เท้ง ปราศรัยเมืองรถม้า ถามที่ผ่านมาอยู่ใต้เงา2ตระกูลใหญ่ใช่หรือไม่? ปลุกใจเลือกปชน.ยกจังหวัด 

22.01.26 | 20:31 น.
ปชน.

“เท้ง” ปราศรัยเมืองรถม้า ถามที่ผ่านมาอยู่แต่ภายใต้ร่มเงา “ตระกูลโล่ห์-จัน” ใช่หรือไม่ ปลุกใจเลือกพรรคประชาชนยกจังหวัด 4 เขต จี้ถามนักการเมืองเก่ากอดงบไว้รอเงินทอนหรือไม่ ลั่นส่งผู้สมัครสเปก “ซื่อตรง-หลังตรงต่อเผด็จการ” พร้อมเชื่อมคนทุกรุ่นล้มการเมืองสีเทา ประกาศกร้าว! แก้ รธน. มันเกี่ยวข้องกับหมวดหนึ่งหมวดสองหรือไม่ ย้ำ แก้เพื่อคุณภาพชีวิต

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ห้าแยกหอนาฬิกา จังหวัดลำปาง พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จัดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง พรรคประชาชน หาเสียง ได้แก่ นางทิพา ปวีณาเสถียร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นางสาวสุวิภา กุศลจูง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นายชลธานี เชื้อน้อย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 นายบอนด์ สุริยะ (หมอบอล) ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ใครที่บอกว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ถึงเวลาเปลี่ยนของชาวลำปาง ตนต้องบอกว่าชาวลำปางเปลี่ยนตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

“แต่ก่อนนี้ชาวลำปางอยู่ภายใต้ร่มเงาของตระกูลโล่ห์กับตระกูลจันถูกหรือไม่ 10 ปี 20 ปีมาแล้ว แต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ชาวลำปางนี่แหละครับ เป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน สร้างแรงบันดาลใจให้กับผม เพราะชาวลำปางเปลี่ยนตั้งแต่ปี 2566 แล้วถูกหรือไม่“ นายณัฐพงษ์ กล่าว

Advertisement

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนครั้งที่แล้วของพวกเราชาวลำปาง เปลี่ยน 3 ใน 4 เขตยังไม่พอ มันยังไม่เด็ดขาด เพราะการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ หลายคนรู้ว่าไม่มีเสียง ส.ว. มาโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว มีแค่เสียง ส.ส. เท่านั้น แต่หลายคนเขาวิเคราะห์กันว่าพวกเขาไม่อยากเปลี่ยน เพราะกลัวส้ม ถ้าส้มเป็นรัฐบาลแล้วจะล้มเทา พวกเขาจะไม่มีที่ยืน เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องการเสียงที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เขต 2 ลำปาง (ซึ่งเป็นเขตที่ยังไม่ชนะเลือกตั้งครั้งที่แล้ว) เพิ่มได้หรือไม่ ไม่ต้องไปดูคะแนนพรรคอื่น เข้าไปดูคะแนนบัญชีรายชื่อของเขต 2 ถ้าไม่มีการแบ่งใจ เรามี ส.ส. 4 เขตไปแล้ว แต่เข้าใจดีว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วยังไม่เห็นอะไร แต่กาก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมแล้วใช่หรือไม่ เราเห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญมาก ที่เราจะต้องช่วยกันสืบสานบอกต่อคนรู้จัก

“การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนเลือก ส.ส. แล้ว ส.ส. ไปเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ถ้าใครบอกว่าถูกใจมาก นโยบายพรรคประชาชน ซื่อตรง ยึดผลประโยชน์โดยตรงกับประชาชน ก็กา สส.เขตแบบเลือกคนหน้าคุ้นไม่ได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ตอนนี้มีแค่พรรคประชาชนพรรคเดียวที่ประกาศชัดว่าหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไม่โหวตให้กับพรรคสีน้ำเงินอีก ถ้าเราชนะไม่ขาด ไม่แดงก็น้ำเงิน เขาอาจจะเป็นแกนนำ ถ้าเขาไปรวมกัน หน้าตารัฐบาลก็ไม่เปลี่ยน เราเห็นแล้ว คนที่มีประวัติการค้ายา เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ก็ยังอยู่ในรัฐบาล เพราะฉะนั้น เลือกตั้งนี้สำคัญอย่างยิ่ง

”สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าคือการบอกต่อคนอื่นเยอะๆ คำถามที่สำคัญมากกว่าคือคนที่ลังเล ไม่กล้าเปลี่ยน ถ้าคุณไม่กล้าเปลี่ยน คุณจะเลือกอนาคตประเทศแบบไหนไว้ให้กับลูกหลานของคุณ ประเทศที่ทุกวันนี้เราก็เห็นแล้วว่างบประมาณกองทุนประกันสังคมเละตุ้มเป๊ะ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ช่วงหนึ่ง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า นโยบายต่างๆที่จะทำหากจะทำให้สำเร็จเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นแข็งแรง ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งมีการพูดกันมาแล้ว 20 ปี นักการเมืองพูดมาโดยตลอด แต่สุดท้ายไปไม่ถึงไหน ประปายังไม่สะอาด ขยะยังล้นเมือง

“กอดงบประมาณไว้ทำไม เดี๋ยวก็รอเงินทอนในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ หลังเลือกตั้งก็ต้องถอนทุน เพราะก่อนเลือกตั้งเขาใช้ทุนไปซื้อเสียง เพราะฉะนั้น การเมืองยังติดอยู่แบบนี้ ก็ไปไม่ถึงไหน ซึ่งหากจะกระจายอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ … นี่แหละสิ่งที่เราอยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเกี่ยวข้องกับหมวดหนึ่งหมวดสองหรือไม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนเราติดหนี้บุญคุณคนเดียวคือประชาชน เราไม่มีทางไปรับเงินทอนเงินเทามาจากไหน แหล่งที่มาเรามาจากอำนาจของประชาชนหมดเลย เป็นหนึ่งอย่างที่เราเข้าไปแล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของการเป็นผู้แทนราษฎร ว่า สัญญาแบบไหนต้องทำแบบนั้น ตนมั่นใจว่าตัวแทนของพรรคประชาชนจะไม่โกหกประชาชน

อย่างที่สองคืออ่อนน้อมถ่อมตน หลังตรงต่อเผด็จการ ตนมั่นใจว่าต่อจากนี้ ถ้ามีปัญหาอะไร ผู้สมัครของเราทุกคนเป็นปากเป็นเสียงให้เต็มที่ ไม่แพ้สภาชุดที่ผ่านมา

อย่างที่สามคือการรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ตนมีและผู้สมัครของพรรคทุกคนมีเช่นเดียวกัน ต้องยอมรับว่าวันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการคือคนที่ไม่เคยโหวตให้พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล แต่ครั้งนี้มาโหวตให้พรรคประชาชน เพราะฉะนั้น เราต้องเป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ ทุกกลุ่มอาชีพ

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงทำประชามติว่าขอให้ช่วยกันรณรงค์เรื่องนี้ เพราะหากเราอยากทำให้คนที่โกงในประเทศได้รับการลงโทษจริงๆ องค์กรอิสระ สตง. ป.ป.ช. ลงโทษคนผิดจริงๆ หนีไม่พ้นต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะองค์กรอิสระ ส.ว. เป็นคนแต่งตั้ง

“ขอถามว่า ส.ว. ใครเป็นคนคุม องค์กรอิสระสีไหนคุม ดังนั้น เราเห็นว่าที่ผ่านมาองค์กรอิสระใช้อำนาจของตัวเองเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนที่โดนยุบพรรค แต่ตั้งแต่ที่ผ่านมา เรามีนายกรัฐมนตรี 3 คน ก็เพราะข้อหาต่างๆเหล่านี้ ดังนั้น ถ้าจะทำให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดก็ต้องแก้กติกาให้เขามีที่มาที่ไปยึดโยงกับประชาชน รัฐธรรมนูญปี 2540 เคยมีช่องทางให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรได้ แต่มันหายไปในรัฐธรรมนูญปี 2560 ดังนั้น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องทำให้กฎกติกาในประเทศนี้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นักวิเคราะห์บอกว่าชนะไปก็ไม่ได้รัฐบาล เราลองพิสูจน์กันอีกครั้งได้หรือไม่ว่าเราจะได้เป็นรัฐบาล ที่ผ่านมาเราชนะมาได้ทุกสนาม เพราะเราเชื่อในพลังของประชาชนทุกคน เมื่อรวมตัวกันมันชนะอุปสรรคได้ทุกอย่าง