จาตุรนต์ ลั่น มีส้มไม่มีเทาจุดไม่ติด แค่วาทกรรม ปชน. ถึงแก้เกม ดึง พิธา ช่วยหาเสียง ปลุกเลือก พท. ดัน ชศชนัน นั่งนายกฯ
เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ลานพาร์คพารากอน กรุงเทพฯ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทยครั้งที่ 2 “ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย เพื่อไทยทำได้” ว่า การพยายามจุดกระแส มีส้มไม่มีเทา ของพรรคประชาชนมีจุดอ่อนหลายอย่าง ไม่มีพื้นฐานรองรับว่า เทา คืออะไรกันแน่ เหมือนกับจะบอกว่าส้มดีอยู่พรรคเดียว จนกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ พอโดนกับตัวเองต้องมาแก้ตัวจนไม่มีเวลาพูดเรื่องนโยบาย มีส้มไม่มีเทาจึงจุดไม่ติด และกลับเป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีการพูดถึงนโยบายน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน
การเมืองก่อนยุบสภาเป็นความผิดพลาดจากการตั้งรัฐบาลเอ็มโอเอ ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับพวก ทำให้การสร้างเสรีประชาธิปไตยทำได้ยาก ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสร้างเครือข่ายที่คืบคลานไปแทรกซึมทั้ง ส.ว. และองค์กรอิสระ การทุจริตคอร์รัปชันและการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันจะไม่เป็นกลาง แต่จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องของตนเท่านั้น นี่คือสาเหตุที่ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน รับไม่ได้ จนเป็นภาระติดมาสำหรับพรรคประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้
“บางโพล อ.เชน ชนะเท้งไปแล้ว จึงได้ข่าวว่าวันที่ 25 มกราคมนี้ จะเชิญพิธากลับมาช่วยปราศรัย หวังว่าจะได้กระแสเหมือนคราวที่แล้ว ซึ่งจะมีผล 2 แบบคือ แบบที่ 1 ถ้าพิธามาแล้วก็ยังไม่เด่นกว่าเท้งเท่าไหร่ แสดงว่าพิธาแป้ก กับอีกแบบหนึ่งคือพิธามาแล้วเด่นมากเลย จนเท้งก็ด้อยลงไป คนก็จะบอกว่ารอพิธาเป็นนายกอีก 7–8 ปีข้างหน้า ส่วนเท้งตอนนี้รอไปก่อน”นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า
ในประเด็นการจุดกระแส มีส้มไม่มีเทา เป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง และเป็นเพียงทางลัดในนาทีสุดท้าย แต่การแบ่งฝ่ายว่าพรรคอื่นเทากลับไม่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน แค่มีนักการเมืองบางพรรคไปถ่ายรูปกับใครก็บอกว่าเทากันไปหมด จนเมื่อผู้สมัครพรรคตนเองโดนจับกุม ซึ่งในความเป็นจริงหากคดียังไม่ถึงที่สุด เราบอกว่าเขาผิดเลยก็ไม่ได้ แต่พรรคประชาชนให้เอาออกไปและบอกอย่างภูมิใจว่าพรรคตนเองได้เอาผู้สมัครเหล่านั้นออก แต่มันก็ได้ทำให้คนเข้าใจแล้วว่ามีส้มก็มีเทา
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นี่คือสาเหตุที่ทำให้ มีส้มไม่มีเทาจุดไม่ติด และทำให้พรรคประชาชนมัวแต่ต้องใช้เวลาแก้ตัวกับประเด็นที่ตนจุดไว้เอง จนไม่มีเวลามาอธิบายนโยบายต่าง ๆ ทั้งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องแก้ปัญหาใหญ่ ๆ หลายด้านที่ไม่ใช่แค่ปัญหาทุนเทาคอร์รัปชัน สุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้การแข่งขันทางนโยบายจึงลดลงอย่างน่าเสียดาย คนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือประชาชน
“ย้อนไปคราวก่อนพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 พรรคอื่น ๆ เขาบอกว่าไม่จับมือกับพรรคก้าวไกล คราวนี้พรรคประชาชนแนวโน้มจะไม่ได้อันดับ 1 เพราะเป็นแบบนี้มันไม่ปังสักอย่าง แต่กลับเป็นพรรคการเมืองที่ประกาศไม่ร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ ไม่จับกับคนนั้นคนนี้มากที่สุด แล้วแบบนี้จะเป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลได้อย่างไร จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร มีแต่บอกว่าไม่จับใคร”นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทางออกของประเทศคือการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ ความรู้ และความตั้งใจจริง เช่น “อาจารย์เชน” ที่นำองค์ความรู้มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและฟื้นฟูประเทศ พร้อมผลักดัน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยคือพรรคเดียวที่ยืนหยัดบนหลักประชาธิปไตยอย่างมั่นคงต่อเนื่องมากว่า 20 ปี แม้ต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองนานัปการ แต่ยังคงยึดมั่นในนโยบายและการทำให้ ประชาธิปไตยกินได้ เป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

