ชนินทร์ ยัน เพื่อไทยสานต่อระบบตั๋วร่วม ครอบคลุมขนส่งสาธารณะทุกประเภท ชี้ ดันกม.สำเร็จแล้ว
เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมงานเสวนา “ขนส่งไร้รอยต่อ กรุงเทพอนาคตที่คุณเลือกได้” จัดขึ้นโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยเชิญตัวแทนจากพรรคการเมืองร่วมแสดงวิสัยทัศน์ว่า พรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิด เรื่องการทำให้ขนส่งสาธารณะเป็นบริการพื้นฐาน ที่ประชาชนเข้าถึงได้มาโดยตลอด โดยการเข้าถึงได้นี้ เราหมายถึงการเข้าถึงใน 3 ลักษณะ ได้แก่
1.การเข้าถึงเชิงราคา ที่ต้องเลิกมอง รถไฟฟ้า หรือรถเมล์เป็นธุรกิจค้ากำไร แต่มองเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องมีค่าใช้จ่ายได้สัดส่วนกับค่าแรง หรือรายได้ของพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนจ่ายไหว เราจึงเสนอนโยบาย“รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” และ “รถเมล์อีวี 10 บาททุกเส้นทาง” มาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาระบบตั๋วเป็นแบบตั๋วร่วม ที่ปัจจุบันรัฐบาลเพื่อไทยผลักดันกฎหมายจนสำเร็จลุล่วงแล้ว หากได้กลับเข้ามาสามารถดำเนินการต่อได้เลย
นายชนินทร์กล่าวต่อว่า 2.การเข้าถึงเชิงเส้นทาง โดยในครั้งนี้เราเสนอรถเมล์ฟีดเดอร์ (feeder) 20 เส้นทางนำร่อง ที่จะช่วยส่งต่อคนจากพื้นที่ที่อยู่ไกลรถไฟรถไฟฟ้า ให้สามารถเข้าถึงรถไฟฟ้าได้ในราคาถูกและสะดวกสบาย เพื่อส่งเสริมให้การใช้รถไฟฟ้ามีจำนวนมากขึ้น และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว 3.การเข้าถึงเชิงกายภาพ ซึ่งเป็นปัญหาอยู่มากในปัจจุบัน สำหรับกลุ่มผู้พิการและคนชรา หรือแม้แต่ประชาชนคนทั่วไป เราจึงเสนอผลักดันพระราชบัญญัติอารยสถาปัตย์ หรือ Universal Design เพื่อวางกลไกการกำหนดมาตรฐานกลางและบังคับใช้ให้การพัฒนาพื้นที่สาธารณะ
ตลอดจนการบริการของภาครัฐต่างๆ ต้องอำนวยความสะดวกให้คนทุกกลุ่ม ทุกประเภท สามารถเข้าถึงได้ ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบทางเท้า การออกแบบลดสาธารณะและสถานี หรือแม้แต่การให้บริการผ่าตัดผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่น ก็ต้องคำนึงถึงผู้พิการในการเข้ารับบริการด้วย
“นอกเหนือจากเรื่องรถไฟ รถไฟฟ้า และรถเมล์แล้ว พรรคเพื่อไทยสนับสนุนการเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นๆ เข้าสู่ระบบตั๋วร่วมทั้งหมด ทั้งรถสองแถว เรือด่วน หรือรถตู้ เป็นต้น ซึ่งในกลไกของ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ได้วางกรอบของการใช้เงินเงินกองทุนไว้ให้สามารถนำมาส่งเสริมขนส่งสาธารณะต่างๆ เหล่านี้ในการเข้าสู่ระบบตั๋วที่เป็นมาตรฐานกลางได้ มั่นใจว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะสามารถทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง“ นายชนินทร์กล่าว

