ศรีสุวรรณ บุกกกต.ยื่นสอบเพื่อไทย ประกาศสุ่มแจกวันละ 9 ล้าน มอมเมาปชช. สัญญาว่าจะให้หรือไม่

26.01.26 | 11:40 น.

ศรีสุวรรณ ยื่น กกต. สอบ พท. เปิดนโยบายสุ่มแจกเงิน 9 ล้าน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้-มอมเมา ปชช. อาจผิด กม.พนันด้วย

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้สอบสวนและไต่สวนพรรคเพื่อไทย กรณีการหาเสียงโดยนำนโยบายแจกเงินสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน เข้าข่ายเป็นการหาเสียง “สัญญาว่าจะให้” และหรือเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง อันเข้าข่ายข้อห้ามตามมาตรา 73 (1) และหรือ (5) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกอบ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 หรือไม่


นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สืบเนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ที่พารากอน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวปราศรัยหาเสียงโดยประกาศนโยบายแจกเงินสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม โดย 4 คนแรกมาจาก 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเกษตรกร 2.กลุ่มคนที่เสียสละเพื่อสาธารณประโยชน์ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ 4.ประชาชนผู้ยื่นภาษี ส่วนกลุ่มที่ 5 คือกลุ่มประชาชนที่จับจ่ายซื้อขายโดยมีใบเสร็จผ่านระบบภาษี ซึ่งคาดว่าจะใช้จ่ายเงินงบประมาณเฉลี่ยปีละ 3,240 ล้านบาท ถ้าอยู่ครบวาระ 4 ปี จะเป็นเงิน 12,960 ล้านบาท โดยมีประชาชนถูกสุ่มแจกได้ประโยชน์เพียง 12,960 คน จากประชากรทั้งประเทศเกือบ 70 ล้านคน

นายศรีสุวรรณกล่าวต่อว่า นโยบายแจกเงินดังกล่าว แม้พรรคเพื่อไทยจะพยายามอธิบายว่าไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่คือการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศในระยะยาวก็ตาม แต่ทว่าข้อมูลพื้นฐานของบุคคล 4 กลุ่มแรกนั้น หน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ทั้งการลงทะเบียนกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทหารผ่านศึก กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้เสียภาษีให้รัฐ ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา และการอ้างว่านโยบายนี้ช่วยเพิ่มรายได้รัฐได้เพียง 1-2 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.5-25% จะเป็นทรัพยากรเพิ่มเติมที่สามารถนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการ และบริการสาธารณะได้อย่างมหาศาลนั้น เป็นเรื่องเพ้อฝันเหมือนนโยบายแจกเงินหมิ่นที่คุยว่าจะทำให้เศรษฐกิจหมุน 5 รอบ 6 รอบหรือไม่ เพราะทุกวันนี้เงินที่ประชาชนจะนำมาจับจ่ายใช้สอยก็แทบจะไม่มี มีแต่หนี้กันทั้งประเทศทั้งนั้น

Advertisement

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า การชูนโยบายหาเสียงดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยจึงอาจเข้าข่ายเป็นการหาเสียงโดยมอมเมาประชาชนให้เฟ้อฝันคอยมาลุ้นถูกรางวัลเงินล้านในทุกวัน อันอาจถือได้ว่าเข้าข่าย “สัญญาว่าจะให้” และหรือเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ซึ่งเป็นห้ามตามมาตรา 73 (1) และหรือ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ประกอบกับอาจเข้าข่ายเป็นการพนัน ตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 ซึ่งเป็นข้อห้ามอันขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และมีผลกระทบของสังคมส่วนรวม ดังนั้น จึงมาร้องเรียนถึง กกต.เพื่อให้ตรวจสอบไต่สวนนโยบายดังกล่าว หากพบว่าเป็นข้อห้ามให้ดำเนินการเอาผิดผู้ที่นำนโยบายดังกล่าวไปหาเสียงต่อไป และให้เอาผิดพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92(3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ต่อไป