‘ธนาธร’ ลุยหาดใหญ่ ชูนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 แห่ง ขอโอกาสประชาชน กาส้ม 2 ใบถล่มทลาย ตั้งรัฐบาลประชาชนด้วยกัน
เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมกับนายรอมฎอน ปันจอร์ เพื่อช่วยช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครใน จ.สงขลา และแลกเปลี่ยนความเห็นต่างๆ กับภาคส่วนในพื้นที่
ช่วงเช้านายธนาธรได้มาแลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มประกอบการในพื้นที่ถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา นายธนาธรได้หารือถึงแนวทางการจัดการน้ำในพื้นที่ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาลงทุนในหาดใหญ่ และเสนอให้การฟื้นฟูหาดใหญ่ทำควบคู่ไปกับการออกแบบเมืองหาดใหญ่ใหม่

นายธนาธรนำเสนอนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมืองเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs อย่างสินเชื่อสร้างตัว หวยใบเสร็จ และตลาดเปิดดิจิทัล (OCN หรือ Open Commerce Network แพลตฟอร์มระบบเปิด) ที่จะช่วยอุดหนุน SMEs ไทยด้วยระบบการค้าเสรี เป็นต้น
ในช่วงบ่าย นายธนาธรได้เดินทางมาในงาน “ปลุกพลังสงขลาเมืองสีส้ม” เพื่อพูดคุยกับสมาชิกพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยนายธนาธรกล่าวถึงสถิติการเลือกตั้งที่ผ่านมา ใน จ.สงขลา ที่ในครั้งก่อนถึงแม้จะแพ้ ส.ส.เขต แต่คะแนนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 ในหลายเขต หวังว่าในการเลือกตั้งนี้จะเปลี่ยนใจชาวหาดใหญ่ให้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบได้

นายธนาธรกล่าวว่า ปัจจุบันสังคมต้องเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันเรามีความเหลื่อมล้ำสูง การศึกษาเข้าขั้นวิกฤต ตามเพื่อนบ้านไม่ทัน ด้านสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ทำงานเกินเวลามา กระบวนการยุติธรรมล้มเหลวทั้งหมด 20 ปีที่ผ่านมา มีนายกฯ 10 คน รัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ โมฆะเลือกตั้ง 2 ครั้ง เศรษฐกิจ 10 ปีที่ผ่านมา GDP เติบโตเฉลี่ยเพียงปีละ 1%
นายธนาธรกล่าวต่อไปว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นได้อีกครั้ง โดยจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ทั้งนี้ ที่มั่นใจเป็นเพราะประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาชน อย่างเรื่องของประกันสังคมก้าวหน้า ที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้าไปจัดการพอร์ตการลงทุนใหม่ ปี 2568 ผลตอบแทนการลงทุนขึ้นมาที่ 5.8% จากปกติที่ได้เพียง 3% มาตลอด 10 ปี นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟแพง ที่มีนายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ต่อสู้จนถูกฟ้องจากกลุ่มทุนพลังงานแต่ก็ไม่หวั่นไหว

เหตุผลต่อมาคือความพร้อมในทีมของบริหารรัฐบาลประชาชนที่ได้รับการยอมรับจากแวดวงต่างๆ และพร้อมเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน
เหตุผลสุดท้ายคือเรื่องการเมือง ที่รอบในนี้ไม่มี ส.ว.มาร่วมโหวตนายกฯแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชนมีความหมาย คือ 15 ปีที่แล้ว ผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน หากจะให้ผลเลือกตั้งกำหนดโฉมหน้ารัฐบาลได้จริง พรรคประชาชนจะต้องชนะพรรคอันดับ 2 อย่างขาดลอย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีอนาคตไทยเป็นเดิมพัน หากเลือกพรรคการเมืองอื่น จะได้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่หากประชาชนไม่อยากได้นายกฯคนเดิม ทางออกคือเลือกพรรคประชาชน
นายธนาธรกล่าวด้วยว่า ขอพลังจากทุกคนช่วยเป็นปากเป็นเสียง เดินทางไปพร้อมกับพรรค คำสัญญาที่พรรคให้ประชาชนทุกคนได้ในวันนี้คือหากเป็นรัฐบาลจะไม่มีการทุจริต คอร์รัปชั่น และหากประชาชนเชื่อว่าต้องการส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับลูกหลาน ก็ขอให้เดินทางไปพร้อมกับพรรคประชาชน

จากนั้นนายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า กระแสการตอบรับจากพี่น้องประชาชนได้รับการต้อนรับอย่างดี แม้ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลจะไม่ได้ชนะ ส.ส.เขต แต่สำหรับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็มีหลายเขตที่พรรคก้าวไกลได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ดังนั้น ขอโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนกาให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้พวกเขาได้เข้าไปรับใช้ ดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไปเป็นปากเป็นเสียงให้คนหาดใหญ่ ให้คนสงขลา เพื่อไปโหวตให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
นายธนาธรเผยว่า สำหรับหาดใหญ่ สงขลานั้น ในระยะแรก ระยะ 2-3 เดือนนี้ เห็นว่าประเด็นฟื้นฟูหาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลต้องจัดให้มีการช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายรายเห็นตรงกันว่าเรื่องเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่ถึงมือประชาชน อยากส่งข้อความนี้ถึงรัฐบาลด้วย แม้ว่าพรรคประชาชนจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่ก็อยากใช้โอกาสนี้แม้รัฐบาลอยู่ในฐานะรักษาการอยู่ ใช้โอกาสนี้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้ถึงมือประชาชนโดยด่วน อยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยผลักดันโครงการที่จะดูแลฟื้นฟูหาดใหญ่ ไม่อย่างนั้นแล้วผู้ประกอบการจะล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ในที่สุดจะนำไปสู่การเลิกกิจการ และจะมีการเลิกจ้างตามมา
นายธนาธรกล่าวอีกว่า ขณะที่ระยะกลางนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูความมั่นใจว่าฤดูฝนที่จะมาถึงรอบนี้ น้ำจะไม่ท่วมอีก มาตรการการติดตามน้ำ การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจมากขึ้น

