เอกชน ชี้ ‘รวยทุกวันเงินล้าน’ แหล่งเงินต้องชัด ฝากรบ.ใหม่เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

24.01.26 | 16:40 น.

เอกชน ชี้ ‘รวยทุกวันเงินล้าน’ แหล่งเงินต้องชัด ฝากรบ.ใหม่เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย เปิดเผยถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ภายใต้แคมเปญ ‘รวยทุกวันเงินล้าน’ ซึ่งมีรูปแบบการสุ่มแจกเงินรางวัลคนละ 1 ล้านบาท จำนวน 9 รางวัลต่อวัน ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มเกษตรกร 2.กลุ่มผู้เสียสละเพื่อสาธารณะ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ และ 4. ประชาชนผู้ยื่นภาษี ที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวบนเวที ปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน ว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่า นโยบายดังกล่าวสิ่งสำคัญที่สุดคือความชัดเจนว่าเงินที่นำมาใช้ในโครงการดังกล่าวมาจากแหล่งใด

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า หากเป็นเงินที่เกิดจากการออมในลักษณะคล้ายสลากออมสิน หรือสลากกินแบ่งรูปแบบใหม่ ซึ่งประชาชนสมัครใจนำเงินมาออม และมีการจับรางวัลเพิ่มเติมจากดอกเบี้ย ถือเป็นกลไกที่เคยมีมาก่อน ตนมองว่าสามารถทำได้ เพราะเป็นการจูงใจให้เกิดการออมและวินัยทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หากเป็นการนำงบประมาณจากส่วนกลางของรัฐบาลมาใช้โดยตรง จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเหมาะสม ความคุ้มค่า และผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว ทั้งนี้ นโยบายในลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการกระตุ้นการออม การลงทุน หรือการใช้จ่ายของประชาชนในมิติใด และจะก่อให้เกิดผลต่อระบบเศรษฐกิจจริงมากน้อยเพียงใด

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนจะได้รัฐบาลใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 นี้นั้น คาดว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ในไตรมาสแรกของปี 2569 จะชะลอลง เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน แม้ภาคการส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะยังมีแรงส่งจากตลาดสหรัฐอเมริกาแต่เม็ดเงินดังกล่าวไม่ได้กระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานราก

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญคืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใช้แรงงานน้อยลง ทำให้เงินไม่ถึงมือเกษตรกรและแรงงานส่วนใหญ่ หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจริงๆ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและภาคการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor Intensive) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้ทั่วถึง

Advertisement

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับสิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ เน้นย้ำว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุด (First Priority) ที่อยากเห็น คือ การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่ค้างคาอยู่จากช่วงเลือกตั้ง และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปีถัดไป

นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ในอดีต บางรัฐบาลเมื่อเข้ามาบริหารกลับใช้เวลาทบทวนงบประมาณใหม่ทั้งหมด แม้จะเป็นผลดีในแง่ความรอบคอบ แต่ก็ทำให้การใช้จ่ายล่าช้าและกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหาร ควรเตรียมความพร้อมและเร่งใช้เม็ดเงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพยุงเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