โพล ‘มติชน-เดลินิวส์’ รอบ2 ‘เท้ง’ นายกฯ-ปชน.ที่1 พท.-ภท.ไล่ตาม อจ.วิเคราะห์3พรรคแรง
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำโพลมติชน-เดลินิวส์ สำรวจความคิดเห็นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยทำการสำรวจผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดของสื่อทั้ง 2 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา
สรุปผลโหวตจากจำนวน 28,002 โหวต พบว่า บุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 35.2 อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 32 อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 5.4 อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 4.5 อันดับ 5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 3.8 อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 3.5 อันดับ 7 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ร้อยละ 2.5 อันดับ 8 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ร้อยละ 2.4 ส่วนยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 2.4 และอื่นๆ ร้อยละ 8.4
เมื่อถามว่า จะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 เลือก ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) ร้อยละ 41.1 อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย (พท.) ร้อยละ 28 อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร้อยละ 7.2 อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ร้อยละ 5.3 อันดับ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ร้อยละ 4.6 อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร้อยละ 3.8 อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 2.5 อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.6 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 1.7 และอื่นๆ ร้อยละ 4.1
สำหรับปัจจัยที่เลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้น พบว่า อันดับ 1 เลือกเพราะนโยบายพรรค ร้อยละ 55.9 อันดับ 2 เลือกเพราะชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯของพรรค ร้อยละ 19.4 อันดับ 3 เลือกเพราะเชื่อมั่นหัวหน้าพรรค ร้อยละ 17.3 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร ร้อยละ 5.4 และอื่นๆ ร้อยละ 2
เมื่อถามว่า จะเลือก ส.ส.ระบบเขตจากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 พรรค ปชน. ร้อยละ 37.9 อันดับ 2 พรรค พท. ร้อยละ 35.8 อันดับ 3 พรรค ทสท. ร้อยละ 5.3 อันดับ 4 พรรค ภท. ร้อยละ 4.7 อันดับ 5 พรรค ปชป. ร้อยละ 3.5 อันดับ 6 พรรค รทสช. ร้อยละ 2.6 อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 2.5 อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.5 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 2.6 และอื่นๆ ร้อยละ 4
ส่วนปัจจัยที่ทำให้เลือก ส.ส.ระบบเขต พบว่า อันดับ 1 ชอบนโยบายพรรคการเมือง ร้อยละ 52.3 อันดับ 2 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร ร้อยละ 17.6 อันดับ 3 เชื่อมั่นหัวหน้าพรรค ร้อยละ 15.4 อันดับ 4 ชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯของพรรค ร้อยละ 13 และอื่นๆ ร้อยละ 1.8
เมื่อถามว่า ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาด้านใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 นโยบายด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 58.4 อันดับ 2 นโยบายด้านปราบทุจริต สแกมเมอร์ ทุนเทา ร้อยละ 31.6 อันดับ 3 นโยบายด้านความมั่นคง แก้ปัญหาชายแดน ร้อยละ 6.6 และอื่นๆ ร้อยละ 3.4
นอกจากนี้ เมื่อสอบถามว่า จะไปลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้หรือไม่ พบว่า ร้อยละ 96.4 ตอบว่าไป และตอบว่าไม่ไป ร้อยละ 3.6
เมื่อถามว่า จะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เห็นชอบ ร้อยละ 83.2 อันดับ 2 ไม่เห็นชอบ ร้อยละ 10.6 และ ไม่แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 6.2
นายสติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลโพลว่า วิเคราะห์ว่าหากผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าพรรค ปชน.ยังนำพรรค พท. แต่ก็สะท้อนว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรค พท.ก็ยังชิงพื้นที่จากพรรค ปชน.ได้ เพราะในคะแนนโพลเรื่อง ส.ส.เขต ทั้ง 2 พรรคยังเบียดกันอยู่ ซึ่งตรงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ที่เคยได้รับว่าพรรค ปชน.จะไม่สามารถรักษาพื้นที่กรุงเทพฯไว้ได้ทั้ง 32 เขต
นายสติธร กล่าวว่า ส่วนการสะท้อนพื้นที่ภูมิภาคอื่นนั้น เนื่องจากผลโพลนี้สะท้อนภาพคนเมืองที่เป็น Active Citizen ที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงสะท้อนได้ว่าพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเมือง หรือเขตอุตสาหกรรม เช่น จ.สมุทรปราการ พรรค ปชน.ยังมีความอุ่นใจ
“แต่หากเป็นเขตรอบนอกที่บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพลก็ยังเสียวหน่อย และผมเชื่อว่าในการเลือกตั้งรอบนี้คนจะพิจารณาผู้สมัคร ส.ส.เขตมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่คนจะเลือกทั้งพรรคและตัวผู้สมัคร มีความเป็นไปได้ว่า จากคนที่เลือกพรรค ปชน. 2 ใบ รอบนี้อาจจะเลือกใบเดียว ทั้งนี้ ผมคาดการณ์ว่าพรรค ปชน.จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อประมาณ 45 คน” นายสติธร กล่าว
นอกจากนี้ นายสติธร กล่าวว่า วิเคราะห์ตัวเลขผลการเลือกตั้ง ในส่วนของพรรค ปชน.ยังเชื่อว่าจำนวน ส.ส.เขตจะลดลงจาก 112 คน เหลือ 90 คน หากบวกกับจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ ส.ส.รวมกัน 135 คน ส่วนพรรค ภท. หากดูจากผลโพล ประเมินว่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วน ส.ส.เขตนั้นหากประเมินจากพื้นที่ต่างจังหวัดและการที่คะแนนของพรรค ปชน.ตัดกับคะแนนของพรรค พท. คาดว่าพรรค ภท.จะได้ ส.ส.เขต 140 คน รวมเป็น 158 คน
“ส่วนพรรค พท.ประเมินว่า จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 คน ส่วน ส.ส.เขตนั้นที่เคยได้ก็อาจจะยังรักษาไว้ได้อยู่ ซึ่งประเมินว่าเสียให้พรรคคู่แข่งไป 20 คน จึงคาดว่าจะได้ ส.ส.เขต 92 คน รวมแล้วจะได้ ส.ส.ทั้งหมด 114 คน” นายสติธร กล่าว
ด้าน นายปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ผลโพลคงไม่ได้บอกทั้งหมด แต่อาจจะเบี่ยงเบนไปพอสมควร แต่ก็อนุมานได้ว่าในบรรดาคนที่ติดตามการเมืองมีความคิดเห็นประมานนี้ แต่คงไม่ได้บ่งชี้ผลที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ตอบโพล
นายปุรวิชญ์ กล่าวว่า จากผลโพลคงยังไม่ใช่ตัวตัดสินว่าใครจะแพ้หรือชนะ เพราะคะแนนยังเฉือนกันไม่มาก แต่ถ้าในสนามกรุงเทพฯ พรรค ปชน.กับพรรค พท.น่าจะหํ้าหั่นกันพอสมควร
“หากดูจากโพล การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงการตัดคะแนนที่ยังไม่เยอะ ผมมองว่าในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แม้จะเป็น 2 สัปดาห์สุดท้ายก็ยังมีโอกาส 50 ต่อ 50 ที่ยังพลิกได้ นอกจากนี้ ผลโพลยังสะท้อนการโหวต ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบแยกกัน เช่น อาจมีหลายพื้นที่ที่เลือกพรรคเดิม แต่ไม่เลือก ส.ส.เขตคนเดิม โดยเฉพาะของพรรค ปชน. ซึ่งที่ผ่านมา ผลงานส่วนใหญ่เป็นของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ผลงานของ ส.ส.เขตหลายคนยังไม่เข้าตา อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าพรรค ปชน.ยังมีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 40 คน” นายปุรวิชญ์ กล่าว
นายปุรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนพรรค พท. แม้ผลโพลจะตามหลัง แต่หากดูจากข้อมูลและกระแส สำหรับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตก็ยังถือว่าใช้ได้ ซึ่งถึงแม้ว่าผลโพลรอบนี้คะแนนนิยมพรรคจะไม่ได้มากเท่าพรรค ปชน. แต่ยังมองว่าความนิยมของนายยศชนันจะสามารถช่วยดึงคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส.เขตได้ ส่วนจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าพรรค พท.น่าจะได้มากกว่า 20 คน
“วิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง ผมขอแทงสวน ดร.สติธร เพราะผมยังให้พรรค ปชน.ยังได้ ส.ส.ทั้งหมด 150-160 คน ส่วนพรรค ภท.ผมคาดว่าจะได้ ส.ส.ทั้งหมด 120-140 คน เพราะผมไม่เชื่อว่าตัวตึงของพรรค ภท.จะเข้าวินหมด ส่วนพรรค พท.ผมประเมินว่าจะได้ 90-110 คน” นายปุรวิชญ์ กล่าว

