จุรินทร์ ลุยอีสาน ชู ‘ประกันรายได้-กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร’ ด้วยคนทำเป็นและทำให้เห็นมาแล้ว ลั่นหากประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันต่อ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินทางไปช่วยผู้สมัคร สส.เขตของพรรค ที่จังหวัดร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์หาเสียง พร้อมกับขอคะแนนให้บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 27
โดยเมื่อเวลา 08.30 น. นายจุรินทร์ พร้อมด้วย น.ส.สุดารัตน์ วรรณพัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ร้อยเอ็ด หมายเลข 2 เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 36 ปี จบปริญญาตรี 2 ใบ ได้เดินทางไปหาเสียงที่ตลาดทุ่งเจริญ ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างอบอุ่น ทั้งเข้ามาขอถ่ายรูปและพูดกับนายจุรินทร์ว่า “มัก(รัก)อยู่แล้วๆ จำได้” หลายคนบอกว่าดีใจที่เห็นนายจุรินทร์มาเยี่ยมอีสานอีก

จากนั้นนายจุรินทร์ มีกำหนดการพบปะกับกลุ่มเกษตรกรที่มารอพบที่ตลาดศรีสุวรรณ ก่อนเดินทางไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อหาเสียงร่วมกับ น.ส.ปฐมาภรณ์ มงคลสินธุ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 กาฬสินธุ์ หมายเลข 3 ซึ่งน.ส.ปฐมาภรณ์ เคยดำรงตำแหน่งประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดกาฬสินธุ์และอดีตเคยเป็นนักวิจัยร่วมกับองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม วิจัยเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ธรรมาภิบาล และประชาธิปไตยในภาคอีสาน
โดยนายจุรินทร์และน.ส.ปฐมาภรณ์ ได้พบกับกลุ่มเกษตรกรและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ บ้านนาจาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นจึงเดินทางไปเดินหาเสียงที่ตลาดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ทั้งนี้นายจุรินทร์ กล่าวกับกลุ่มเกษตรกรทั้งที่จังหวัดร้อยเอ็ดและกาฬสินธุ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 27 ยังคงมีนโยบาย “ประกันรายได้เกษตรกร”ซึ่งเป็นนโยบายของคนทำเป็นและเคยทำให้เห็นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกรเพราะเมื่อราคาพืชผลการเกษตรราคาตกต่ำก็จะมี “เงินส่วนต่าง” ชดเชยให้
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นพรรคฯยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา “หนี้สินเกษตรกร” ผ่าน “กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร”(กฟก.) ซึ่งกองทุนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรไม่ถูกยึดที่ดิน เพราะใช้เงินกองทุนฯ เข้ามาช่วยซื้อหนี้และโอนหนี้จากสถาบันการเงินเอกชนมาเป็นหนี้ของกองทุนฟื้นฟูแทน โดยจะไม่มีการยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร ซึ่งกองทุนนี้เริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2542 จ้ดเงินประเดิมให้ 1,800 ล้านบาท และต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายก ปี2552 ก็ได้ มีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้กองทุนฯ สามารถซื้อ หนี้และซื้อที่ดินทำกินเกษตรกรที่ถูกสถาบันการเงินยึดมาเป็นของกองทุนฯ เพื่อให้เกษตรกรมาซื้อคืนในภายหลังได้ รวมทั้งให้การสนับสนุนเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรที่เป็นหนี้ 4 แบงก์รัฐ

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า เมื่อมาถึงยุคที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรปี 62-66 ก็เป็นอีกยุคสำคัญที่ช่วยจัดงบประมาณสนับสนุนเป็นวงเงินสูงถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อให้กองทุน ซื้อหนี้เกษตรกรได้มากขึ้น และเพิ่มวงเงินให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้เกษตรกรแต่ละรายได้เป็นวงเงินสูงขึ้นถึง 5 ล้านบาท รวมทั้งจัดวงเงินปรับโครงสร้างหนี้ 4 แบงค์รัฐให้เกษตรกรมากถึง 15,000 ล้านบาท

“ฉะนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็จะเข้าไปผลักดันเรื่องนี้ต่อไป ผมจึงขอฝากผู้สมัครเขตของพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศและฝากพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 27 ทั้งในภาคอีสานและในทุกภาคต่อไปด้วย” นายจุรินทร์กล่าว


