7 พรรคโชว์จุดยืน-นโยบาย ดีเบตคึก‘ดรีมทีมไทยแลนด์’

23.01.26 | 09:18 น.

หมายเหตุ – แกนนำและตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 7 พรรค กล่าวสรุป จุดยืนระหว่างเข้าร่วมเวที MATICHON Thailand Election 2026 ‘The Real Politics : ทางแพร่งประเทศไทย’ เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ในเวทีที่ 4 หัวข้อ “ดรีมทีมไทยแลนด์ วิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่” โดยเรียงลำดับจากการจับสลาก คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคกล้าธรรม (กธ.) พรรคพลวัต พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาชาติ (ปช.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเครือมติชนจัดที่พารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
รองหัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

อยากให้เลือกรวมไทยสร้างชาติ 2 ปี ที่อยู่กระทรวงพลังงาน เราลดค่าไฟ 76 สตางค์ หรือ 16% สู้กับนายทุนผูกขาด ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนทำแบบนี้ ที่บอกว่าทำจนกระทั่ง ส.ส.เหลืออยู่ 3 คน จาก 36 คน ไปกับนายทุนหมดทุนใหญ่ วิธีการที่สู้แบบนี้ เพราะว่าเราอยากเห็นและเชื่อว่าเศรษฐกิจย่ำอยู่กับที่เพราะประเทศนี้ขาดนวัตกรรม เพราะพลังงานสะอาดเป็นตัวชี้ว่าบริษัทที่ทำนวัตกรรมใหญ่ๆ จะเข้าประเทศหรือเปล่า

ยกตัวอย่าง Semiconductor เขาไม่มา คนทำ Cloud เก็บข้อมูลบนมือถือ Beta Center เขาไม่มา เพราะเขาต้องใช้ไฟสะอาด เลยทำให้ซัพพลายเชน ของประเทศนี้ หรือห่วงโซ่อุปทานในการผลิตไม่ครบห่วงโซ่ เราเป็นแชมป์ส่งออกรถยนต์ แชมป์ส่งออกเครื่องปรับอากาศ แชมป์ส่งออกคอมพิวเตอร์ SME เครือข่ายต่างๆ เขามาประกบได้หมดเลย แต่เศรษฐกิจย่ำอยู่กับที่ จีดีพีโต 1 2 3 4 อยู่อย่างนี้ เพราะนวัตกรรมไม่มีตัวไปกระชากธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเติม มันไม่มี ธุรกิจที่เขาเรียกว่า New S-Curve ใหม่ๆ ที่พูดมามันไม่เกิด เพราะพลังงานมันไม่สะอาด แล้วสิ่งที่พวกเรารับมรดกมาคือ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยไฟอยู่ 55,000 เมกะวัตต์ พีคสุด 36,000 เมกะวัตต์ ที่เราใช้ไฟกัน

Advertisement

เราไม่สามารถซื้อไฟเพิ่มได้เลย เพราะผมสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะลดค่าไฟ เพราะฉะนั้นวิธีเดียวที่ทำได้ที่จะให้พลังงานสะอาดเข้าประเทศนี้ คือการเปิดเสรีโซลาร์ ให้ธุรกิจที่เขาอยากใช้ ไม่ได้ขายกลับเข้ารัฐใช้ได้เลย ธุรกิจจะได้ครบห่วงโซ่อุปทานที่เราต้องการ

แต่สิ่งที่เจอคือ หลังจากที่พรรค รทสช.โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พวกเราออกไปจากรัฐบาล รัฐบาลใหม่นี้มา เขาซื้อไฟสะอาดใส่เข้าไปแล้ว ต้นทุนปกติ กฟผ.ทำอยู่ 1.57 บาทต่อหน่วย โดยเฉลี่ยไฟสะอาดแสงอาทิตย์ เขาซื้อ 2.16 บาทต่อหน่วย เพราะฉะนั้นพรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ทุกวันนี้ บอกว่าจะทำค่าไฟถูกลง ผมไม่เชื่อ นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ

ประเทศนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ เพราะนวัตกรรมไม่เกิด ประเทศชั้นนำของโลกเขาเกิดไปแล้ว ญี่ปุ่นใช้ยานยนต์ อเมริกาใช้คอมพิวเตอร์ แล้วเราใช้อะไร ใช้อย่างเดียวคือต้องใส่นวัตกรรมธุรกิจ New S-Curve ใหม่ๆ เข้าไปในห่วงโซ่การผลิตของเรา สิ่งที่รวมไทยสร้างชาติจะทำ คือ ทุนพลังงาน ชนแน่

เรื่องเครดิตบูโร เราถูกปลูกฝังว่าต้องระวังธนาคารจะมีปัญหา ตอนนี้ธนาคารไม่แข่งขัน เครดิตบูโรในต่างประเทศเขาไม่เป็นแบบนี้ประเทศชั้นนำเขาเป็นคะแนน คะแนนสูงดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยต่ำคะแนนสูง เขาแข่งขันกันแบบนี้ บ้านเราแข่งแถมร่มและปฏิทินเท่านั้น เพราะฉะนั้นการแข่งขันของภาคธนาคารไม่ใช่การเพิ่มจำนวนธนาคารแต่ต้องปรับเครดิตบูโรให้ทันสมัยเทียบเทียม

แค่ชนกับทุนพลังงานที่เป็นผูกขาด และเป็นทุนธนาคารแค่นี้ก็เป็นภารกิจที่หนักอึ้งแล้ว แต่สิ่งที่ทำมามันเป็นข้อพิสูจน์ว่าเราทำแล้ว ค่าไฟลดจริงแล้วชนมาแล้ว 8 กุมภาพันธ์นี้ คือวันที่เราจะบอกว่ารวมไทยสร้างชาติจะไปต่ออย่างไร อยู่ในมือประชาชน อย่าให้เราสู้ลำพัง เบอร์ 6 รวมไทยสร้างชาติไม่โกหก ขอบคุณครับ

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, ณัฐยา บุญภักดี, น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ, เพียงพนอ บุญกล่ำ

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค ปชน.

การเลือกตั้งช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา พรรค ปชน.ได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปในสภา 151 เสียง แม้สุดท้ายจะต้องเป็นฝ่ายค้าน แต่เราทำงานอย่างเต็มที่ พิสูจน์ตัวเอง ทุกท่านคงเห็นความจริงจังของเรา ในการเดินหน้าสู้กับสแกมเมอร์ ไปจนถึงชายแดน ที่ตัดน้ำตัดไฟ จนเกิดผลกระทบตามมาในที่สุด ทุกท่านคงเห็นความจริงจังของเรา ในการต่อสู้ เพื่อสิทธิของท่าน ในระบบกองทุนประกันสังคม ซึ่งใหญ่มาก และมีคนเกี่ยวข้องกว่า 20 ล้านคนในประเทศนี้ ที่ท่านต้องจ่ายเงินทุกเดือน นั่นคือความจริงจัง ที่เราทำงานเต็มที่ ในบทบาทของฝ่ายค้านในสภาเท่าที่อำนาจเราจะมี

แต่นับจากปี 2566 เป็นต้นมา ก็เช่นเดียวกัน เรารู้ว่าจำเป็นจะต้องจัดเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นของประชาชน เตรียมความพร้อมทั้งในด้านนโยบายและด้านคน ต้องบอกว่า เราตั้งใจเตรียมนโยบายอย่างเต็มที่ และรอบนี้เราก็มีคนที่มาร่วมเดินทางกับเราจำนวนมาก แต่ละท่านมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญ ที่จะช่วยเราในแต่ละด้าน

ยกตัวอย่าง น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ เป็นคนใน มาจากกองทัพเรือ จะมาช่วยพัฒนาความมั่นคงใหม่ ของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมี น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ที่ทำงานรับรู้ความทุกข์ของชีวิตคนไทย มายาวนานกว่า 30 ปี ที่จะมาช่วยเราในด้านสวัสดิการ

