ประเสริฐ ลุยฟ้องอาญา ศุภชัย ดิสเครดิตทางการเมือง ช่วงเลือกตั้งปม MOU สแกนม่านตา ถามกลับสอบสินบน 40 ล้านบาท ไชยชนก ไปถึงไหนแล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า ช่วงนี้มีความพยายามของฝ่ายผู้มีอำนาจ พยายามทำให้ประเด็นต่างๆ เป็นประเด็นทางการเมือง ทำลายฝ่ายตรงข้าม อย่างเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOU) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับบริษัทสิงคโปร์ สแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน แลกเหรียญดิจิทัล ตนขอชี้แจงใน 3 ประเด็น โดย 1.ตนได้ยื่นฟ้องนาย ศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ในข้อหาหมิ่นประมาท และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ตามมาตรา 73 (5) ซึ่งศาลได้รับเรื่องแล้ว จากการที่นายศุภชัยได้แถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ เรื่อง MOU ดังกล่าว จำนวน 2 ครั้ง ในวันที่ 6 และ 8 ม.ค.69 ว่าตนทำผิดกฎหมายอาญา และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
นายประเสริฐกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายศุภชัยยังได้นำข้อมูลอันเป็นเท็จไปลงในเฟซบุ๊กของพรรคภูมิใจไทย โดยจำเลยมีเจตนาให้ตนและพรรคเพื่อไทยเกิดความเสียหายเสื่อมศรัทธา ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดได้ ซึ่งตนจะมีการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายศุภชัยเป็นทนายและนักกฎหมาย ย่อมทราบว่าการพูดใส่ร้ายด้วยความเท็จในช่วงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป 2569 โดยศาลได้นัดในวันที่ 23 มี.ค. นอกจากนี้ ได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีบุคคลใดทำผิดเหมือนนายศุภชัย ตนจะดำเนินคดีด้วยเช่นกัน 
นายประเสริฐกล่าวว่า 2.ตนได้รับเอกสารเรียกจากสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปให้ข้อมูลจากกรณี MOU ซึ่งได้มีการใช้อำนาจทางการเมือง ให้สอบข้อเท็จจริงเรื่อง MOU จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง เมื่อดูรายชื่อกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้น ล้วนเป็นคนของฝ่ายการเมือง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ตนได้หนังสือเมื่อวันที่ 21 ม.ค. แต่ให้เข้าไปชี้แจงในวันที่ 22 ม.ค. และถ้าตนไม่ไปชี้แจงถือว่ารับทราบแล้ว ให้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น โดยตนต้องมีการเตรียมเอกสาร หลักฐานหลายอย่าง เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก จึงตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการปฏิบัติดังกล่าวเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติทางราชการหรือไม่
นายประเสริฐกล่าวอีกว่า 3.ตนเชื่อว่าการตั้งคณะกรรมการข้างต้นมาจากอคติส่วนตัว จากการที่ตนเคยสอบถามเรื่องมีคนเสนอสินบน จำนวน 40 ล้านบาท ให้กับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะนี้ไม่ทราบว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด
“ขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีกับนายศุภชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของตัวผมเอง และไม่ให้มีการมาทำลายทั้งตัวผมเอง และพรรคเพื่อไทย” นายประเสริฐกล่าว

