อนุทิน ไม่หวั่นพท. บุกนครพนมสู้ ประกาศคว้ายกจังหวัด ปลุกกาภท. ไปโหวตงบสร้างรพ.นาแก 

21.01.26 | 14:26 น.

“อนุทิน” ลาราชการบินนครพนม ประเดิมหาเสียงอีสานเต็มสูบเช้ายันค่ำ บอก “โครงการคนละครึ่ง” ไม่ใช่เอาเงินมาไล่แจกประชาชน ลั่น ชาวบ้านไม่ใช่วณิพก ภท.ขอดูแลแบบปชช.มีส่วนร่วม ย้ำ “นายกฯ” คนนี้กู้ศักดิ์ศรีประเทศทำทุกอย่างให้แล้ว ขอให้เลือก “ชูกัน” ไปเห็นชอบงบ 200 ล้าน รพ.นาแก ในสภา บอกใจใหญ่กว่า ไม่มีขัดแข้งขัดขา ส.ส.ต่างพรรค อ้อนอย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลาราชการ เพื่อใช้เวลาตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก ใน อ.นาแก อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.บ้านแพง อ.เมือง จ.นครพนม ช่วยผู้สมัคร ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 4 เขต หาเสียง ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1 นายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต 2 นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 และ นายชูกัน กุลวงษา เขต 4 โดยจุดแรก นายอนุทิน พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ช่วยหาเสียงให้กับ นายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม เขต 4 โดยเมื่อเดินทางถึงชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอและผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับตามธรรมเนียมภาคอีสาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางเพลงหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย เช่น เพลงเลือกแล้วค่ะ

จากนั้น นายอนุทินได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยถามชาวบ้านว่า อยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านตอบทันทีว่าไม่ นายอนุทินจึงกล่าวต่อว่า ข้าวราคาขึ้น เพราะนโยบายรัฐบาลไม่ยอมเปิดด่าน ข้าวผิดกฎหมาย ข้าวจากต่างชาติก็ไม่เข้ามา ทำให้เราสามารถควบคุมราคาได้ และรัฐบาลยังขายข้าวได้อีก 6 แสนตัน ทำให้ข้าวราคาดีขึ้น สิ่งที่เราต้องทำต่อคือพัฒนาพันธุ์ข้าว ต้องทิ้งห่างคู่แข่ง เราจำเป็นต้องทำให้ข้าวที่ปลูกมีราคาสูงขึ้นโดยใช้กลไกตลาด ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีคนทำเรื่องนี้ให้ท่าน อย่างนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ตนบอกว่า เวลาไปเจรจาต่างประเทศ ต้องมีคำว่าข้าวไทยอยู่ในการเจรจา เพราะโลกปัจจุบัน มีภัยพิบัติ ภัยสงคราม ถ้ามีภัยเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาหาร เราไปขายข้าวต่างประเทศ ตอนนี้เราบอกเขาแล้วว่าไม่ใช่กินอย่างเดียว ต้องสำรองไว้ด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นคงให้กับต่างชาติ แนวทางนี้ถึงมีราคาทำให้ข้าวเราราคาขึ้น

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ เรื่องรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส แม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราไม่ใช่วณิพก อยู่ดีๆ ให้คนเอามาใส่ให้ เราเป็นประชาชนมีศักดิ์ศรี เราต้องดูแลอยากให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมจึงออกคนละครึ่งพลัส พรรคภูมิใจไทย ถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟสหนึ่งเสร็จแล้ว จริงๆ จะออกเฟสสอง แต่ดันยุบสภาก่อน ดังนั้น หากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟสสอง ก็ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับไปเป็นรัฐบาล

Advertisement

นายอนุทินกล่าวต่อว่า นายกฯคนนี้ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านแล้ว เราทำให้โลกรับรู้ศักดิ์ศรีของประเทศเรา ทำให้ประเทศเราสามารถไปต่อรองเจรจาการค้ากับต่างชาติได้ และยังมีข่าวดี ว่ากระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อบรรจุเข้างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อยกระดับโรงพยาบาลนาแก ให้มีคุณภาพมากขึ้นตามความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งคนที่จะเข้าไปเห็นชอบในสภาก็คือนายชูกัน ถ้าใครบังอาจคิดจะตัดอีก รับรองว่าถ้าเลือกคนนี้ไป ไม่มีใครแย่งงบโรงพยาบาลชาวนาแกไปจากพี่น้องได้ และตนจะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องงบประมาณที่เป็นประโยชน์แก่ชาวนาแก