เรามี น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่เข้าใจต้นทุน และปัญหาของภาคธุรกิจ มาช่วยเราในเรื่องการปฏิรูปภาครัฐ สุดท้าย ไม่ว่าเราจะมีเจตจำนงทางการเมืองแค่ไหน อยู่ที่ความฝันของประชาชนคนไทยทุกคน

ถ้าท่านยังฝันถึงประเทศไทยที่ดีกว่านี้ได้ ที่ไร้คอร์รัปชั่น ประเทศไทยที่อุตสาหกรรมเก่าไปต่อได้ อุตสาหกรรมใหม่ เศรษฐกิจใหม่ได้เฉิดฉาย และประเทศที่เปิดรับสังคมให้ทุกคนมีโอกาส เริ่มใหม่ครั้งที่สองได้เสมอ ทุกท่านยังมีความฝันเดียวกับเรา มาสร้างรัฐบาลของประชาชนด้วยกัน

ณัฐยา บุญภักดี
ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมบริหารพรรค ปชน. ด้านคุณภาพชีวิต

กว่า 30 ปี แต่ว่าสภาพปัญหาแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลย สิ่งนี้ทำให้ต้องก้าวเข้ามาใช้ การเมืองดี เป็นคำตอบใหม่ ที่จะทำให้เราทุกคนหลุดพ้นจากการเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ที่ตอนนี้ติดอันดับโลกไปแล้ว

พรรคประชาชนเราอยากเสนอชุดนโยบายที่เราจะทำ 3 เปลี่ยน คือ

1.เปลี่ยนจากแนวคิดสงเคราะห์ผู้ยากไร้ มาสู่ สิทธิสวัสดิการพื้นฐานถ้วนหน้า ที่ทุกคนจะต้องได้

2.เปลี่ยนจากเลี้ยงไข้ ให้ยาพาราฯช่วยเหลือเฉพาะหน้า เป็นช็อตๆ เป็นช่วงสั้นๆ มาสู่การที่ต้องมีระบบคุ้มครองทางสังคม เป็นตาข่ายความมั่นคงที่โอบอุ้ม โอบรับทุกคนให้ได้

3.เปลี่ยนภาระเป็นพลัง กลุ่มคนที่เผชิญปัญหาความเปราะบาง ต้องการบริการที่ช่วยเหลือเขา ช่วยเขาดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเศรษฐกิจฐานราก แล้วจะทำให้ระบบความช่วยเหลือนี้ ยังยืนได้

น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ
ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมบริหารพรรค ปชน. ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่

จากประสบการณ์การทำงานทางฝ่ายเสนาธิการทหารมากว่า 10 ปีคิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้กองทัพดูแลเรื่องความมั่นคงแต่ฝ่ายเดียวอย่าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นภาระเป็นความรับผิดชอบของกองทัพ เราในฐานะพรรคการเมือง นักการเมือง เรามีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ร่วมกัน

ในการนี้พรรค ปชน.จึงมีชุดนโยบาย ความมั่นคงใหม่ กองทัพทันสมัย ที่จะดูแลความมั่นคงในทุกเรื่อง ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องของกำลังพล การพัฒนายุทโธปกรณ์ และเราเชื่อว่านโยบายของพรรค ปชน. จะสามารถพัฒนากองทัพไปด้วยกันได้

เพียงพนอ บุญกล่ำ
ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ

ทำภาคธุรกิจมา 38 ปี เห็นปัญหาทุจริตเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด และไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่จะแก้ปัญหาได้

เราต้องอาศัยความมุ่งมั่น เจตจำนงทางการเมือง ความเป็นมืออาชีพ และความกล้าหาญ

ไชยา พรหมา
ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรค กธ.

