อรรถวิชช์ ไม่ตายไมค์ มาคนเดียวรับจบ โชว์วิชั่น ‘ชนทุนพลังงาน’ อ้อนอย่าให้ รทสช.สู้ลำพัง

21.01.26 | 19:52 น.

อรรถวิชช์ ไม่ตายไมค์ มาคนเดียวรับจบ โชว์วิชั่น ‘ชนทุนพลังงาน’ อ้อนอย่าให้ รทสช.สู้ลำพัง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ‘เครือมติชน’ จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 ‘The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย’ เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ โดยมีพรรคการเมืองต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วม

เวลาราว 14.10 น. เริ่มเวทีที่ 4 ซึ่งเป็นเวทีสุดท้าย : ดรีมทีมไทยแลนด์ วิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่ โดยเป็นครั้งแรกของการดีเบตนโยบายแบบทีม ซึ่งมี 7 พรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าร่วมนำเสนอจุดแข็ง จุดขาย และนโยบายพรรคในมิติต่างๆ 5 หมวด โดยแบ่ง 7 พรรคออกเป็น 2 กลุ่ม สำหรับ 5 หมวดนโยบายได้แก่ 1.การเมือง 2.ความมั่นคง 3.เศรษฐกิจ 4.สังคม 5.อนาคตและเทคโนโลยี

จากนั้นในช่วงส่งท้าย : Final Call ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 7 พรรค กล่าวสรุปทิ้งท้าย พรรคละ 4 นาที โดยพิธีกร ‘มติชนทีวี’ จับสลากได้ลำดับ ดังนี้ พรรคแรก รวมไทยสร้างชาติ, พรรคที่ 2 ประชาชน, พรรคที่ 3 กล้าธรรม, พรรคที่ 4 พลวัต, พรรคที่ 5 เพื่อไทย, พรรคที่ 6 ประชาชาติ และพรรคที่ 7 ประชาธิปัตย์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นตัวแทนพรรคขึ้นกล่าวสรุปส่งท้ายว่า อยากให้เลือกรวมไทยสร้างชาติ 2 ปีที่อยู่กระทรวงพลังงานเราลดค่าไฟ 76 สตางค์ หรือ 16% สู้กับนายทุนผูกขาด ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนทำแบบนี้ ที่บอกว่าทำจนกระทั่ง ส.ส.เหลืออยู่ 3 คน จาก 36 คน ไปกับนายทุนหมดทุนใหญ่ วิธีการที่เราสู้แบบนี้เพราะว่าเราอยากเห็น เราเชื่อว่าเศรษฐกิจย่ำอยู่กับที่เพราะประเทศนี้ขาดนวัตกรรม เวลาเราขาดนวัตกรรมเพราะว่าพลังงานสะอาดเป็นตัวชี้ว่าบริษัทที่ทำนวัตกรรมใหญ่ๆ จะเข้าประเทศหรือเปล่า

Advertisement

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อไปว่า ยกตัวอย่าง Semiconductor เขาไม่มา คนทำ Cloud เก็บข้อมูลบนมือถือ BetaCenter เขาไม่มา เพราะเขาต้องใช้ไฟสะอาด เลยทำให้ Supply Chain ของประเทศนี้ หรือห่วงโซ่อุปทานในการผลิตไม่ครบห่วงโซ่ เราเป็นแชมป์ส่งออกรถยนต์ แชมป์ส่งออกเครื่องปรับอากาศ แชมป์ส่งออกคอมพิวเตอร์ SME เครือข่ายต่างๆ เขามาประกบได้หมดเลย แต่เศรษฐกิจย่ำอยู่กับที่ GDP โต 1 2 3 4 อยู่อย่างนี้ เพราะนวัตกรรมไม่มีตัวไปกระชากธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติม มันไม่มีธุรกิจที่เขาเรียกว่า New S-Curve ใหม่ๆ ที่พูดมามันไม่เกิด เพราะพลังงานมันไม่สะอาด แล้วสิ่งที่พวกเรารับมรดกมาคือ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยไฟอยู่ 55,000 เมกะวัตต์ พีคสุด 36,000 เมกะวัตต์ ที่เราใช้ไฟกัน