“พี่น้องชาวนครพนม ถ้าเลือกก็เลือกภูมิใจไทย ยกพรรคเลย นครพนม มี ส.ส. 4 คน ก็ให้เลือกทั้ง 4 คนพรรคเดียว เพราะถ้าเลือกหร็อมแหร็มมีโอกาสขัดขากันเอง นี่คือความคิดของพรรคอื่น แต่พรรคภูมิใจไทยต่อให้เป็น ส.ส.พรรคอื่นมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ให้ประชาชน นายกฯคนนี้ไม่เคยขัด เราใจใหญ่กว่า เพราะเป้าหมายคือพี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี ผมเป็นอะไรก็ได้ นายกฯก็เป็นแล้ว รัฐมนตรีก็ได้แล้ว ไม่ต้องเป็นอะไรก็ได้ แค่ได้ยินว่า พี่น้องชาวนาแกได้ประโยชน์ ก็มีความสุขแล้ว มีโรงพยาบาลแล้ว หนี้หมดแล้ว เอ็นจอยคนละครึ่ง เอ็นจอยสวัสดิการรัฐ แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว จะให้ไม่เป็นอะไรเพื่อแลกกับสิ่งที่ผมบอก ก็เป็นมาแล้วจะเป็นอะไรหนักหนา แต่ถ้าได้เป็นต่อได้ดูแลต่อ มันก็พลัสพลัสพลัส บวกบวกบวก ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ขยายโอกาส คืองานหลักของพรรคภูมิใจไทย ขอโอกาสอีกครั้งไม่ยากเลย แค่เลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย และเลือกอนุทิน พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 พี่น้องทำแค่นี้ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกผมเอง” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวทีปราศรัย นายอนุทินได้เดินเข้าไปทักทายชาวบ้านซึ่งได้มีคุณยาย นำสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับนายอนุทินตามประเพณีคนอีสาน รวมถึงได้เดินเข้าไปทักทายผู้สูงอายุ ซึ่ง น.ส.ธนนนท์ ภริยานายอนุทิน ได้ยืนพูดคุยอยู่ก่อนแล้ว พร้อมเรียกนายอนุทินว่า “เมื่อครู่คุณยายถามว่า นี่ลูกสาวนายกฯหรือ” ขณะที่ผู้สูงอายุบอกว่าดีใจได้เห็นตัวจริง พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯเด้อ ขณะที่นายอนุทินตอบว่า “อย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ” ซึ่งชาวบ้านตอบกลับว่าไม่ลืม

จากนั้น นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งเป้าจำนวน ส.ส.นครพนม ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าพรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครที่มีความใกล้ชิดกับชาวนครพนม จึงตั้งเป้าว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนครบทุกเขต

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยรุกหนักในพื้นที่ พร้อมประกาศว่า จะตีพรรคภูมิใจไทยเหมือนกัน นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ตีหรอก เป็นธรรมดาในการแข่งขัน ซึ่งทุกพรรคต้องใช้ศักยภาพของตัวเอง สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นโหวตเตอร์ให้เต็มที่ ไม่ใช้การใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน แต่ใช้ผลงานใช้นโยบาย และใช้ความใกล้ชิดเพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำอยู่ตลอด เราไม่เคยโจมตีใคร

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะขอ ส.ส.นครพนมยกจังหวัด นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนก็ต้องประกาศ

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย จะประกาศยุทธศาสตร์อะไรที่จะเอาชนะใจคนนครพนมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราทำงานในพื้นที่ มีความผูกพันกับพี่น้องชาวนครพนม เพราะให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยมาตลอด

เมื่อถามว่า ถ้านครพนมกวาด ส.ส.ได้ครบทั้ง 4 เขต จะมีรัฐมนตรีหรือไม่ว่า นายอนุทินกล่าวว่า มีมาตลอดอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าพื้นที่ใดใน จ.นครพนม ที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้ ส.ส.จะเอามาให้ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ต้องเล็งผลเลิศ