อภิสิทธิ์ ปราศรัยกลางนาสุโขทัย ชูนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร ยันปชป.ไม่เลือกปฏิบัติ

22.01.26 | 12:27 น.

‘อภิสิทธิ์-ชัยวุฒิ’ เปิดลานปราศรัยกลางทุ่ง ขอคะแนนคนโขทัย กระทุ้งอย่าขายเสียง รับเงิน สูญเสียโอกาสไปอีก 4 ปี ชูนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตร เอาใจเกษตรกร ยันไม่เลือกปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ทุ่งนาหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง จ.สุโขทัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯตามภารกิจ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย หาเสียง พร้อมกับเปิดลานปราศรัยกลางทุ่งนา หน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวงท่าดินแดง โดยมีประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมฟังจำนวนมาก

นายชัยวุฒิกล่าวปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ.อำนาจสูงสุดกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกครั้ง การเข้าคูหาไม่ใช่เพียงการเลือกใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการเซ็นชื่อมอบอำนาจให้ไปบริหารบ้านเมืองแทน หากเลือกเพราะถูกซื้ออนาคตของประเทศและลูกหลานจะตกอยู่ภายใต้วงจรการเมืองสีเทาที่จ้องแต่จะถอนทุนคืน

“การซื้อเสียงคือการซื้อขาด เมื่อเขาเอาเงินมาซื้อ เรากาให้เขา ถือว่าหายกัน ไม่มีหนี้บุญคุณต่อกัน หลังจากนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาสนใจปัญหาของประชาชนอีก เพราะถือว่าได้ซื้อสินค้าไปแล้ว ทั้งนี้ การซื้อขายเสียงคือการดูถูกประชาชนและไม่มีใครให้เงินฟรีๆ โดยไม่หวังผลคืน คิดให้ดีก่อนมอบอำนาจการบริหารประเทศให้ใคร” นายชัยวุฒิกล่าว

ขณะที่นายอภิสิททธิ์สวมเสื้อม่อฮ่อมกล่าวปราศรัยว่า ความตั้งใจแรกที่กลับมาที่ จ.สุโขทัย คืออยากกลับมาทำให้บ้านเมืองสุจริต เพราะช่วงที่ตนไม่อยู่การเมือง เจอคนบ่นว่าการเมืองทุจริต มีการตกลงโดยประชาชนไม่รู้อยู่ตรงไหน ทั้งนี้ การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน อย่าให้การเมืองเป็นเรื่องการนำเงินมาซื้อ

Advertisement

“ผมไม่รู้ใครให้เท่าไร เป็นพันบาท ลองคิดดู 4 ปีได้เงินพันบาทตกวันละไม่ถึงบาท แต่ต้องแลกกับการสูญเสียหลายอย่าง เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นทำให้สิ่งที่อยากได้มานานไม่เกิดขึ้น ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลตลอดไป การคอร์รัปชั่นปัจจุบันร้ายกว่าเดิม เพราะมีทุนเทามาจากสแกมเมอร์ หลอกลวงเอาเงินมาซื้ออำนาจเพื่อไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกจับ แม้จะมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการแต่ถูกจัดการช้ามาก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายหลายเรื่อง เช่น เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า สิทธิการรักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือ 50,000 บาท เพื่อให้ปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่อายุ 70 ปีขึ้นไป หากได้เป็นรัฐบาลจะเริ่มต้นทำทันทีเพราะได้คำนวณงบประมาณไว้แล้ว นอกจากนั้นยังมีนโยบายให้เกิดการจ้างงานคนพิการ ดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด มีเงินอุดหนุนแรกเกิด 5,000 บาท และปีแรกให้ทุกเดือนๆ รวมปีแรกได้ 65,000 บาท และเปิดบัญชีให้เด็กเพื่อรับเงินอุดหนุนเดือนละ 500 บาท ซึ่งสามารถใช้ได้เมื่ออายุครบ 18 ปี เพื่อให้นำไปเรียนต่อ และมีนโยบายเรียนฟรีจริงไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตรด้วยว่า ประกันราคาข้าว 1 หมื่นบาท หากขายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มให้ครบ 1 หมื่น นอกจากนั้นมีการจ่ายล่วงหน้า คือช่วยต้นทุน ตั้งแต่การเพาะปลูก 1,000 บาท แต่จะไม่หยุดแค่นี้ เพราะมีนโยบายลดต้นทุนการทำนา ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เกษตรกรเข้าถึงได้ โดยอาศัยท้องถิ่น สภาเกษตรสหกรณ์มีเครื่องมือให้ยืมไปใช้ ขณะที่ผลผลิตต้องแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

“ผมขอเสียง หากอยากได้บ้านเมืองสุจริตและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ช่วยเลือกและให้โอกาสผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเข้าไปทำงานให้ประชาชน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ในตอนท้ายมีชาวบ้านตั้งคำถามถึงเงินอุดหนุนส่วนต่างราคามันสำปะหลังที่ไม่เคยได้รับ ไม่เคยดูแลอย่างทั่วถึงจากรัฐบาลก่อนๆ นายอภสิทธิ์กล่าววว่า ไม่เลือกปฏิบัติแน่นอน จะมีทั้งมันสำปะหลัง ข้าว ยางพารา ต้องได้รับการประกันราคา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์และคณะลงพื้นที่และเปิดลานปราศรัย ได้ไปพบบปะประชาชนสำนักงานสหกรณ์การเกษตรศีรีมาศ อ.กีรีมาศ จ.สุโขทัย พบปะประชาชนตลาดสดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี พบปะประชาชนตลาดเทศบาลตำบลศรีสำโรง อ.ศรีสำโรง พบปะประชาชนตลาดหน้าโรงแรมสุโขทัยพรเจริญ อ.กงไกรลาศ และเดินทางต่อไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่ตลาดร่วมใจเทศบาล หน้าสถานีรถไฟพิษณุโลกด้วย