อยากเสนอแนวทางที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการเมือง เป็นการเมืองที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เราต้องการรัฐบาลที่มาจากประชาชน และเป็นรัฐบาลที่สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของประชาชนได้

ในมิติของความมั่นคง ความหมายของพรรค กธ. ไม่ได้มองเรื่องสงคราม ไม่ได้มองเรื่องอาวุธ แต่มองถึงความมั่นคงของรายได้ประชาชน ความมั่นคงเรื่องสุขภาพอนามัยของประชาชน และคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีอนาคตของลูกหลานในวันข้างหน้า

ในมิติของเศรษฐกิจ กำลังมองเศรษฐกิจฐานรากเป็นสำคัญ คนที่ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะภาคการเกษตรนั้น เป็นคนที่สมควรได้รับการดูแล คนจน เกษตรกรไม่ต้องการความสงสาร แต่เขาต้องการระบบที่มีความเป็นธรรมและยุติธรรมสำหรับเขาในการดำรงชีวิตของการเป็นเกษตรกรในประเทศนี้ มองเห็นว่าคนเหล่านี้ต้องได้รับการดูแล ไม่ต้องการเห็นภาคเกษตรกรที่ประสบแต่ปัญหา

คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาว ที่วันนี้ทิ้งถิ่นฐานบ้านช่องจากต่างจังหวัด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักถิ่นฐาน แต่เพราะว่าในต่างจังหวัดนั้น รายได้จากภาคการเกษตรไม่สามารถที่จะดำรงชีวิต ที่เป็นรายได้ที่มีความมั่นคง และไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี การทิ้งถิ่นฐานจากชนบทมาสู่เมืองหลวง เป็นปัญหาของสังคม ปัญหาในเมืองหลวง และปัญหาในต่างจังหวัดเช่นกัน

การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จะต้องมองที่เศรษฐกิจฐานราก งบประมาณของรัฐบาลต้องไปโฟกัส เราไม่พูดถึงการซับซิไดซ์ (subsidize)

ภาคการเกษตร แต่ถ้าเกิดว่าการซับซิไดซ์นั้น เป็นเรื่องของการทำให้ระบบชลประทานใช้ AI ใช้เทคโนโลยี ใช้นวัตกรรม เพื่อให้เขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุน ให้เขาสามารถที่จะมีน้ำไปสู่ภาคการเกษตร ถ้าหากว่าการซับซิไดซ์ การจัดงบประมาณของรัฐ พูดถึงการทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นั่นคือโอกาสของคนจนและโอกาสของเกษตรกรจะลืมตาอ้าปากได้

ถ้ามองถึงความเป็นธรรมและระบบที่พรรค กธ.กำลังคิด คนจนจะต้องได้รับโอกาสและได้รับสิทธิในการปกป้องจากรัฐ หมายความว่า ต้องทำลายตลาดที่เป็นการผูกขาดโดยระบบทุนนิยม ที่ทำให้วงจรเหล่านี้สร้างความยากจน และซ้ำเติมความยากจนของคนในชนบท

นโยบายของเราไม่ใช่นโยบายเพ้อฝัน ไม่มีนโยบายขายฝัน แต่เป็นนโยบายที่จับต้องได้ เราบอกว่า ทำมากกว่าพูด และโฟกัสต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยในอนาคต เรากำลังจะปกป้องคนที่ตัวเล็ก คนที่ด้อยโอกาสในสังคม ผมคิดว่าวันนี้และรัฐบาลหน้า จะเป็นรัฐบาลของพรรค กธ.ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่กำลังพูดถึงในขณะนี้

ให้โอกาส ให้ทางเลือกของพรรค กธ.ให้มีจุดยืนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร และการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า เลือกพรรค กธ. หมายเลข 42 และเลือกผู้สมัครของพรรค กธ.ในต่างจังหวัด ในทุกเขตเลือกตั้ง ตามหมายเลขของแต่ละคนได้

สรยุทธ เพ็ชรตระกูล
เลขาธิการพรรคพลวัต

อยากคุยกับพี่น้องประชาชนจากใจจริง วันนี้เราทำพรรคพลวัต พรรคนี้ไม่มีนายทุน เรามีแค่คุณเท่านั้น เพื่อนของผมเข้าคูหา ไม่สามารถเลือกใครได้จริงๆ สุดท้ายเลือกหนึ่งพรรค ผ่านไป 3 ปี ทุกอย่างเหมือนเดิม วันนี้เชื่อว่าถ้าเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็คงเข้าไปคูหาด้วยใจที่ไม่รู้จะเลือกใครเหมือนเดิม

