ผู้สมัคร ส.ส.รวมไทยสร้างชาติเดินหาเสียงคราวละ 2 คนสีสันหาเสียงเขต 9 สงขลาชาวบ้านสนใจไม่ครึกโครมในขณะที่กกตสงขลาเร่งรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งถึงหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 22 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงาน การหาเสียงเตรียมเลือกตั้ง ส.ส.ใน จ.สงขลา ยังคงคึกคักต่อเนื่อง ผู้สมัคร ต่างเน้นการเดินเท้าลงพื้นที่พบปะประชาชนแนะนำตัว โดยในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีก 10 กว่าวันทำให้ต้องเลือกเดินในจุดที่จะสามารถพบปะประชาชนได้คราวเดียวจำนวนมากโดยในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 9 สงขลา
นายสงขลา พอกันที ผู้สมัคร ส.ส พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เขต 9 จังหวัดสงขลา ใช้เวลาในช่วงเช้าและเย็น ลุยเดินตลาดนัดถึงชุมชนเพื่อแนะนำตัวโดยเป็นการเดินหาเสียงเพียง 2 คนเท่านั้นทำให้ได้รับความสนใจมีการสอบถามจากชาวบ้าน เนื่องจากการเดินหาเสียงนั้นแตกต่างจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่จะมีความครึกโครมมีคนจำนวนมากร่วมเดินหาเสียงโดยผู้สมัครรายนี้เน้นการนำเสนอนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องของการปรับลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมถึงการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนซึ่งถือว่าได้รับความสนใจอย่างมาก โดยในห้วงเวลาที่เหลืออยู่นั้นจะยังคงเดินลงพื้นที่พบปะประชาชนให้ได้มากที่สุดไม่กังวลกับการแข่งขัน

นายสงขลา ระบุว่า การหาเสียงของตนเองนั้นเน้นการเดินลงพบปะประชาชนเป็นหลักทั้งรับฟังและนำเสนอนโยบายของพรรคซึ่งตั้งแต่เดินลงพื้นที่ตั้งแต่เริ่มรับสมัครจนถึงปัจจุบันพบว่า ประชาชนตอบรับเป็นอย่างดีส่วนในเรื่องของการแข่งขันนั้นมองว่าตนเองมีความชัดเจนที่จะเข้ามาทำงานเท่านั้นเมื่อลงสมัครแล้วถือว่ามีโอกาสที่ประชาชนจะเลือกเท่ากันดังนั้นไม่ว่าใครจะมีคะแนนนิยมมากกว่าใครตนเองไม่ได้ใส่ใจเพราะต้องการที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนประชาชนจะให้โอกาสหรือไม่นั้นคงต้องดูจากผลการเลือกตั้งทั้งนี้แม้ว่าจะหมดฤดูกาลเลือกตั้งไปแล้วก็พร้อมที่จะทำงานสานต่อรวมถึงรับฟังปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้พี่น้องประชาชนต่อไป
ในขณะที่ กกต.สงขลาได้เดินรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ให้ได้มากที่สุดโดยได้เดินรณรงค์พร้อมแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์พบปะพูดคุยกับประชาชนโดยการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.สงขลา ตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเอาไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 9 นั้นมีผู้สมัครจำนวน 6 คนแต่ถูกประเมินว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง อดีต ส.ส.เขต 9 สงขลาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยในนามพรรคเดิม มีความได้เปรียบและมีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้งแม้จะมีผู้ท้าชิงจากพรรคภูมิใจไทยที่มีแรงหนุนจากขุมข่ายทางการเมืองหลายฝ่ายแต่การพึ่งลงพื้นที่อาจจะทำให้มีความเสียเปรียบในทางการเมือง

