ดร.อนุสรณ์ ชี้นโยบายประชานิยม ดันหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ทะลุเพดานปลายปี

25.01.26 | 16:49 น.

ดร.อนุสรณ์ ชี้นโยบายประชานิยม ดันหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ทะลุเพดานปลายปี

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชน และอดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พรรคการเมืองต่างๆ มุ่งเอาชนะด้วยการใช้นโยบายประชานิยมเพื่อดึงดูดคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นโยบายประชานิยมของบางพรรคการเมืองที่มุ่งแจกเงิน หรือเสนอสวัสดิการที่เกินฐานะทางการคลังรองรับได้ อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะอย่างมากหากดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุเพดานในปลายปีนี้ได้ ต้องขยับเพดานสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจาก 70% เป็น 80% เมื่อต้องจัดทำงบประมาณปี พ.ศ.2570 ได้ การดำเนินการดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือได้ การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือจะทำให้ต้นทุนในการระดมทุนของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมสูงขึ้น รัฐบาลใหม่ต้องเน้นกรอบความยั่งยืนทางการคลัง บริหารงบมีประสิทธิภาพเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงฐานะทางการคลังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวต่อว่า ประชานิยมของพรรคการเมืองไทยนั้น มีความหลากหลายสามารถนำไปหลอมรวมกับอุดมการณ์หลากหลายได้ ประชานิยมในฐานะอุดมการณ์จึงมีแก่นสารบางเบา (thin-centered ideology) ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและสังคมในหลายประเทศรวมทั้งไทยเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตัวของนโยบายและแนวทางทางการเมืองแบบประชานิยมได้ ประชานิยมอาจช่วยบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจเฉพาะหน้าได้บ้าง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างได้ นโยบายของพรรคประชาชนเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างจึงแตกต่างจากนโยบายเน้นประชานิยมของพรรคการเมืองส่วนใหญ่

“แม้นว่าข้อค้นพบในเบื้องต้น กรณีของประเทศไทย ตัวเลขเชิงประจักษ์สะท้อนว่า การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี การขาดดุลงบประมาณ อัตราเงินเฟ้อ เป็นผลจากตัวแปรอื่นๆ หรือปัจจัยอื่นๆ มากกว่า ปัจจัยจากนโยบายประชานิยม แต่ในอนาคตปัจจัยจากนโยบายประชานิยมที่ไม่เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังที่ดีจะส่งผลต่อการขาดดุลงบประมาณอย่างมากหลายปีที่ผานมา เมื่อพรรคการเมืองต่างแข่งขันในการใช้นโยบายประชานิยมมากขึ้นและเมื่อได้เข้ามาบริหารประเทศได้ ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของการจัดทำงบประมาณขาดดุล เพื่อสนับสนุนมาตรการประชานิยมต่างๆ ที่หาเสียงไว้กับประชาชน สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็ทะยอยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะปีที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำกรณีของไทย ผลจากนโยบายและแนวทางประชานิยมทำให้สำนึกทางชนชั้นมีความแหลมคมมากขึ้นไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนนักต่อพัฒนาการของเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democracy) หรืออาจกล่าวได้ว่า ประชานิยม สามารถปรับเปลี่ยนให้ เสรีประชาธิปไตย (Liberal Democracy) มีคุณภาพดียิ่งขึ้น หรือ เป็นภัยคุกคามต่อเสรีประชาธิปไตยก็ได้”

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า นโยบายประชานิยมบางนโยบายได้เป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยน “พฤติกรรมซื้อสิทธิขายเสียง” ในการเลือกตั้ง เป็นการแข่งขันในเชิงนโยบายที่สร้างความพึงพอใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เป็นนโยบายที่ไม่สร้างความยั่งยืน วัฒนธรรมในทางการเมืองแบบอุปถัมภ์อาจลดบทบาทลงระดับหนึ่ง การดำเนินการทางการเมืองแนวประชานิยมใช้ความพยายามในการสถาปนาความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์โดยมีผู้นำทางการเมืองเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรงแทนระบบอุปถัมภ์แบบเดิม ก้าวข้ามผ่านองค์กร กลไก หรือกลุ่มคนที่เป็นตัวกลาง อาจมีผลทำให้สถาบันภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอ่อนแอได้ในระยะยาว การเมืองแนวประชานิยมทำให้การเคลื่อนไหวและเสียงของขบวนการภาคประชาสังคมได้รับความสนใจมากขึ้นในกระบวนการทางการเมืองและกลไกประชาธิปไตย ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจต่อนโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอมากขึ้น ทำให้ “นโยบาย” โดยเฉพาะ “นโยบายประชานิยม” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาชนะการเลือกตั้งและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการเมือง

Advertisement

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่า ขบวนการประชานิยมในละตินอเมริกานี้เป็นภาพจำของประชานิยมที่ก่อให้เกิดผลกระทบวิกฤตการณ์ทางการเงินการคลัง ประชานิยมละตินอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มักจะถูกเชื่อมโยงกับการดำเนินนโยบายเพื่อดูแลประชาชนระดับฐานรากโดยไม่สนใจวินัยทางการเงินการคลัง นำไปสู่เงินเฟ้อรุนแรง และปัญหาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค การขึ้นค่าแรงอย่างรวดเร็วจำนวนมาก การเพิ่มสวัสดิการจำนวนมากจนเกิดปัญหา การขาดดุลงบประมาณมหาศาล นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินการคลังของประเทศ นำมาสู่การถอนการลงทุนและเทขายสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก การศึกษาแนวคิดประชานิยมเพื่อเชื่อมโยงระหว่างชุดนโยบายกับปัญหาวิกฤติทางการคลังและเศรษฐกิจอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ และ การศึกษาในแนวทางนี้ไม่ว่าจะเป็นผลงานของ (Sachs, 1889) ของ (Dornbusch and Edwards, 1991)

ที่สรุปว่าประชานิยมคือชุดของนโยบายทางเศรษฐกิจที่ไม่สนใจวินัยและฐานะทางคลังของประเทศกลายเป็นคำอธิบายที่มีข้อจำกัดและไม่สอดคล้องกับพลวัตของประชานิยม รัฐบาลประชานิยมในละตินอเมริกายุคทศวรรษที่ 1990 ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายประชานิยมโดยใช้แนวคิดแบบเสรีนิยมใหม่มาเป็นรากฐาน การศึกษารัฐบาลประชานิยมในบางพื้นที่หรือในบางช่วงเวลาอาจทำให้เกิด “อคติ” ในเชิงลบเหมาสรุปว่า “นโยบายประชานิยม” คือนโยบายที่สร้างความนิยมโดยขาดความรับผิดชอบไม่สนใจต่อวินัยการเงินการคลัง หรือ “อคติ” ในเชิงบวก มองว่า นโยบายประชานิยมช่วยลดความเหลื่อมล้ำและมุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มประชาชนยากจนด้อยโอกาส

ประชานิยมนั้นมีความหลากหลายในความหมายและแนวทางการศึกษา มีการศึกษา “ประชานิยม” ในฐานะอุดมการณ์ การศึกษาแนวทางนี้นำโดย คาส มุดเด (Cas Mudde) องค์ประกอบสำคัญของประชานิยมในฐานะอุดมการณ์ คือ ประการแรก หัวใจสำคัญของประชานิยม คือ ประชาชน ประชาชนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเมืองต้องสะท้อนเจตจำนงของประชาชน และ คำว่า “ประชาชน” นี้สามารถนำไปหลอมรวมกับอุดมการณ์หลากหลายได้ ตั้งแต่ อนุรักษ์นิยมขวาจัด สังคมนิยมหรือชาตินิยม คาส มุดเด จึงมอง “ประชานิยม” ในฐานะอุดมการณ์ที่มีแก่นสารบางเบา (thin-centered ideology) โดยมองสังคมแยกออกเป็นสองฝ่ายชัดเจนระหว่าง “ประชาชน” กับ “ชนชั้นนำ” ประการที่สอง ประชาชนและชนชั้นนำเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน ประการที่สาม ความสัมพันธ์ขั้วตรงกันข้ามระหว่างประชาชนกับชนชั้นนำอยู่บนฐานเชิงศีลธรรม ในลักษณะที่ประชาชนเป็นผู้ชอบธรรม ผู้นำเป็นอภิสิทธิ์ชนที่เอาเปรียบและฉ้อฉล อย่างไรก็ตาม คำว่า “ประชาชน” และ “ชนชั้นนำ” ถูกนิยามอย่างหลากหลายขึ้นกับบริบทของประชานิยมในแต่ละประเทศ

ประชานิยมอาจหมายถึง วาทกรรม และมีการศึกษา “ประชานิยม” มุ่งเน้นไปที่กระบวนการสร้าง “วาทกรรม” หรือรูปแบบการแสดงออกทางการเมือง มีการสร้างวาทกรรมโดยใช้ข้ออ้างในเชิงศีลธรรมที่ขีดเส้นระหว่าง “ประชาชน” ซึ่งเป็นฐานมวลชนสนับสนุนของผู้นำประชานิยม และ “ชนชั้นนำ” ที่เป็นขั้วตรงข้ามทางการเมืองของผู้นำประชานิยม วาทกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของผู้นำแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โดยมีแกนอุดมการณ์แบบหลวมๆ บางครั้งผู้นำอาจใช้วาทกรรมแบบประชานิยม แม้ตัวเองจะไม่ได้มีอุดมการณ์แบบประชานิยมก็ได้