วันนี้ถ้าหากว่าคนไทยทุกคน สามารถใช้เงิน 200-300 ไปบริจาคน้ำท่วมได้เราใช้เงิน 300-400 บาท ไปซื้อเสื้อเกราะได้ ทำไมเราจะสร้างพรรคให้มันมีทางเลือกให้ตัวเองไม่ได้ คือจุดเริ่มต้นของการทำพรรคพลวัต

ประการที่ 2 เรามี pain point อยู่ 5 เรื่อง คือ 1.การเมืองที่ใช้ระบบทุนนำมาซึ่งการคอร์รัปชั่น ระบบราชการที่ไม่สนับสนุน อยู่ในวงจรอุบาทว์นี้มา 30 ปี มีรัฐมนตรี 30-40 คนเวียนกันอยู่อย่างนี้ แล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง

2.เราเน้นแต่ระบบอุปถัมภ์ สร้างแต่คอนเน็กชั่น (connection) เอื้อกันเข้าไป ด้วยภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง 2 ตัวนี้ ทำให้เจอสแกมเมอร์ ทุนเทา ทำไมถึงไม่ไปเวียดนาม หรือสิงคโปร์ ทำไมต้องมาประเทศไทย เพราะขาดภูมิคุ้มกัน

3.เราสร้างระบบกฎหมายที่ย่ำแย่มาก การที่จะเผาบ้านตัวเองเพื่อฆ่าหนูตัวเดียว เราสร้างระบบจริยธรรมขึ้นมา แล้วบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทำให้คนดีๆ ไม่สามารถเข้ามาในระบบการเมืองได้

4.เราชื่นชมแต่ค่านิยม ของคนที่เข้าสู่การมีเงิน มีอำนาจ โดยที่ไม่เกี่ยงวิธีการ วันนี้คุณสามารถจัด ให้มี ส.ว.รุ่นใหม่เข้ามาได้ แล้วบอกว่านี่คือความเก่งอันนี้คือ อันตรายสำหรับประเทศ

5.สุดท้าย เราสอนให้คนอยู่เป็น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ทำให้เราติดกับดักทางการเมือง ที่ย่ำแย่และถดถอยลงทุกวัน

เราทำตัวเราเองทั้งนั้น สุดท้ายต้องร้องแรกแหกกระเชอ ว่าเป็นรัฐที่ล้มเหลว เราจะสิ้นหวัง แล้วจะให้ทุกอย่างจมปลักลงไปหรือ เราจึงลุกขึ้นมาทำพรรคนี้ด้วย 2 เหตุผล

1.เราตั้งใจเป็นทางเลือกของประชาชน ที่จะนำคนดีที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่เป็นตัวจริง มีความรู้จริงในเรื่องนั้นๆ เข้ามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง

2.เราเป็นพรรคเกิดใหม่ ไม่มีอะไรต้องเสี่ยง นโยบายของทุกพรรค ใครทำดีเราจะต่อยอด

ผมมีนโยบายของทุกพรรคที่ถ้าทำแล้ว add on นิดหน่อย จะดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องใช้สตางค์ มันเป็นการใช้สมองในการทำงาน เรากำลังจะบอกว่า ทำไมของมันดีต้องฉีกทิ้ง แล้วก็มาเริ่มต้นกันใหม่ เพราะพวกพรรคใหญ่คิดได้แค่นั้นจริงๆ แทนที่จะคิดถึงประเทศชาติ คิดแต่เสียงของตัวเอง

สิ่งที่อยากรณรงค์ มี 2 เรื่องคือ ต่อต้านที่สุดคือไม่ต้องการให้ใครผูกขาดประเทศ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้ ระบอบการปกครองในประชาธิปไตย สำคัญที่สุดคือ ต้องมีการถ่วงดุลทางอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ

วันนี้ถ้าอยากเปลี่ยนประเทศไทย เลือกเบอร์ 7 เด็ดขาด วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหากาบัตรสีชมพู ใช้เวลา 7 วินาที คิดถึงเบอร์ 7 ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราพร้อม

เผ่าภูมิ โรจนสกุล
รองหัวหน้าพรรค พท. และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เป็นสิ่งที่เราจะมองไปในอนาตตของประเทศ เวลาพูดถึงอนาคตของประเทศ เราต้องมองก่อนว่า ประเทศขาดอะไร เวลาพูดถึงภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการเกษตร เราขาดสิ่งเดียวกัน คือ เทคโนโลยี นวัตกรรม กลุ่มความรู้ และวิทยาศาสตร์

กำลังชวนทุกท่านคิดว่าใครจะเป็นคนที่มาตอบ 4 อย่างนี้ได้ คือ นวัตกรรม องค์ความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ผมชวนทุกท่านมองไปที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของทุกพรรค ผมเชื่อว่าของพรรค พท.นั้น
เรามีคุณสมบัติครบ และพร้อมตอบโจทย์สิ่งที่ประเทศนี้ขาดที่สุด

ที่กล่าวไปคือเรื่องของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่พรรคการเมืองไม่สามารถครบได้ด้วยคำว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เรื่องของนโยบายการบริหารประเทศนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ พรรค พท.มาครั้งนี้ เราพร้อมในเรื่องของนโยบายที่จะเข้าไปตอบโจทย์ประเทศในทุกมิติ ในทุกด้านอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มต้นด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน

พี่น้องประชาชนจ่ายเพียงแค่ 10% จากคนที่เป็น NPL เกิน 1 ปี ล้างหนี้กัน นี่คือการปลดโซ่ตรวนพันธนาการเกี่ยวกับหนี้สิน พักหนี้วัยเกษียณ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็น NPL เกิน 1 ปี ปลดหนี้กัน ไม่ต้องจ่าย พักหนี้เกษตรกร ทำต่อ เพิ่มจากยอด 3 แสน เป็น 5 แสน ปล่อยหนี้ในระบบ ไปปิดหนี้นอกระบบ นี่เป็นสิ่งที่เราจะเข้าไปช่วยในเรื่องของปัญหานี้นอกระบบ และยังสร้างแรงจูงใจให้กับคนที่ผ่อนดี

นอกเหนือจากนั้น ยังมีมาตรการคนไทยไร้จน ในการรับประกันว่า ต่อไปคนไทยจะต้องไม่มีคนจน ใครต่ำกว่าเส้นความยากจน เราเติมให้เต็ม เดือนละ 3,000 บาท ขาดเท่าไหร่ เติมเท่านั้น คนไทยต้องไร้จนในมือของพรรค พท.

นโยบายด้านการเกษตร ว่ากำไรของพี่น้องเกษตรกรนั้น ต้องถูกรับประกัน และเราเป็นพรรคเดียว ที่กล้าพูดว่า กำไรของเกษตรกร ต้องเกินกว่า 30%

SME คือส่วนที่สำคัญสำหรับประเทศไทย อีคอมเมิร์ซ ต้องเกิดขึ้น เพื่อ SME ไทย มีตลาดใหญ่ขึ้น เรื่องการค้ำประกันเครดิตสินเชื่อ เป็นการทำให้วลีที่ว่า SME เข้าไม่ถึงสินเชื่อนั้น หมดไป

นโยบายการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อสักครู่ได้ยินจากพรรค ปชน. พยายามจะทำให้มันเป็นสิ่งที่ท่านพูดผิด เพราะถ้าท่านพูดไม่ผิด ผมกังวลใจ ท่านพูดว่า เทคโนโลยีไม่สามารถช่วยในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ผมเห็นแย้ง และพรรค พท.ก็เห็นแย้ง เทคโนโลยีจะทำให้รัฐที่มืด กลายเป็นรัฐที่เปิด จากการใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย

Diginal Government เปิดทุกอย่างให้พี่น้องประชาชนเห็น ให้ประชาชนตรวจสอบ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบการทุจริต ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ประเทศไทยขาวสะอาด และเดินหน้าต่อไปได้

