อนุทินมั่นใจปักธง หนองบัวฯ-หนองคาย เหน็บ แจกวันละ 9 คน 2 หมื่นปี คนไทยถึงจะรวยครบ
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ตลาดห้วยเดื่อ จ.หนองบัวลำภู นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาที่ตลาดห้วยเดื่อ เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรคภูมิใจไทยหาเสียง โดยให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ตามนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ว่า มีความแตกต่างกับนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งนโยบายคนละครึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในตลาด เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นการแจกเงินประชาชน ซึ่งแตกต่างกันชัดเจน
เมื่อถามว่าการแจกเงินจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจะจัดเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่านโยบายเงินหมื่น ไม่ได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด และทำได้ไม่จบ จึงไม่สามารถประเมินได้ แต่นโยบายคนละครึ่ง แทบจะไม่ต้องประเมินในเชิงวิชาการเลย เรารับรู้ถึงความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ว่าเขาต้องการแค่ครึ่งๆ ตามนโยบายคนละครึ่งก็แฮปปี้แล้ว เขาไม่ได้ต้องการเพิ่มอัตรามากกว่านี้
เมื่อถามว่าการแจกเงินประชาชนเยอะๆ จะมีผลเสียอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความชัดเจนพอสมควร นโยบายที่จะเอามาแข่งเรื่องพวกนี้ประมูลไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่บอกกับประชาชนต้องมีการเตรียมแผน ไม่ใช่เป็นนโยบายรายวัน ไม่ใช่ว่าเห็นคู่แข่งทำนโยบายอะไรขึ้นมาแล้วจะไปโปะมาออนท็อป แบบนี้คงไม่ใช่ เชื่อว่าประชาชนแยกแยะได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะทำให้ประชาชนไม่รักษาวินัยการเงินหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การให้เงินเปล่าๆ กับพี่น้องประชาชนถ้าทำได้จะต้องทั่วถึง ซึ่งการแจกประชาชนคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน ถามว่า 9 คนนั้นคือใคร ตนก็ไม่อยากก้าวล่วงนโยบายพรรคอื่น แต่สมมติว่าวันละ 9 คน คือวันละ 9 ล้านบาท เขาคงดูว่ายอดเงิน 3,000 กว่าล้านบาท ไม่ได้เยอะแยะมาก แต่ประชากรกรไทยมี 70 ล้านคน ต้องใช้เวลาเกือบ 2 หมื่นปี กว่าพี่น้องประชาชนจะได้ครบ คำถามคือเป็นสิ่งที่จะทั่วถึงหรือไม่ ใครจะได้บ้าง กฎหมายมีการเตรียมไว้บ้างหรือไม่ ตนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะว่าเป็นนโยบายพรรคอื่น
ด้านบรรยากาศในการหาเสียงที่ตลาดห้วยเดื่อ มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูปกับนายอนุทินอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเด็กๆ ช่วงหนึ่งนายอนุทินได้อุ้มเด็ก 2 คนขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อถ่ายรูป
ขณะเดียวกันมี ครอบครัวซึ่งเป็นชาวมหาสารคาม เดินทางมาเที่ยว และพบกับนายอนุทินโดยบังเอิญ จึงได้นำเหรียญทูลเกล้า หลวงปู่ขำ เกสาโร วัดบ้านหนองแดง จ.มหาสารคามมอบให้กับนายอนุทิน
นายอนุทินได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ชิมมะขามหวาน ข้าวจี่ และลูกกระบก โดยได้ถือถุงลูกกระบกเดินรับประทานตลอดทาง บอกว่าอร่อยมากเพิ่งเคยรับประทานครั้งแรก นอกจากนี้ ยังมีแม่ค้าขอให้นายอนุทินชิมสินค้าที่ปลูกเอง เช่น มะขาม มะละกอ และน้ำผึ้ง ซึ่งนายอนุทินก็ได้อุดหนุนหลายร้าน ขณะเดียวกันยังมีแม่ค้าร้านหนึ่ง มอบลูกท้อให้นายอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ขอไม่รับ โดยระบุว่า “ลูกท้อไม่เอาสิ ยังไม่ท้อ”

นายอนุทินยังได้สอบถามพ่อค้าแม่ค้าว่าจำได้หรือไม่เบอร์ 37 หลายคนบอกว่าจำได้ และบอกติดตลกว่าจะเอาไปซื้อหวย ขณะที่แม่ค้ารายหนึ่ง สอบถามนายอนุทิน ว่าจะได้เงินหมื่นหรือไม่ นายอนุทิน ตอบกลับว่า ได้คนละครึ่ง
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้แวะรับประทานกลางวันที่ตลาดห้วยเดื่อ เมนู ผัดเผ็ดหมูป่า และข้าวขาหมู ก่อนที่ช่วงบ่าย จะเดินทางต่อไปหาเสียงต่อที่ จ.หนองคาย
จากนั้น นายอนุทินให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการลงพื้นที่ 2 จังหวัด ว่า วันนี้ถึงคิวของหนองบัวลำภู และหนองคาย ซึ่งที่หนองบัวลำภู พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขต ซึ่งก็เป็นความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน โดยวันนี้ตนก็ได้ย่อย และเดินตลาด รู้สึกว่ามีความคึกคัก และหนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่มีโอกาสขยายตัว ดังนั้น ต้องทำให้พ้นจากสภาพเมืองรองมาเป็นเมืองที่น่าเที่ยว เป็นเมืองที่ถ้าทุกคนมาอุดรธานีขอนแก่นแล้วต้องมาหนองบัวลำภู เพราะมีแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมมากมายมีสิ่งสวยงาม ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวหนองบัวลำภู

