ปิยบุตรปลุกคนไทย ขอปชน. 200-250 เสียง 8 ก.พ.เลือกการเมืองเดิมหรืออนาคตใหม่

25.01.26 | 19:35 น.

ปิยบุตรปลุกคนไทย ขอปชน. 200-250 เสียง 8 ก.พ.เลือกการเมืองเดิมหรืออนาคตใหม่

เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่สามย่านมิตรทาวน์  นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวปราศรัยบนเวที ‘Trust The People เชื่อในประชาชน’ ระบุว่า ในทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนแต่มีมูลเหตุพื้นฐานมาจากการต่อสู้ทางชนชั้นทั้งสิ้น การเมืองจำเป็นต้องมีอำนาจเข้ามาจัดการเรื่องส่วนรวม ประกอบด้วย 2 ความหมาย คือ ต้องเข้าไปมีอำนาจ และรักษาอำนาจตนเอง แต่ในยุคปัจจุบัน เมื่อมีอำนาจแล้ว ต้องใช้อำนาจให้เกิดความยุติธรรม การเมืองในความหมายที่ 2 นี้ จึงทำให้เกิดการต่อสู้กัน เพราะเมื่ออำนาจหนึ่งดำรงอยู่ แล้วประชาชนมองเห็นว่าอำนาจนั้นไม่ชอบธรรม ก็ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเปลี่ยนอำนาจให้เป็นธรรม

นายปิยบุตรกล่าวว่า ปลายปี 2560 เราเห็นว่าท่ามกลางความแตกแยก และการปกครองของเผด็จการทหาร จำเป็นต้องมีพลังทางการเมืองใหม่ขึ้นมาต่อสู้ จึงก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา เพื่อสร้างประชาชนใหม่ให้ไม่แบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย เพราะปัญหาของปัจเจกบุคคลล้วนเชื่อมโยงถึงอำนาจเชิงโครงสร้าง ประชาชนเกิดสำนึกร่วมกันแล้วว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถทนอยู่กับมันได้อีกต่อไป

“ห้วงเวลานี้พี่น้องประชาชนเกิดจิตสำนึกและความรู้สึกว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถปล่อยให้ประเทศไทยที่เรารักเป็นอย่างนี้ได้อีกต่อไป” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า เมื่อเรายังเด็ก ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ปัจจุบันตนเองอายุ 46 แล้ว ตรงกับเลขพรรคประชาชน ประเทศไทยของเรายังคงอยู่กับที่ หรืออาจจะถอยหลังด้วย ปัญหาเดิมๆ ซ้ำซากมาแล้วหลายสิบปี เราจึงไม่อาจทนอยู่กับประเทศแบบนี้ได้อีกต่อไป แต่การไม่ทนเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความหวังตามไปด้วย เพราะเราจะตัดสินใจรวมพลังกันลุกขึ้นมาบอกว่า ต้องเปลี่ยนแปลง

Advertisement

“การเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้มาถึงแล้ว ห้วงเวลานี้เป็นเวลาประวัติศาสตร์ ประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศกำลังจะได้ตัดสินใจเลือกว่าเราจะอยู่กันแบบไหน เราจะอยู่แบบเดิมๆ ในอดีต หรือเราจะอยู่แบบอนาคตใหม่” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรชี้ว่า อยู่แบบเดิมๆ คือการซื้อสิทธิซื้อเสียงเข้าไปมีอำนาจ ถอนทุนคืน แล้วนำทุนมาซื้อเสียงกลับเข้าไปอีก สร้างเครือข่ายครอบครัว ตนเองโดนตัดสิทธิ ก็เอาลูกหลานตัวเองเป็นต่อ ทำราวกับบ้านเมืองนี้ รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นสมบัติประจำตระกูลของตนเอง จะช่วยประชาชนแต่ละครั้ง ต้องติดหนี้บุญคุณ ทั้งที่งบประมาณทั้งหลายก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน การเมืองแบบเดิมที่เอาความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เอาไปแลกประโยชน์เพื่อครอบครัวของตนเอง

นายปิยบุตรระบุว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เราจะได้ร่วมเปลี่ยนแปลงด้วยกัน คือการนำอำนาจทรัพยากรที่เคยกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม มาอยู่กับคนส่วนใหญ่ เมื่อใดมีการเปลี่ยนแปลง กลุ่มบุคคลที่อยู่ในอำนาจไม่พอใจ ต้องพยายามสกัดขัดขวาง สร้างความกลัวการเปลี่ยนแปลง รวมหัวกันสกัดความเปลี่ยนแปลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งปี 2566 รุมกินโต๊ะอย่างที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเภทที่ว่า สส. เคยเป็นบ้านใหญ่ 2 บ้าน งวดนี้ย้ายมาอยู่พรรคการเมือง และอาจจะมีหลังเลือกตั้ง โต้แย้งถกเถียงกัน เดี๋ยวจะกลับไปรวมกันเพื่อสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลง ร้อยวันพันปีไม่เคยรักกัน เผลอแป๊บเดียวพอพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง รักกันทันตาเห็น

นายปิยบุตรกล่าวว่า การขัดขวาง ทำลายล้าง เกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เมื่อไรก็ตามที่เราเกิดความรู้สึกว่าเราเปลี่ยนแปลงได้เท่านี้ แปลว่าพวกเขาชนะแล้ว เราต้องเอาความหวังไปสู้ แล้ววันหนึ่งความกลัวจะพ่ายแพ้ไป และจะยอมรับสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันสำคัญที่จะกำหนด ระหว่างรัฐบาลแบบเดิมๆ หรือจะเป็นรัฐบาลแบบใหม่ๆ หากประชาชนบอกว่าพอกันทีกับรัฐบาลแบบเดิม ต้องเลือกพรรคประชาชน เลือกรัฐบาลแบบใหม่

“8 กุมภาพันธ์ 2569 ลองดู ไปให้ถึง ส.ส. 200-250 คน คะแนนรวมทั้งประเทศ 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการตั้งรัฐบาลประชาชนได้” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรระบุว่า เป็นอันดับ 1 ไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุด ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 เป็น 50-60 ที่นั่ง ถ้าประชาชนแสดงพลังแบบนี้ พรรคอันดับที่ 2-5 จะเกิดยางอายขึ้นทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับ รอพรรคประชาชนไปชวนเองจะเอาใครมาร่วมรัฐบาล เราที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาตมานาน เราทำได้อย่างเดียว ประชาชนรวมพลังกันร่วมแสดงออก เก็บความคับแค้นมาหลายปี เปลี่ยนเป็นความหวัง ระเบิดพลังออกมาพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อจะบอกว่า คนไทยเจ้าของประเทศเกิน 20 ล้านคน ออกใบอนุญาตให้ประชาชนตั้งรัฐบาล

“ถ้าประชาชนเจ้าของประเทศมากกว่า 20 ล้านคน เกินครึ่งประเทศ บอกว่าออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนขวางใบอนุญาตนี้ได้ ไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 จะมาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่ได้” นายปิยบุตรกล่าว