อภิสิทธิ์ ลุยสาทร เจอขาเชียร์ บอกตายแน่ เลือกน้ำเงิน-เขียว มองไม่เห็นประโยชน์ พท.สุ่มแจกวันละล้าน

24.01.26 | 11:56 น.

สาทรคึก “อภิสิทธิ์-กรณ์” คืนถิ่น ช่วย “เจษฎา” หาเสียง ปชช.แห่ต้อนรับ-บอกเลือกแน่ ถ้าเลือก “น้ำเงิน-เขียว” ตายแน่! โวกระแส กทม.ดีขึ้น ชี้แจกเงินวันละ 9 ล้านของเพื่อไทย ยังไม่เห็นประโยชน์เชิง ศก. เตรียมหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 มกราคม ที่สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่เขตสาทร เพื่อช่วย นายเจษฎา เลิศธนสาร ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตการเลือกตั้งที่ 2 (ราชเทวี ปทุมวัน สาทร) หาเสียง ซึ่งเขตสาทร ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์เคยเป็น ส.ส.มาก่อน โดยมีประชาชนมาขอถ่ายรูปด้วยอย่างคึกคัก และยังมีประชาชนมาบอกว่า มีอยู่ 2 สีที่ห้ามเลือก คือสีน้ำเงินกับสีเขียว เพราะเลือกไปแล้วประชาชนตาย พร้อมยังมีประชาชนเดินมากอด และบอกว่า ซื่อสัตย์สุจริตต้องพรรคนี้ และเลือกอยู่แล้ว ให้ได้เป็นนายกฯ

จากนั้น นายอภิสิทธิ์และคณะ ยังได้ขึ้นรถแห่ไปยังตลาดกิตติ หรือตลาดเซนต์หลุย ซึ่งทันทีที่รถแห่รถตลาด แม่ค้าได้ตะโกนเรียกให้นายอภิสิทธิ์ลงมาหา ถ้าไม่ลงไม่เลือกนะ ทำให้นายอภิสิทธิ์รีบลงจากรถเพื่อไปขอคะแนนทันที ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างขอถ่ายภาพด้วย และบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เลือกแน่นอน และเลือกยกบ้านตั้งแต่สมัยลุงชวนแล้ว รวมถึงยังหล่อเหมือนเดิม

ต่อมา นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการประเมินตัวเลข ส.ส.ในช่วงการหาเสียงโค้งสุดท้ายว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง ซึ่งบางครั้งคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตก็ไม่สัมพันธ์กันตามที่ประชาชนเข้าใจ แต่จากการลงพื้นที่ ที่ตนได้เดินทางไปหาเสียงภาคตะวันออก 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งก็เป็นกำลังใจให้กับพรรค เพราะจากเดิมจะถูกมองเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แต่ขณะนี้กระแสทั้งกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกก็ดีขึ้น หรือแม้แต่ที่ตนเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดสุโขทัย ประชาชนจำนวนมากก็ยืนยันว่าจะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์

Advertisement

ส่วนการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับการต้อนรับและการตอบรับอย่างดี คาดจะได้ ส.ส.กรุงเทพฯ กี่คนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากเปรียบเทียบเชิงปฏิกิริยาของประชาชน ก็ดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังสามารถตอบได้ยาก ว่าจะนำไปสู่การได้ที่นั่งหรือไม่

เมื่อถามว่าประเมินที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายแจกเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน จะสามารถทำได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หากจะทำก็คงทำได้ แต่ตนพยายามพิจารณาว่า เหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะ และประโยชน์เชิงเศรษฐกิจคืออะไร หากแจกวันละ 9 ล้านบาท 1 ปีใช้งบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท ตนเห็นว่า หากนำเงินดังกล่าวไปให้ประชาชน 1,000,000 คน เพื่อปรับปรุงทักษะจะดีกว่า ซึ่งการที่ทำให้ประชาชนรู้สึกรวยขึ้นมาเฉียบพลันได้วันละ 9 คน ในแง่เศรษฐกิจภาพรวม ความยั่งยืนและความเป็นธรรม ตนเห็นว่า เงินจำนวนนี้นำไปใช้ประโยชน์อื่นน่าจะดีกว่า

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะมีหมัดเด็ดหรือนโยบายเด็ดออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังมีเรื่องที่จะสื่อสารเพิ่มเติมในช่วงท้ายการหาเสียง ทั้งเรื่องเชิงนโยบายและแนวทางการเมือง แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่เป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับใคร แสดงว่าจะสามารถจับมือได้กับทุกพรรคการเมืองใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ควรจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการสื่อสารบนเวทีปราศรัยหลายครั้งว่า พร้อมทำงานร่วมกันกับทุกพรรคการเมือง

ต่อข้อถามว่า มองอย่างไร ที่การปราศรัยของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่สยามพารากอน มีเนื้อหาปราศรัยโจมตีพรรคประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นทางเลือกและสิทธิของพรรคเพื่อไทย

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ระบุว่า ตนแก่แล้วอย่ามาหลอกนั้น ว่า ตนได้ปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตนเดินทางไปหลายครั้ง และมีประชาชนมาฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม แต่ก็แพ้การเลือกตั้ง จึงแซวคนชลบุรี