รทสช. ค้านนิรโทษฯ นักการเมืองถูกตัดสิทธิ ท้า ปชน.-พท.ยกมือ หากเห็นด้วยให้กลับได้

21.01.26 | 17:43 น.

รทสช. หนุน พัฒนาเกษตรปลายน้ำเข้มแข็ง ดันไทยเข้าซัพพลายเชน 2 ประเทศมหาอำนาจ สหรัฐ-จีน เสริมแกร่งเศรษฐกิจ ค้านฉีกรธน.60 ท้า ปชน.-พท. ยกมือ หากเห็นด้วย ให้คนถูกตัดสิทธิการเมืองกลับมาพร้อมรธน.ฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เครือมติชน จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ เวทีที่ 4 : ดรีมทีมไทยแลนด์ วิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่ โดยมี 5 คำถามในแต่ละหมวด ได้แก่ 1.นิรโทษกรรมยังเป็นภารกิจของรัฐบาลใหม่หรือไม่ และควรครอบคลุมถึงใครบ้าง 2.ประเทศไทยควรวางบทบาทตัวเองอย่างไรในภูมิรัฐศาสตร์โลกปัจจุบัน 3.ถ้าจะตั้งต้นปฏิรูปเศรษฐกิจไทยควรเริ่มต้นจากอะไร 4.ระบบราชการไทย ปรับไม่เยอะแล้วไปต่อ หรือแค่นั้นไม่พอต้องรื้อใหม่ทั้งหมด 5.ประเทศไทยจะเติบโตได้อย่างไรจากการใช้เทคโนโลยี AI

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แคนดิเดตนายกฯ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า เราต้องวางจุดยืนให้ชัดเจนว่าอะไรที่เจรจาได้หรืออะไรที่แตะต้องไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กเราต้องทำให้ตัวเองเข้าไปในซัพพลายเชนของ 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนให้ได้ โดยสหรัฐอเมริกามองว่าเราเป็นฐานการผลิตสำคัญในเรื่องคอมพิวเตอร์ แต่เราไม่มีพลังงานสะอาด และไม่สามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขนาดเล็กได้ นอกจากนี้ จีนที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าทางการเกษตรหลักของไทย แต่สินค้าทางการเกษตรของไทยปลายน้ำไม่ได้เรื่องเลย เราก็ต้องทำให้ปลายน้ำของเราเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ถ้าได้ไปอยู่ในซัพพลายเชนของสองมหาอำนาจแล้ว ความสำคัญของเศรษฐกิจไทยก็จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

Advertisement

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วค่าไฟแพงมาก แต่ตอนนี้เราทำให้ลดลงมาได้ 76 สตางค์ คิดเป็น 16% ก็เป็นตัวชี้วัด ซึ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าประชาชนได้มากถึง 2.7 แสนล้านบาทจากค่าไฟฟ้าที่ปรับลดลง ทั้งนี้เรื่องของพลังงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ปริมาณไฟฟ้าในประเทศไทยมี 5.5 หมื่นเมกะวัตต์ เราใช้พีคสุด 3.6 หมื่นเมกะวัตต์ เรามีเยอะแต่ค่าไฟเราแพง สิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติทำคือ เราไม่เคยซื้อไฟเพิ่มเลยในช่วงเวลา 2 ปีที่ หัวกระไดแห้ง ทุนไม่เข้า เราไม่ได้ขายไฟ แต่สิ่งที่เจอมาก็คือ ส.ส. 36 คน เราเหลือ 3 คนก่อนยุบสภา ทุนพรรคนี้น้อยเรามีแต่หัวใจ

รทสช.ดัน1คำขอจบที่เดียว

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ประเด็นที่กังวลมากคือเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหัวข้อที่สำคัญมากคือการยกโทษให้กับบุคคลที่โดนตัดสินไปแล้วตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ว่าจะเรื่องจริยธรรมหรือคุณสมบัติของนักการเมืองในหลายประเด็น คำถามผมคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ลองยกมือแสดงเจตนารมณ์ว่าทั้งสองพรรคท่านเห็นด้วยหรือไม่ นำคนที่นิรโทษกรรมกลับมาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 การฉีกขึ้นไปสู่ฉบับใหม่จะไม่ส่งผลให้บุคคลที่ถูกตัดสินทางการเมืองไปแล้วกลับมาสู่การเมืองได้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งสองท่านกล้ายกมือไหม สำหรับผมยกมือว่าไม่แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ผมขอแสดงจุดยืนว่าจะไม่ยอมให้บุคคลที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้วได้กลับเข้ามาใหม่ในรูปแบบฉบับในอนาคต

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาตินำเสนอระบบราชการใหม่ คือ ราชการ 1 คำขอจบที่เดียวในหลายใบอนุญาต แต่รู้ไหมว่าทำไมทำไม่ได้ เพราะเกิดที่ต่างกระทรวงและมีหลายองค์กรที่กำกับ ซึ่งหัวใจสำคัญไม่ใช่การกิโยตินกฎหมาย แต่คือไม้เสียบลูกชิ้นที่ต้องเรียงร้อยเข้ามาอยู่ในกฎหมายและนี่คือแนวความคิดของรวมไทยสร้างชาติ ราชการ 1 คำขอ ต้องใช้ความรู้ประกอบด้วยเพราะโยงหลายฉบับมากถึงจะปฏิรูประบบราชการได้ สิ่งที่สำคัญยืนยันว่าถ้าราชการขี้โกงถ่วงเวลาโกงเงินแผ่นดิน ไม่ว่าจะราชการหรือนักการเมืองที่ขณะนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย นโยบายที่แสดงสัญลักษณ์ได้ดีที่สุด คือ ทุจริตเอาไปประหาร ส่วนเรื่องการโตเป็นเซมิคอนดักเตอร์ แล้วจะสับสวิตช์ไปเลย ผมคิดว่าต้องดูรากฐานก่อนไม่ต้องเปลี่ยนรากเหง้า เพราะเราเป็นประเทศที่ขาดห่วงโซ่อุปทาน ยกตัวอย่าง เราเป็นแชมป์ส่งออกคอมพิวเตอร์แต่เราไม่มีเซมิคอนดักเตอร์ จึงต้องทำให้เกิดคู่กันไม่ใช่ล้มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง