกใบแดงทันที ไม่ใช่รอจนหูหนวกตาบอด ทั้งนี้พรรครักชาติ ยืนยัน ไม่มีเงินแจก ป้ายหาเสียงน้อยเพราะทุนน้อย แต่ขอสู้ด้วยอุดมการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนและ กกต. ช่วยกันกวาดล้างขบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องจมอยู่กับวังวนของทุนสามานย์