เพราะฉะนั้น พรรค พท.พร้อมทั้งทางด้านแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นโยบาย และความเป็นพรรคการเมืองที่มีประสบการณ์ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือกเบอร์ 9 พรรค พท. พร้อมรับใช้ประชาชน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ชาติหมายถึงประชาชนบนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม ดังนั้นพรรค ปช.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากหมายเลขของพรรคหมายเลข 33 พรรค ปช. มีสโลแกนว่า ประชาชาติสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ แต่วันนี้ปัญหาเรื่องคนมีความสำคัญยิ่ง เพราะว่าคนของเรากำลังถูกโจมตี

ท่านเชื่อไหมว่าในเรือนจำตอนนี้นักโทษประมาณ 3 แสนคน มีคนประมาณ 240,000 มีการศึกษาต่ำกว่าภาคบังคับ ไม่มีการศึกษา ขณะที่พรรคต่างๆ กำลังพูดไปข้างหน้า แต่สิ่งที่มีการศึกษาภาคบังคับยังต่ำกว่า และคนที่มาโจมตีคือยาเสพติด

ในช่วง 6 เดือนแรกถ้าพรรค ปช.ได้เข้ามาบริหารประเทศ สิ่งที่จะทำคือเปิดยุทธการณ์ในการจับกุม กวาดล้าง ยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติด ไม่ให้อยู่ข้างนอก ไม่ให้ค้ายาเสพติดเพื่อทำลายคน และจะนำผู้เสพผู้ติดยาทั้งหมด เข้าการบำบัดรักษา ฟื้นฟู โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ประการต่อมาที่สำคัญยิ่ง คือวันนี้เราปล่อยให้กัญชากับกระท่อมมาทำร้ายประชาชน หลังจากกัญชาเสรีนี้พบว่ามีคนป่วยเป็นจิตเวช และเป็นโรคที่เกิดจากกัญชาเพิ่มจากเดิม 6.5 เท่า ดังนั้น ในเรื่องยาเสพติดจะต้องถูกจัดการ กัญชาจะต้องกลับไปอยู่ในยาเสพติด

ขณะที่ปัจจุบันมีผู้จบการศึกษาแล้วประมาณ 7 ล้านคน ที่ต้องแบกรับหนี้ กยศ. และหลายคนมีแนวโน้มจะเป็นหนี้ยาวไปตลอดชีวิตที่ผ่านมา พรรค ปช.ได้ผลักดันการแก้ไขกฎหมาย กยศ. จากเดิมที่มีทั้งดอกเบี้ยและเบี้ยปรับสูงถึง 25.5% ลดลงจนเหลือเพียง 0.5% หรือแทบไม่มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับเลย

ดังนั้น ผมและพรรค ปช.ได้แก้ พ.ร.บ.กยศ.จากเดิมมีดอกเบี้ย เบี้ยปรับ 25.5% แก้จนเหลือ 0.5 รวมกัน คือเดิมเราแก้ไม่ให้มีดอกเบี้ย เบี้ยปรับ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ทุกวันนี้หลังจากแก้ไปแล้ว พบว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถมาปรับโครงสร้างหนี้ได้ เราจึงจำเป็นต้อง ล้างหนี้ กยศ.ทั้งหมด การล้างหนี้มีอยู่ในจดหมายอยู่แล้ว ผมเขียนคือให้ระงับการใช้คืน เนื่องจากว่าเขากู้ไป เพราะเขาไม่ฟุ่มเฟือย เขากู้ไปเพื่อจะเรียน เพื่อจะให้มีอนาคตที่ดี แต่พบว่าเขาต้องเป็นหนี้ตลอดชีวิต

ที่สำคัญโครงสร้างของ กยศ. ใครไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังไม่ตรวจสอบ กยศ.เวลาปล่อยให้คนกู้เอาเงินเข้าไปสถาบันการศึกษา แล้วให้เด็กมาเซ็นนิดหน่อย สถาบันการศึกษาเอาไปเป็นหมื่นล้าน แต่เด็กต้องเป็นหนี้แทน ลักษณะนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้น การล้างหนี้ กยศ.คือเพิ่มศักยภาพและอนาคต และที่สำคัญคือเราต้องนำเศรษฐกิจกลับมา

ปัญหาเศรษฐกิจอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือเรื่องค่าเงิน โดยเห็นว่าจำเป็นต้องเดินไปคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวและการลงทุนได้เต็มที่ เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าถึง 1.6 เท่า และแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวและการลงทุนได้เพราะค่าเงินของเรามันแข็ง ค่าเงินของไทยแข็งกว่าประเทศเวียดนามในรอบ 10 ปี 1.6 เท่า เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแค่เสถียรภาพทางการเงินไม่ดูอัตราแลกเปลี่ยน เพราะเราก็ปล่อยไว้ เหมือนเราขายของกับเวียดนาม ของเวียดนามถูกกว่าเรา 2-3 เท่า

วีระพงษ์ ประภา
รองหัวหน้าพรรค ปชป.

ปัจจุบันประเทศไทยเจอวิกฤตซ้อนวิฤต กำลังเผชิญปัญหารายได้โตช้า รายจ่ายสูง หนี้ท่วม ปัญหาสิ่งแวดล้อม PM2.5 ภัยพิบัติที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด มีภาวะวิกฤตต่างประเทศ ท่ามกลางสมรภูมิทางการค้า ประเทศไทยกำลังตกขบวนในอาเซียน และที่สำคัญกำลังเผชิญวิกฤตทางการเมือง ซึ่งคือหัวใจของทุกวิกฤต

พรรค ปชป.มองทุกวิกฤตเป็นโอกาส เราจะกลับมาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช และผู้บริหารชุดใหม่ของพรรค กลับมากอบกู้พรรคถ้าท่านเคยดูหนังแฮร์รี่พอตเตอร์ วันนั้นพรรค ปชป. จะเหมือนนกฟินิกซ์สีฟ้า โบยบินจากกองเถ้า และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว พรรค ปชป.กลับมาโบยบินอีกครั้ง เป็นตัวแปรสำคัญให้กับการเมืองไทย ด้วย DNA ความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ความสามารถในเรื่องนโยบายที่พร้อมขับเคลื่อนตั้งแต่วันแรก ความตั้งใจจริงว่าอยากให้ประเทศไทยกลับมามีที่ยืนอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งบนเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง

ถ้าท่านเลือกประชาธิปัตย์ ทีมผู้บริหาร ทีมการเมือง และทีมที่เป็นมืออาชีพ คือ ทีม เดียวกัน ซึ่งเห็นความสำคัญของเจตจำนงทางการเมือง ประสบการณ์ การบริหารจัดการวิกฤต สำหรับท่านที่เคยไว้ใจ
เชื่อใจเราในอดีต แต่ที่ผ่านมาแนวทางของพรรคในอดีตอาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่เรากลับมาแล้ว พรรค ปชป.ที่ท่านเคยรักและเชื่อใจ กลับมาพร้อมกับความหวัง ประสบการณ์ เพื่อนำพาประเทศนี้ออกจากวิกฤตซ้อนวิกฤต กลับสู่จอเรดาร์โลก

ท่านที่ยังไม่รู้จักพรรค ปชป. หลายท่านบอกว่าพูดได้ พูดดี แล้วจะทำได้ไหม ซึ่งพรรคเคยทำสำเร็จมาแล้ว ผู้บริหารจัดการวิกฤต ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่พาประเทศรอดพ้นวิกฤต

พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ของประเทศไทย แต่ไม่ได้เป็นพรรคเก่าเก็บ วันนี้พรรคมีคนรุ่นใหม่ที่หวังดีต่อบ้านเมือง มีความรู้และความสามารถ กลับมาร่วมกันทำงาน เราเชื่อว่าถ้าการเมืองสุจริต เศรษฐกิจจะดี ซึ่งต้องเร่งรักษาความยุติธรรม เพื่อนำไทยไปสู่เวทีโลก ผมขอฝากพรรค ปชป. สีฟ้า กาเบอร์ 27