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อไปว่า เราไม่สามารถซื้อไฟเพิ่มได้เลย เพราะตนสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะลดค่าไฟ เพราะฉะนั้นวิธีเดียวที่ทำได้ที่จะให้พลังงานสะอาดเข้าประเทศนี้ คือการเปิด “เสรีโซลาร์” ให้ธุรกิจที่เขาอยากใช้ ไม่ได้ขายกลับเข้ารัฐใช้ได้เลย ธุรกิจจะได้ครบห่วงโซ่อุปทานที่เราต้องการ

“แต่สิ่งที่เจอคือ หลังจากที่รวมไทยสร้างชาติ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พวกเราออกไปจากรัฐบาล รัฐบาลใหม่นี้มา เขาซื้อไฟสะอาดใส่เข้าไปแล้ว ต้นทุนปกติ กฟผ.ทำอยู่ 1.57 บาทต่อหน่วย โดยเฉลี่ย ไฟสะอาดแสงอาทิตย์ เขาซื้อ 2.16 บาทต่อหน่วย เพราะฉะนั้นพรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ทุกวันนี้บอกว่าจะทำค่าไฟถูกลง ผมไม่เชื่อ นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ” นายอรรถวิชช์กล่าว

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ประเทศนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่เพราะนวัตกรรมไม่เกิด ประเทศชั้นนำของโลกเขาเกิดไปแล้ว ญี่ปุ่นเขาใช้ยานยนต์ อเมริกาเขาใช้คอมพิวเตอร์ แล้วเราใช้อะไร? เราใช้อย่างเดียวคือเราต้องใส่นวัตกรรมธุรกิจ New S-Curve ใหม่ๆ เข้าไปในห่วงโซ่การผลิตของเรา สิ่งที่รวมไทยสร้างชาติจะทำ คือ “ทุนพลังงาน ชนแน่”

นายอรรถวิชช์กล่าวต่อไปว่า เรื่องเครดิตบูโร เราถูกปลูกฝังว่าต้องระวังธนาคารจะมีปัญหา ตอนนี้ธนาคารไม่แข่งขัน เครดิตบูโรในต่างประเทศเขาไม่เป็นแบบนี้ ประเทศชั้นนำเขาเป็นคะแนน คะแนนสูงดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยต่ำคะแนนสูง เขาแข่งขันกันแบบนี้ บ้านเราแข่งแถมร่มและปฏิทินเท่านั้น เพราะฉะนั้นการแข่งขันของภาคธนาคารไม่ใช่การเพิ่มจำนวนธนาคาร แต่ต้องปรับเครดิตบูโรให้ทันสมัยเทียบเทียม

“แค่ชนกับทุนพลังงานที่เป็นทุนผูกขาดและเป็นทุนธนาคาร แค่นี้ก็เป็นภารกิจที่หนักอึ้งแล้ว แต่สิ่งที่ทำมามันเป็นข้อพิสูจน์ว่าเราทำแล้ว ค่าไฟลดจริงแล้ว ชนมาแล้ว 8 กุมภาพันธ์นี้คือวันที่เราจะบอกว่ารวมไทยสร้างชาติจะไปต่ออย่างไร อยู่ในมือพี่น้องประชาชน อย่าให้เราสู้ลำพัง อย่าให้คุณพีระพันธุ์ อย่าให้ผมสู้ลำพัง เบอร์ 6 รวมไทยสร้างชาติไม่โกหก ขอบคุณครับ” นายอรรถวิชช์กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถวิชช์เดินทางมาขึ้นเวทีเป็นตัวแทนพรรคเพียงคนเดียว โดยตอบคำถามและดีเบตทุกรอบในเวทีนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้สนับสนุนจำนวนมาก