ศึกษิษฏ์ ชี้ นิรโทษฯ ควรคดีเคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องให้โอกาส เยาวชนต่ำกว่า 18 ได้กลับสู่สังคม
เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เครือมติชน “จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย” เปิดเวทีสาธารณะประชันโยบายวิสัยทัศน์ ในเวทีที่ 4 หัวข้อ “ดรีมทีมไทยแลนด์ วิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่” โดยมี 5 คำถามในแต่ละหมวด ได้แก่ 1.นิรโทษกรรมยังเป็นภารกิจของรัฐบาลใหม่หรือไม่ และควรครอบคลุมถึงใครบ้าง 2.ประเทศไทยควรวางบทบาทตัวเองอย่างไรในภูมิรัฐศาสตร์โลกปัจจุบัน 3.ถ้าจะตั้งต้นปฏิรูปเศรษฐกิจไทยควรเริ่มต้นจากอะไร 4.ระบบราชการไทย ปรับไม่เยอะแล้วไปต่อ หรือแค่นั้นไม่พอต้องรื้อใหม่ทั้งหมด 5.ประเทศไทยจะเติบโตได้อย่างไรจากการใช้เทคโนโลยี AI

พท.ย้ำคดีการเมืองให้โอกาสเยาวชน
นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า เราเห็นตรงกันว่าผู้ที่ต้องคดีความจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองควรได้รับโอกาส เพื่อช่วยลดความขัดแย้งในสังคม กระบวนการทางกฎหมายทุกวันนี้ ในส่วนของ พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งขณะนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมองว่า หากได้จัดตั้งรัฐบาล ยืนยัน จะผลักดันให้กฎหมายดังกล่าวเดินหน้าต่อ ในภาพรวมอย่างน้อยในกรณีเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี และได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ควรปล่อยให้เป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณากำหนดโทษ ขณะเดียวกันควรหาทางทำให้กระบวนการยุติธรรมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง และหากพรรคเพื่อไทยเป็นในส่วนหนึ่งของรัฐบาล ก็จะมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหามติและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันต่อไป

“สำหรับคดี ม.112 ผมมองว่าเยาวชนที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี ที่เข้าสู่กระบวนการแล้ว และรอการกำหนดโทษอยู่ ให้เป็นดุลพินิจของศาล แต่ทีนี้ก็ต้องมาหารือกันว่าจะทำยังไงให้กระบวนการยุติธรรมหยิบยื่นโอกาสหรือเปิดโอกาสให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้มีโอกาสกลับเข้ามาในสังคมอีกครั้ง” นายศึกษิษฏ์กล่าว
ใช้เทคโนโลยียกระดับกองทัพ
นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 พรรคเพื่อไทยเป็นหนึ่งในพรรคที่ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ค่อนข้างมากที่สุด เราเสียนายกรัฐมนตรีไปถึง 2 คนจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งนี้ เราจะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 โดยคำถามแรกในประชามติคือประชาชนเห็นชอบหรือไม่กับการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าที่มาขององค์กรอิสระซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ยังไม่มีความยึดโยงกับประชาชน ดังนั้นเราจะผลักดันให้พี่น้องประชาชนเห็นชอบในหลักการ ส่วนจะแก้ไขในรูปแบบใด ไม่ว่าจะผ่าน ส.ส.ร. ส.ส.ร.ทางอ้อม หรือการเลือกจากสภา ให้เป็นการตัดสินใจของประชาชนต่อไป

นายศึกษิษฏ์กล่าวว่า สำหรับความมั่นคง ประเทศไทยมีสิทธิและรัฐบาลมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงมีสิทธิในการตอบโต้ในสัดส่วนที่เหมาะสม ต้องดำเนินการเชิงรุกด้านการสื่อสารเพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งหรือฝ่าฝืนกติกา ขอเสนอให้ยกระดับศักยภาพกองทัพไทยด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ระบบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้การเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาวจำเป็นต้องควบคู่ไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก อาทิ โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง การขยายสนามบินในพื้นที่อันดามันและล้านนา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างด้านโลจิสติกส์ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นทางเลือกสำคัญในการขนส่งสินค้า และสามารถดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ให้ยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็ง


